
กรมปศุสัตว์นัดผู้เกี่ยวข้องหารือแก้ไขปัญหาหมูมีชีวิตราคาตก
กรมปศุสัตว์นัดผู้เกี่ยวข้องหารือแก้ไขปัญหาหมูมีชีวิตราคาตก
กรมปศุสัตว์นัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสุกรมีชีวิตตกต่่า โดยมี นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุมกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ อาคารชัยอัศวรักษ์ ชั้น 6 กรมปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาสุกรตั้งแต่ต้นน้้า จนถึงปลายน้้า ประกอบด้วยตัวแทนจากกรมปศุสัตว์ กรมการค้าภายใน ตัวแทนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและขนส่งสุกร และห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งได้ร่วมกันหารือถึงปัจจัยที่ท้าให้เกิดผลกระทบจากมุมมองของผู้ประกอบการทุกด้าน และปัญหาราคาของเกษตรกร โรงเชือด ผู้ค้าขาย และห้างร้านต่างๆ
รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้แจ้งที่ประชุมทราบถึงมาตรการต่างๆที่กรมปศุสัตว์ด้าเนินการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในระดับกระทรวง การจัดประชุมพบปะร่วมหารือระหว่างผู้แทนเกษตรกรและผู้ประกอบการค้าปลีก ผู้ประกอบการน้าเข้า และการจัดประชุมผู้ประกอบธุรกิจการค้าและขนส่งสุกร ทั้งนี้ ได้แจ้งที่ประชุมถึงการอ้านวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาสุกรล้นตลาดในระยะยาว พร้อมทั้ง ได้แจ้งที่ประชุมทราบถึงนโยบายการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศ เพื่อควบคุมและสนับสนุนเกษตรกรที่ได้ผลดีที่สุด นอกจากนี้ ได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงโครงสร้างราคาจากภาคการผลิต รวมทั้งหารือร่วมกันถึงกรอบราคา เพื่อก้าหนดใช้อ้างอิงจากราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ซึ่งทางกรมปศุสัตว์จะรับฟังความคิดเห็น และน้าข้อตกลงของที่ประชุมไปปรับเป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรในที่สุด
รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรรายใหญ่ให้ลดปริมาณการผลิตลง เพื่อให้มีลูกสุกรออกสู่ระบบน้อยลง รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการซื้อขายสุกรขุน ให้รับซื้อสุกรอย่างเป็นธรรม และให้ขายเนื้อสุกรในท้องตลาดไม่มากหรือน้อยจนเกินราคาที่แนะน้าอีกด้วย โดยมาตรการดังกล่าวนี้จะด้าเนินการภายในระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งกรมปศุสัตว์จะได้ท้าข้อสรุปดังกล่าวแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันต่อไป



