ข่าว

ส่งสันติบาลควานต้นตอข่าวลือเหตุทำหุ้นตก

ส่งสันติบาลควานต้นตอข่าวลือเหตุทำหุ้นตก

16 ต.ค. 2552

ก.ล.ต.เผยไม่พบการปั่นหุ้น สอบหาต้นตอข่าวลือจากโบรกเกอร์ พร้อมประสานสันติบาลสืบข่าว นายกฯ จี้ต้องจัดการที่มาของข่าวลือ ยอมรับห้ามกันไม่ได้ ดัชนีตลาดหุ้นดีดกลับ 24 จุด

 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ไม่พบว่ามีข้อกังวลเกี่ยวกับการปั่น แต่ ก.ล.ต.ยังมีข้อพิจารณาเพิ่มเติมให้เกิดความชัดเจน คือ กรณีที่เกิดข่าวลือ โดยได้ติดต่อไปยังบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง ว่ามีข่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีต้นตอแหล่งข่าวมาจากที่ใด

 "ขณะนี้ได้รับการประสานงานจากผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เพื่อหารือถึงวิธีการทำงานในการสืบเสาะถึงแหล่งต้นตอของข่าวลือ ซึ่งการเผยแพร่ข่าวและถ่ายทอดข่าว ต้องมีความระมัดระวัง และบุคคลที่เกี่ยวข้องในแง่นักลงทุนก็ควรใช้วิจารญาณในการติดตามข่าวและลงทุน" นายธีระชัย กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องช่วยกันติดตามในเรื่องข่าว หากมีใครไปดำเนินการในลักษณะจงใจทำให้เกิดปัญหาในการซื้อขายหลักทรัพย์ก็ผิดกฎหมายและต้องดำเนินการ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และพบว่ามีการพาดพิงตัวบุคคลในบริษัทต่างๆ ก็กำลังมีการตรวจสอบกันอยู่ ส่วนจะมีกระบวนการทางด้านการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการปล่อยข่าวลือนี้หรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบจากข่าวที่ออกมาก่อน ส่วนจะเชื่อมโยงถึงใครก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง

 "การตรวจสอบหาคนที่ปล่อยข่าวนั้น คนที่มีการถูกพาดพิงก็จะปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่เนื้อหาของข่าวลือที่ออกมามันกระทบกับเสถียรภาพทางการเมืองโดยรวมของประเทศไทยนั้น ผมอยากให้ทุกคนหนักแน่น ยืนยันว่าบ้านเมืองของเรามีระบบ เพราะฉะนั้นเรื่องของข่าวลือซึ่งเป็นเรื่องที่มีอยู่ตลอดเวลาและก็ห้ามคนคิดห้ามคนพูดถึงไม่ได้" นายอภิสิทธิ์ย้ำ

 ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานในลักษณะการปั่นหุ้นหรือทุบหุ้น เป็นเพียงการขายทำกำไรของนักลงทุนตามปกติ อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้มีการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป และได้สั่งให้มีการตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์ด้วย

 ส่วนการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นพลิกฟื้นกลับมาค่อนข้างร้อนแรง โดยปิดในจุดสูงสุดของวันที่ 717.12 จุด บวก 24.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 546 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 301 ล้านบาท และรายย่อยขายสุทธิ 848 ล้านบาท