
ไลฟ์สตางค์-ชิง ช้า
ผมเป็นหนึ่งในคนกรุงที่เป็นโรคติดเร็ว แต่คนอื่นจะมีดีกรีแรงกว่าหรือเปล่า? ก็ต้องไปวัดกันเอา
ไม่ต้องอื่นไกล ดูง่ายๆ ตอนเข้าเน็ต ดาวน์โหลดเว็บ ใครบ้างที่รอได้เฉยๆ โดยใจไม่บ่น มือไม่คลิกโน่นนี่เพิ่มเติม ถ้าทำได้ ผมนับถือเลย น่าสดุดีเป็นที่สุด แต่นานๆ จะเร่งสักที ผมว่าเข้าท่านะ ชีวิตก็ต้องมีเร็วมีช้า เคลื่อนไปตามจังหวะของการแข่งขัน จะให้สุดโต่งไปทางหนึ่ง ก็แปลกๆ อยู่
สำคัญที่ต้องระวัง อย่าให้พอกพูนเป็นนิสัย เพราะเคยเจอพิษสงกับตัวมาแล้ว เล่นเอาเครียด ประสาทกิน ไม่เป็นสุข บางคนหนักกว่าเรา อาจรุนแรงถึงขั้นล้มป่วย โรคร้ายต่างๆ ตามมาหลอกหลอน
อย่างน้องในทีม ล่าสุดเริ่มติดโรคนี้ ทำอะไรเร็วๆ เป็นมือไม้สั่น ชีพจรเต้นแรง น่ากลัวมาก ต้องคอยถาม คอยห้ามและคอยปราม แถมบางทีต้องแอบขู่ด้วย ถ้าไม่อยากให้งานเละ อย่าทำอะไรตอนรนๆ
นี่แหละมั้ง…เลยทำให้ทั้งโลกเริ่มพลิกมุมคิด หันมาใส่ใจ…เดินชีวิตให้ช้า ผ่อนที่หนักให้คลายลง
ถ้าจำไม่ผิด แคมเปญ “สโลว์ฟู้ด” ถือเป็นโปรเจกท์ที่ออกตัวแรกๆ ต่อสู้การล่าอาณานิคมของ “ฟาสต์ฟู้ด” โดยมุ่งโปรโมทให้คนหันเหสู่วิถีธรรมชาติ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ กิน ละเมียดอารมณ์สุข โดยไม่ต้องรีบร้อน
แล้วแนวคิดนี้ก็ออกดอกออกผล จนถึงขั้นการรณรงค์ให้ปลูกพืชสวนผัก ทำกินเองแบบไม่ต้องกลัวสารพิษ ไม่ต้องแคร์ใคร ตอกย้ำทฤษฎีใหม่ ให้มนุษย์เป็นเพื่อนกับสิ่งแวดล้อม
ไม่นานนัก “สโลว์ ไลฟ์” ก็เดินรอยตาม หวังให้คนรู้จักคุณค่าของความช้า สอนไม่ให้เราสร้างกรอบบีบคั้นตัวเอง มีสติกำกับในทุกการคิด ทำ พูด ตามหลักคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ้าจะวกเข้ากับเรื่องเงินๆ ทองๆ ดูบ้าง ต้องบอกว่าปรัชญานี้ยังได้ผลครับ
บางโอกาส เราสามารถเลือกทำชีวิตให้ช้าลง ลดวิถีบริโภคนิยมบ้าง ไม่วิ่งตามกระแส ไม่เร่งตามเทคโนโลยี หรือมีค่านิยมผิดๆ แบบมัดตัวเอง
โปรแกรมชีวิตที่ดี…ต้องทิ้งช่วงจังหวะให้หายใจ ได้ผ่อนคลายลง
ลูกค้าผมรายหนึ่งเล่าว่า เวลาอยากได้อะไร จะยังไม่รีบ ใช้วิธีจดในไดอารี่ ชะลอการซื้อก่อน จดไปเรื่อยๆ สักพัก พอเงินเดือนออก ก็หยิบมาทบทวน น่าอัศจรรย์มากที่บางอย่างความอยากหมดไปดื้อๆ หลายอย่างก็ตกสมัยไปแล้ว เอาจริงๆ สิ่งที่อยากได้ อยากซื้อจะลดลงกว่าครึ่ง ช่วยประหยัดได้ไม่มากก็น้อย
การปรับชีวิตแบบไม่ติดบริโภคนิยม ยังช่วยใหเราลดความเร่ง ทอนความเร็วได้ด้วย
เพราะทันทีที่ทัศนคติเปลี่ยน เราเองก็ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องยึดเอาสปีดการหาเงินเป็นที่ตั้ง แต่หันมาเน้นความสุขในวิถีธรรมชาติมากขึ้น
มองอีกด้านหนึ่ง ใครที่เพิ่งเปลี่ยนนิสัยมาออมใหม่ๆ แนะนำอย่าเพิ่งเร่งเหมือนกัน ไม่ควรขึงขังแบบเอาเป็นเอาตาย ค่อยเป็นค่อยไปน่าจะดีกว่า เพราะถ้าเก็บแบบขวาจัด เดี๋ยวจะเกินจริง เห็นมาแล้ว ส่วนใหญ่จะเลิกกลางคันดื้อๆ
หรือถ้าเป็นคนชอบลงทุน กล้าได้กล้าเสีย แบบใจเร็วด่วนได้ อาจต้องเดินความคิดให้ช้าลง ดูความผันผวนของตลาด อย่าผลีผลาม ให้ดูวิกฤติการเงินในปีที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง สถาบันยักษ์ใหญ่ของอเมริกาก็ยังล้มมาได้แล้ว สะท้อนความล้มเหลวของระบบทุนนิยมจริงๆ
เขียนมาถึงตรงนี้ ผมเริ่มรู้แล้วว่า ทำไมสมัยก่อน เด็กๆ อย่างเราชอบขึ้นชิงช้ากัน?
และยิ่งชอบเป็นพิเศษ ถ้ามันจะหยุดนิ่งกลางท้องฟ้านานๆ ให้เราค่อยๆ ชื่นชมดวงดาวอย่างเต็มอิ่ม มองบรรยากาศหรือวิวรอบตัวโดยไม่ต้องรีบร้อน
ถ้าดีขนาดนี้แล้ว มาชิง-ช้า กันมั้ยครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



