ข่าว

เล็งติด"สติกเกอร์"สแกนรถยนต์-จยย.ป้องกันโจรซุกบึ้ม

เล็งติด"สติกเกอร์"สแกนรถยนต์-จยย.ป้องกันโจรซุกบึ้ม

18 ต.ค. 2552

จากเหตุการณ์ระเบิดทั้งคาร์บอมบ์ และจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ต้องเร่งหามาตรการใหม่ๆ เพื่ออุดรอยรั่วที่เกิดขึ้นให้ได้

 ทั้งนี้ หนึ่งในแนวทางที่หน่วยงานความมั่นคงเห็นว่าน่าจะช่วยในการตรวจสอบรถต้องสงสัยได้ในระดับหนึ่งคือ การติด "สติกเกอร์" ไว้ตามรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่เพื่อป้องกันการนำรถนอกพื้นที่ หรือรถที่มีสีรถ และรุ่นรถที่ไม่ตรงกับทะเบียนมาก่อเหตุได้ง่ายๆ

 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวถึงที่มาของแนวคิดดังกล่าวว่า ปัจจุบันตามด่านตรวจต่างๆ เรามีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบรถที่แจ้งหายไว้ตามฐานข้อมูลของตำรวจ และกรมการขนส่งทางบก อยู่แล้ว

 อย่างไรก็ตาม ในกรณีของรถที่ไม่ได้แจ้งความหายไว้ หรือรถที่ดัดแปลงสภาพ เช่น มีการเปลี่ยนทะเบียน หรือเปลี่ยนสีและยี่ห้อไม่ตรงกับทะเบียนรถ การตรวจสอบยังได้ทำได้ยากอยู่ จึงเกิดแนวคิดที่จะหาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อแยกแยะและคัดกรองรถต้องสงสัยให้ง่ายขึ้น

 พล.ท.กสิกร ระบุว่า ในตอนแรกมีความคิดว่าจะติด "ชิพ" ที่บันทึกข้อมูลของรถทั้งผู้ครอบครองรถ สี ยี่ห้อ และทะเบียน แต่เมื่อพิจารณาจากต้นทุนการดำเนินการแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะต้นทุนการติดชิพแต่ละอันจะตกประมาณ 100 กว่าบาท

 เมื่อประเมินจากฐานข้อมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ว่าน่าจะมีประมาณ 1 ล้านคัน หากติดชิพทั้งหมดก็จะตกประมาณ 100 กว่าล้านบาท ซึ่งดูแล้วยากที่จะหางบประมาณมาติดตั้งได้ครอบคลุม

 ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดว่าน่าจะใช้วิธีอื่นที่มีต้นทุนถูกกว่า แต่ยังสามารถจำแนกรถในพื้นที่กับรถต้องสงสัยได้ง่าย คือ การติดสติกเกอร์ที่มีข้อมูลของผู้ครอบครอง ทะเบียน สี ยี่ห้อ และรุ่นของรถ

 "ถ้าเราใช้สติกเกอร์จะใช้ต้นทุนประมาณแผ่นละ 8-9 บาท คาดว่าถ้าจะใช้ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัดก็จะใช้งบไม่เกิน 10 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากกว่า" พล.ท.กสิกร อธิบายความเป็นไปได้ของแนวคิดดังกล่าว

 อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเท่านั้น และยังไม่ได้เสนอไปยังฝ่ายอื่นๆ เช่น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้ง

 ส่วนข้อกังวลว่า หากติดสติกเกอร์แล้วอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปปลอมแปลงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่นั้น พล.ท.กสิกร ยอมรับว่า มีความกังวลตรงจุดนี้เช่นกัน ซึ่งจะนำไปหารือกันอย่างรอบคอบกันต่อไปว่า จะใช้วิธีไหนเพื่อป้องกันการปลอมแปลงจากฝ่ายตรงข้าม

 สำหรับแนวทางในการนำสติกเกอร์ไปใช้จริง ผบ.พตท.ยังคิดว่าจะมีการจำแนกสีของสติกเกอร์ตามพื้นที่ เช่น แบ่งสีตามอำเภอเพื่อให้ง่ายต่อการจำแนกรถ และน่าจะทำให้รถที่ผิดกฎหมายเคลื่อนไหวเพื่อก่อเหตุได้ยากขึ้น

 ผบ.พตท.ยังประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ในพื้นที่จากนี้ไปว่า คนร้ายคงจะหาทางก่อเหตุใหญ่ๆ มากขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ และอาจหาทางลงมือตามย่านเศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่มากขึ้นเพื่อดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ และสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน

 เมื่อถามว่าในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น อ.เบตง จ.ยะลา หรือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้สั่งให้มีการเฝ้าระวังมากขึ้นหรือไม่ ผบ.พตท.ยอมรับว่า ได้สั่งกำชับไปแล้วเช่นกัน เพราะเมื่อเร็วๆ นี้คนร้ายก็ลงมือในย่านเศรษฐกิจที่ อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส มาแล้ว

 อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ช่วยป้องกันเป็นหูเป็นตา เพราะบางครั้งคนร้ายก็ฉวยโอกาสจากความเผอเรอแค่เสี้ยวนาทีก่อเหตุความรุนแรงขึ้นมา แต่หากประชาชนช่วยกันสังเกตสิ่งผิดปกติ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ก็จะช่วยป้องกันเหตุได้ดีที่สุด

เรื่อง..ทีมข่าวความมั่นคง
ภาพ /นครินทร์ ชินวรโกมล