
ชุมชนกับอุตสาหกรรม
กรณีศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับ 76 โครงการอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีมูลค่าการลงทุนรวม 4 แสนล้านบาท
จนกว่าจะได้จัดการปัญหาเกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้สร้างความวิตกให้รัฐบาลและนักลงทุนว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ทำให้นักลงทุนย้ายไปประเทศอื่นๆ และรัฐบาลได้เร่งยื่นอุทธรณ์ ขณะที่ชุมชนในพื้นที่นั้นประกาศต่อสู้ต่อไป
ถ้าพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ไม่ว่าโครงการจะอยู่หรือจะไม่มี ย่อมมีผลกระทบ เพราะการลงทุนจำนวน 76 โครงการนั้นแสดงให้เห็นขนาดของอุตสาหกรรม และพื้นที่ต้องใช้ ย่อมเป็นขนาดใหญ่โต ปริมาณมลภาวะซึ่งจะถูกปล่อยออกมาหลังจากการผลิตย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อบรรยากาศในพื้นที่นั้นแน่นอน จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการป้องกัน และความเสียหายต่อชุมชน
ข้อเรียกร้องของชุมชนในพื้นที่นั้นย่อมมีเหตุผล เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต ความเป็นอยู่ ขณะที่นักลงทุน เจ้าของกิจการไม่ได้รับความเสี่ยง หรือต้องกิน นอนอยู่ในพื้นที่นั้นตลอดเวลา การทำงานอยู่ในห้องปรับอากาศ การเดินทางอยู่ในรถยนต์ปรับอากาศ ขณะที่มวลพิษถูกพ่นออกจากโรงงานออกไปสู่ภายนอก ดังนั้น การตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ไหนย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชน การเคลื่อนย้ายของประชากร ปัญหาสังคมอาชญากรรม และความเสี่ยงต่อภัยในรูปแบบต่างๆ
ถ้าไม่เกิดปัญหาต่อสุขภาพ ชุมชนย่อมไม่โวยวาย และการเจ็บป่วย เป็นอันตรายในลักษณะตายผ่อนส่งได้เกิดขึ้นมานาน สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ได้รับการเยียวยาชดเชยอย่างเป็นธรรม และการเจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่ได้ นี่เป็นเพราะระบบการควบคุมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ไม่เป็นไปตามกฎ ระเบียบ และความห่วงใยด้านผลกระทบ เป็นเช่นนี้มานานนับตั้งแต่ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มกำหนดการพัฒนาตามแผนที่ 1 ของสภาพัฒน์ด้วยซ้ำ
ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาด้านการละเลยเพิกเฉยต่อการสร้างมลภาวะ นักลงทุนไร้จริยธรรมและมนุษยธรรม มุ่งเน้นการให้ต้นทุนต่ำ กำไรสูงสุด ทำให้ทรัพยากรแผ่นดินเสียหายเพราะกากพิษอุตสาหกรรม ในแผ่นดิน แม่น้ำ ลำคลองและในอากาศ นอกจากมลภาวะทางเสียง และผลกระทบต่อสุขภาพจิต ความแออัดของชุมชน ทั้งยังส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมโดยไม่คำนึงถึงสภาพพื้นที่ และยอมรับอุตสาหกรรมอันตรายให้เข้ามาในประเทศ สร้างความขัดแย้งในชุมชน ถึงขั้นฆ่าฟันกันจนเสียชีวิต
รัฐบาลสมควรต้องระวังมากกว่าเดิม กฎหมายไม่มีความหมาย หากไม่คำนึงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะการลงทุนย่อมคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่น และนักลงทุนจากต่างประเทศมีน้อยรายจะใส่ใจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง รัฐบาลต้องรักษาความเป็นธรรม คัดสรรว่าโครงการใดเหมาะสมกับเศรษฐกิจและพื้นฐานของประเทศ อย่าหลับหูหลับตาอนุมัติโครงการซึ่งประเทศขาดความพร้อม แต่ต่างชาติต้องการใช้พื้นที่เพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเองแต่ปล่อยพิษร้ายทำลายสุขภาพคนไทย



