
ใครทำลายประเทศไทย
กลุ่มมวลชนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่บางส่วน ได้พบปะพูดคุยกัน ต้องการสงบศึกเพื่อให้เกิดความสงบ ฟื้นฟูชีวิตชีวาเพื่อธุรกิจการท่องเที่ยว ในช่วงที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลไฮซีซั่น โดยเฉพาะหน้าหนาวซึ่งกำลังจะมาเยือนถิ่นไทยงาม
ทั้ง 2 ฝ่ายต่างยอมรับว่า ที่ผ่านมา ธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่หย่อนใจ ศูนย์การค้า รวมทั้งเกสต์เฮ้าส์ ต่างอยู่ในสภาพร่อแร่ เจ้าของโรงแรมหลายแห่งลดจำนวนพนักงาน ประกาศขายกิจการ
ทนรับสภาพกับการขาดรายได้ต่อเนื่องไม่ไหวอีกแล้ว!
สถานการณ์จากวิกฤติเศรษฐกิจก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ยังมีอันธพาลเสื้อแดงทำตำบอน จัดม็อบประท้วงขับไล่ฝ่ายที่ตัวเองไม่ถูกโฉลก ยกพวกเข้าราวี ทำร้ายร่างกาย รุมซ้อมเจ้าหน้าที่สถาบันศาลบาดเจ็บสาหัสคาสนามบิน
ก่อนหน้านี้ยกพวกใช้อาวุธฆ่าฟันคนกลางเมือง เหิมเกริม โดยเชื่อว่าตำรวจเป็นพวกสีเดียวกัน และเชียงใหม่ยังเป็นบ้านเกิดผู้ร้ายหนีโทษอาญาจำคุกอีกด้วย
หัวโจกแกนนำก็เป็นเจ้าของโรงแรม คงไม่ง้อแขก หวังพึ่งน้ำเลี้ยงจากนายใหญ่ ซึ่งทำตัวเนรคุณแผ่นดินเกิด สร้างความวิบัติให้เชียงใหม่ต่อเนื่อง
การเจรจาระหว่าง 2 กลุ่มจะได้ผลเพียงใดยังต้องรอดู เพราะกลุ่มหัวโจกและหัวรุนแรง นิยมการไล่ทุบตี ฆ่าฟัน ออกแนวโหดสุดๆ ยังไม่เข้าร่วม คงต้องการให้ธุรกิจเชียงใหม่ การเป็นอยู่ของชาวบ้านตกอยู่ในความลำบาก
มีครั้งหนึ่งพวกเสื้อแดงไล่ทุบตีกลุ่มชาวเกย์กลางเมือง เป็นข่าวฮือฮา!
ผลกระทบของพฤติกรรมอันธพาลเสื้อแดงทำให้เชียงใหม่เสียหายมหาศาล รายได้ของพวกที่ไม่ใช่มนุษย์เงินเดือนลดลง แม้กระทั่งรถสี่ล้อก็ยังไม่มีผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งเคยเป็นรายได้หลักสำหรับฤดูการท่องเที่ยว
ความซ่าลดน้อยลง หลังจาก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ได้มาเป็นผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 จัดการกลุ่มอันธพาลเสื้อแดงอย่างจริงจัง ดำเนินคดีอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้กลุ่มอันธพาลการเมืองไม่กล้ากร่าง แถมมีคดีติดตัวทุกคน
กิจกรรมไล่ทุบตีผู้อื่นลดลง เพราะกลัวถูกถอนประกัน ต้องนอนคุก!
นายตำรวจผู้นี้ยังไล่บี้รื้อฟื้นคดีต่างๆ ในภาคเหนือ เช่น การบุกรุกป่าสบกกในเชียงราย การเข้าครอบครองพื้นที่ป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ ซึ่งนักการเมืองทรงอิทธิพลในเชียงรายทำตัวเป็นขาใหญ่ช่วงเรืองอำนาจสุดขีด
ขบวนการเสื้อแดง และสมุนนักการเมืองกังฉิน จึงอยู่ในสภาพระส่ำระสาย เคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ถนัด ทั้งยังโดนคิดบัญชีสำหรับพฤติกรรมชั่ว
ที่น่าสนใจคือ พล.ต.ท.สมคิด ได้สั่งให้สอบสวนการได้มาสัญชาติไทย และบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงรายของ นายเหยียน ปิน หรือ ชาญชัย รวยรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนและผู้อุปถัมภ์นักการเมืองหนีคุกอยู่ดูไบ
ดังนั้น พล.ต.ท.สมคิด จึงเป็นก้างขวางคอ ซึ่งตระกูลนักการเมืองกังฉินในเชียงใหม่และเชียงรายต้องการกำจัดให้พ้นทาง ทำให้เกิดความพิสดารเมื่ออดีตนายใหญ่กรมสอบสวนคดีพิเศษสั่งให้ออกหมายจับ และเป็นหมายเรียกในวันสุดท้ายก่อนเด้งจากตำแหน่ง ทำให้ถูกสงสัยด้านเจตนาว่ามีเงื่อนงำอะไร
สำหรับคนอยู่วงในย่อมรู้ดีว่า การทำเช่นนี้มีขบวนการอะไรสั่งการอยู่!
การสั่งให้ดำเนินคดีจึงเป็นการสกัดกั้นความพยายามดำเนินคดีอาญาคนหลายกลุ่มในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งอิงผลประโยชน์โดยตรงกับนักการเมืองหนีคุก
อย่างไรก็ตาม การเจรจากันระหว่างคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองจะไม่สำเร็จสมบูรณ์ ตราบใดที่แกนนำหัวโจก นักล่าเบี้ยเลี้ยงยังรับคำสั่งจากนายใหญ่ ซึ่งทำทุกอย่างเพื่อให้รัฐบาลนี้พ้นจากการกุมอำนาจรัฐภายในสิ้นปีนี้ให้ได้
อย่างที่ว่าไว้ นายใหญ่ไม่มีเวลาเหลือมากนัก เมื่อสุขภาพมีปัญหาน่ากลัว และคดีอาญาต่างๆ กำลังเดินไปตามกระบวนการพิจารณา รวมทั้งคดียึดทรัพย์
การเจรจามีหอการค้าเชียงใหม่เป็นองค์กรประสาน อันที่จริงภาครัฐควรเป็นฝ่ายสนับสนุน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรเอกชนอื่นๆ ผู้ได้รับผลกระทบจากความเสื่อมถอยของธุรกิจ เช่นตัวแทนวงการท่องเที่ยว
ที่สำคัญ คนเชียงใหม่ต้องเคลื่อนไหว ต้องไม่ยอมให้คนเพียงไม่กี่ร้อย สร้างความรุนแรง เสื่อมเสียแต่ชื่อเสียงของจังหวัด ทำให้ภาพลักษณ์น่ากลัว
คงช่วยได้ไม่มาก ตราบใดที่หัวโจกเสื้อแดงนครบาลยังจัดม็อบเร่งเสริมความมั่งคั่ง ก่อนนายใหญ่สิ้นหวัง ไม่อยู่ในสภาพที่จะจ่ายน้ำเลี้ยงต่อไป
และวันเสาร์นี้แหละ เสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง เพียงแค่นี้พวกนักท่องเที่ยวได้รับรู้ข่าวก็ยกเลิกทัวร์ ที่อยู่ในเมืองไทยก็รีบเผ่นกลับประเทศ
ยิ่งประกาศว่าจะจัดชุมนุม 1 ล้านคนเดือนหน้า ก็ทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวไม่น่ากระเตื้องขึ้น เพราะก่อนไปเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องมากรุงเทพฯ ก่อน เชียงใหม่คงหวังนักท่องเที่ยวท้องถิ่นช่วงเทศกาลเท่านั้น
แค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่า ใครทำร้าย และทำลายประเทศไทยนิ! อิอิอิ!!!



