ข่าว

มือที่3ขยี้-มือที่4ขย้ำ

มือที่3ขยี้-มือที่4ขย้ำ

17 ต.ค. 2552

เอาเข้าจริงแล้วการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง บ่ายวันเสาร์นี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุที่ต้องระมัดระวัง

 สถานการณ์การเมืองอย่างนี้ นักฉกฉวยโอกาส หรือบางคนที่เชื่อว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เขามักจะมีความคิดพิสดารได้เสมอ

 การประกาศชุมนุมแดงทั้งแผ่นดิน เพื่อทวงถามความคืบหน้าการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างว่ารัฐบาลจงใจดึงเรื่อง ไม่ส่งให้สำนักราชเลขาธิการ

 จุดนัดหมายชุมนุม ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล จะรุนแรงหรือไม่ไม่มีใครคาดเดาได้

 แต่สำหรับหน่วยข่าวของรัฐแล้วประเมินว่า ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะคุม "มือที่สาม" และ "มือที่สี่" ได้หรือไม่

 หน่วยข่าวให้นิยาม "มือที่สาม" ว่า เป็นกลุ่มที่ต้องการล้มรัฐบาลตามวิถีทางประชาธิปไตย

 เคลื่อนไหวมุ่งสร้างเงื่อนไขเพื่อให้รัฐบาลไร้ความสามารถ จนถึงขั้นยุบสภา หรือลาออก

 ส่วน "มือที่สี่" เป็นพวกเคลื่อนไหวปั่นป่วนยุยงให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น หากเห็นว่ารัฐบาลตกเป็นมวยรองของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนอกระบบ

 หน่วยข่าวระบุชัดว่า คนกลุ่มนี้มีทั้งนายทหารประจำการ และนายทหารที่ยังมีอำนาจอยู่ในปัจจุบันอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งมีกลุ่มบุคคลที่สนับสนุนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) อยู่เบื้องหลัง

 โดยจะใช้เงื่อนไขให้กลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน เป็นตัวเร่งให้เกิดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้กำลังยึดอำนาจ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 นั่นเพราะไม่ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมามีอำนาจอีกครั้ง !

 สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ ใบสั่งจากดูไบ มอบหมาย "งานด้านมวลชน" ให้คนเสื้อแดงรับผิดชอบ

 ส่วน "งานด้านการเมือง" มอบให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แกนนำพรรคเพื่อไทยและคณะรับผิดชอบ

 ทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน

 ขับเคลื่อนมวลชนทำลายรัฐบาล

 ขับเคลื่อนการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล ..เช่นกัน

 ส่วนทีมงานใหญ่ กำหนดยุทธวิธี พร้อมกับหามวลชนมาสมทบ

 ยุทธวิธีด้านมวลชนนั้น หน่วยข่าวให้รายละเอียดว่า เป็นการเคลื่อนไหวเดินขบวน ปราศรัย โจมตี ปิดล้อมและบุกทำลายสัญลักษณ์ของรัฐบาล

 ส่วนยุทธวิธีด้านการเมือง เป็นการเดินเกมทำลายแนวร่วมพรรคประชาธิปัตย์

 สำหรับแนวร่วมของประชาธิปัตย์มีใครเห็นแล้วจะตกใจ เพราะทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ก็มีชื่อรวมอยู่กับนายทุนใหญ่ของพรรค

 สำหรับแนวร่วมระดับกลางของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นักวิชาการ สื่อมวลชน ผู้นำทางความคิด และแนวร่วมระดับล่าง คือ ผู้นำในพื้นที่ต่างๆ สมาชิกพรรคคนสำคัญ

 แนวร่วมที่ว่านี้ถูกตีตราจองกฐินกันล่วงหน้า ไม่ช้าไม่นานได้ถูกเช็กบิลแน่

 แยกแยะ แยกย่อย จากนั้นค่อยเช็กบิล ทีละกิ่ง ทีละก้าน ไม่นาน รัฐบาลก็จะยืนแห้งตาย เพียงแค่ดีดนิ้วเปาะเดียวก็ล้มทั้งยืน

 แต่ก็นั่นแหละของพรรค์นี้ มันต้องอาศัยระยะเวลา อาศัยจังหวะ ที่ใช่ว่า จะซัดกันได้ง่ายๆ พัวะพะฉบับไวแบบในหนัง เรื่องจริงยังไม่เคยเห็น

 ความน่ากลัวของมือที่สามจึงยังอยู่ในระดับ "จับตามอง"

 "มือที่สี่" นี่ต่างหาก !

 หน่วยข่าวประเมินดูแล้ว น่ากลัวกว่ามือไหนๆ

 เพราะมือที่สี่นี้ หน่วยข่าวหมายถึง "กลุ่มนายทหาร" ที่ขณะนี้กำลังเกิดความรู้สึกหวั่นไหวว่าจะสามารถก้าวไปถึงตำแหน่งสูงสุดของกองทัพตามที่ถูกวางแนวทางได้หรือไม่ !!

 ยิ่งไปดูข้อมูลที่หน่วยข่าวของกองทัพบกในแต่ละพื้นที่ได้วิเคราะห์และสรุปสถานการณ์ล่าสุดว่า มีความเป็นไปได้สูงหากมีการเลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มสูงที่จะชนะอย่างถล่มทลาย

 ก็ยิ่งมีเหตุมีผลให้เกิดการขยับขับเคลื่อนเพื่อให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ บริหารประเทศได้นานที่สุด

 แต่หาก "มาร์ค" ทำท่าว่าจะทรุด ส่อแววว่าไม่ไหวไปไม่ถึง การเคลื่อนกำลังเต็มรูปแบบของมือที่สี่ก็อาจพรึ่บขึ้นมาในทันทีทันใด

 ก็คนมันชิน "รุกเร็ว ถอยเร็ว" !

ยศวดี หงษ์ทอง