ข่าว

"กฤษฏา"ฉุนสปก.ไม่รายงานสถานะสวนปาล์ม

"กฤษฏา"ฉุนสปก.ไม่รายงานสถานะสวนปาล์ม

17 มิ.ย. 2561

"กฤษฏา"ฉุนสปก.ไม่รายงานสถานะสวนปาล์มสหไทยน้ำมันพืช กว่า 6 พันไร่ ยันตั้งสอบข้อเท็จจริงไม่มีปาหี่ ปกป้องตัวเอง ท้าใครไม่มั่นใจผลสอบกระทรวงเกษตรฯฟ้องปปป.-ปปช.ได้

17 มิถนายน  2561 "กฤษฏา"ฉุนสปก.ไม่รายงานสถานะสวนปาล์มสหไทยน้ำมันพืช กว่า 6 พันไร่  ยันตั้งสอบข้อเท็จจริงไม่มีปาหี่ ปกป้องตัวเอง  ท้าใครไม่มั่นใจผลสอบกระทรวงเกษตรฯถ้ามีหลักฐานเรียกรับผลประโยชน์ไปยื่นฟ้องปปป.  - ปปช.ได้

 

นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวโจมตีการสั่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง นายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการสำงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(สปก.)เป็นเพียงปาหี่ทำเพื่อปกป้องตนเองเท่านั้นจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกคำสั่งรมว.เกษตรฯให้ชะลอการเข้ายึดคืนพื้นที่สปก.จากเอกชนทำสวนปาล์มน้ำมัน จ.ชุมพร ของบริษัทสหไทยน้ำมันพืช จำกัด  เนื้อที่กว่า 6 พันไร่ แปลงที่ 83  นั้น

 

ยืนยันว่าไม่ใช่การปาหี่แน่นอนและไม่ได้ปกป้องตัวเอง  ตนสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เลขาฯสปก. ในครั้งนี้ต้องการให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเหตุที่ทำให้มีความล่าช้าในการเข้ายึดพื้นที่คืนตามคำสั่งคสช.ที่36/2559 โดยจะชี้แจงออกมาสู่สาธารณะชน เพราะเลขาธิการสปก.อ้างว่าไม่เห็นหนังสือจากกรมป่าไม้ จีงทำให้ตนต้องทำหนังสือถามรมว.กระทรวงทรัพยากรฯและกรมป่าไม้ ในเรื่องพื้นที่ว่ายังผูกพันกับกรมป่าไม้หรือไม่

 

อย่างไรก็ตามหากใครไม่มั่นใจการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงเกษตรฯสามารถไปยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปป.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ได้ หรือใครมีหลักฐานเรื่องรับผลประโยชน์ สามารถนำไปฟ้องได้เลย


หลังจากที่สอบถามความคืบหน้า กลับได้รับคำตอบว่ากฤษฎีกายังไม่ตอบกลับมา และจนขณะนี้ เลขาธิการสปก.ก็ยังไม่เห็นหนังสือจากกรมป่าไม้  โดยไม่ทราบว่าไปตกหล่นที่ไหน และกำลังตามเรื่อง ทำให้ผมต้องมาเร่งรัดดำเนินการเอง   เพราะขณะนี้ประชาชนกว่าเกือบพันคน รอที่ดินดังกล่าวเตรียมจะเข้าพื้นที่เมื่อ สปก.ยังไม่ดำเนินการอะไร ชาวบ้านก็ไปฟ้องร้องข้อหา157 ละเว้น โดยซัดทอดมาถึงรมว.เกษตรฯด้วย

 

"ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่ทราบเรื่องพื้นที่สวนปาล์ม เพราะเลขาฯสปก.ไม่รายงานสถานะของเรื่องนี้ เมื่อผมไปดูเรื่องเอง พบว่าสำนักงานกฤษฏีกา ได้มีหนังสือตอบกลับมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินของ สปก. แล้ว ตั้งแต่ สปก. มีแผนงานโครงการกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมาย ตามที่มีคำสั่งคสช.ที่ 36/2559 ใช้มาตรา 44 เรียกคืนที่ดินจากผู้ถือครองรายใหญ่โดยมิชอบ และกรมป่าไม้ ได้ยอมรับว่าที่ดินดังกล่าวไม่ผูกพันกับกรมป่าไม้แล้ว "นายกฤษฏา กล่าว