
อภิสิทธิ์แจงนักธุรกิจสหรัฐไทยเริ่มกระตุ้นศก.ระยะ2
เมื่อเวลา 13.00 น. 16 ต.ค.นายเอริค จี จอห์น (Eric G. John) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยนำคณะนักธุรกิจจาก The Asia Pacific council of American Chamber of commerce - APCAC เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาพบปะกับคณะนักธุรกิจฯ ในโอกาสที่ APCAC จัดการประชุมประจำปีที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม ศกนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งนี้คณะนักธุรกิจฯ ได้แจ้งถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เพื่อขอทราบถึงวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ มาตรการจูงใจในการลงทุน และสถานการณ์ทางการเมืองของไทย
นายกฯได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ว่าในขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ได้ดำเนินนโยบายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
โดยประเทศไทยได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อรักษาความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชนให้คงอยู่ และในขณะนี้ประเทศไทยกำลังเริ่มต้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ซึ่งมีโครงการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
คณะนักธุรกิจฯ แสดงความยินดีที่ผลการเยือนสหรัฐฯ ของนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA ครั้งที่ 64 และ G-20 Summit และการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกิจกรรมต่อประเทศไทย ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมแสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่สามารถดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะการเมืองในปัจจุบัน และรัฐบาลไทยยังให้ความสำคัญต่อการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาด้วย
นายกรัฐมนตรียังได้ยืนยันถึงนโยบายของรัฐบาลที่มีนโยบายเปิดกว้าง พร้อมต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ และประเทศไทยยังมีโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ อีกมากมาย ซึ่งในสัปดาห์หน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 และการประชุมที่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่เจรจา เพื่อหารือถึงแนวทางในการสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง
นอกจากนี้สำหรับประเด็นเรื่องพม่านั้นสหรัฐฯได้แจ้งว่าการเดินทางเยือนเอเชียของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคม ช่วยกระตุ้นให้สหรัฐฯ ได้ทบทวนนโยบายต่อพม่า และมีการดำเนินนโยบายที่ชัดเจน เพื่อหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงพลวัตรทางการเมืองในพม่าต่อไป



