
ศรีประภานั่งกมธ.สิทธิมนุษยชนอาเซียน
อ.ศรีประภาเป็นผู้แทนไทยนั่งกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนอาเซียน เตรียมวางรากฐานขอบเขตหน้าที่ พร้อมเป็นช่องทางสื่อสารเชื่อมโยงรัฐ-ประชาชน
(16ต.ค.) นางสาวศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์ประจำศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการได้รับตำแหน่งผู้แทนไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นไปตามกฎบัตรอาเซียนในการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนและเพิ่งได้รับความเห็นชอบจากครม.เมื่อวันที่ 13 ต.ค.โดยมีวาระการทำงาน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2555 ว่า ในฐานะที่ไทยไทยเป็นเจ้าภาพและเหลือเวลาเพียง 2 เดือน ก่อนจะส่งไม้ต่อไปยังประเทศเวียดนาม ตนค่อนข้างหนักใจ เพราะเวลาค่อนข้างน้อยมากและเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการผลัดกันงานด้านสิทธิมนุษยชนให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า
โดยตนมีสิ่งที่ตั้งใจทำใน 2 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องแรกการจัดประชุมเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนในช่วงที่ไทยเป็นประธานอยู่ ในลักษณะการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อวางรากฐานการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้ อีกทั้งทำความเข้าใจระหว่างกรรมาธิการจากแต่ละประเทศด้วยกัน นอกจากนี้เป็นการวางขอบเขตการทำงาน เนื่องจากวิธีคิดของบางประเทศในอาเซียนยังรู้สึกว่า กลไกนี้ครอบคลุมการปกป้องรัฐบาลด้วย
ส่วนที่สองกรรมาธิการฯจะเป็นช่องทางสื่อสารกับภาคประชาสังคม โดยกรรมาธิการฯเป็นตัวเชื่อมโยงรัฐกับประชาชนและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนมากขึ้น เปิดการพูดคุยพบปะกับประชาชนให้มากที่สุด
น.ส.ศรีประภา กล่าวด้วยว่า ในระหว่างที่ทำหน้าที่กรรมาธิการตนคาดหวังว่าจะเห็นความก้าวหน้าและพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสำคัญ โดยหวังว่า จะสามารถเข้าไปดูปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิก รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ
เมื่อถามว่า มองปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนเรื่องใดสำคัญ น.ส.ศรีประภา กล่าวว่ามีหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นก็เป็นปัญหาสำคัญในอาเซียน รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจสังคม เช่นคนไม่มีงานทำ คนต้องออกจากงาน รวมทั้งปัญหาภัยธรรมชาติ ที่กระทบสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เพียงการประท้วงการถนน ซึ่งงานสิทธิมนุษยชนไม่สามารถจัดลำดับว่าเรื่องใดสำคัญมากน้อย เนื่องจากทุกเรื่องสำคัญเท่ากันหมด
เมื่อถามว่า จะมีการนิยามคำว่าสิทธิมนุษยชนหรือไม่ น.ส.ศรีประภา กล่าวว่า ผู้แทนได้มารับตำแหน่งกรรมาธิการฯ ล้วนเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมาก่อน จึงจะไม่พยายามนิยามคำว่า สิทธิฯ เพราะถ้าเริ่มต้นนิยามในที่สุดจะตกหลุมคำนิยาม โดยเราจะต้องทำให้สิทธิมนุษยชนในภูมิภาคสอดคล้องและยอมรับในระดับสากล



