ข่าว

กกพ.ดึงรายใหญ่ลดใช้ไฟ100เมก ส่งสัญญาณขึ้นค่าไฟต้นปี62

กกพ.ดึงรายใหญ่ลดใช้ไฟ100เมก ส่งสัญญาณขึ้นค่าไฟต้นปี62

12 มิ.ย. 2561

กกพ.ดึงรายใหญ่ลดใช้ไฟ100เมก ส่งสัญญาณขึ้นค่าไฟต้นปี62

 

กกพ.จับมือ 3 การไฟฟ้า ดึงผู้ใช้ไฟรายใหญ่ร่วมลดพีคไฟฟ้า เตรียมเปิดรับสมัครทั่วประเทศ15-30 มิ.ย.นี้ ตั้งเป้าลดใช้ไฟ 100 เมกะวัตต์ ก่อนขยายผลเป็นมาตรการเริ่มใช้ เม.ย.-พ.ค.ปีหน้า ตั้งเป้าระยะยาวช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในปลายแผนพีดีพี ลง 500 เมกะวัตต์ ในปี2579 หรือลดสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 2 แห่ง ด้าน “กกพ” ถก 5 ก.ค.นี้ เตรียมเกลี่ยเงิน 6,000 ล้านบาท ตรึงค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. พร้อมส่งสัญญาณต้นปีหน้าค่าไฟขาขึ้นเหตุน้ำมันแพง

 

การใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนสูงที่สุด 49% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และถึงแม้ว่าปีนี้อัตราการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะไม่ทำลายสถิติเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 34,101 เมกะวัตต์ แต่ภาครัฐมีความพยายามลดการใช้ไฟฟ้าช่วงพีค เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการผลิตไฟฟ้าในบางช่วง เช่น การหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซในเมียนมา

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ร่วมกับ 3 การไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ทำโครงการนำร่องมาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) ในรูปแบบ Critical Peak Pricing (CPP) ที่จะเป็นการใช้การลดค่าไฟแทนการจ่ายเงินชดเชย 

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ไฟประเภท 4 หรือกิจการขนาดใหญ่ ที่ใช้ไฟฟ้าอัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use Rate : TOU) และมีเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแบบ AMR สมัครใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลา 13.30-15.30 น. ซึ่งเป็นเวลา Critical Peak สำหรับรอบบิลเดือน ส.ค.นี้ โดยการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งจะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการในวันที่ 15-30 มิ.ย.นี้ ซึ่งวางเป้าหมายในการลดการใช้ไฟฟ้าเวลา Critical Peak ลงไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์

3 การไฟฟ้าดึงรายใหญ่ลดไฟ

นายธวัธชัย จักรไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงาน กฟผ.กล่าวว่า กฟผ.มีลูกค้าตรงที่เข้าหลักเกณฑ์ของโครงการนี้ 5 ราย คือ ฐานทัพเรือสัตหีบ,ชลประทานซีเมนต์, ปูนซิเมนต์ท่าหลวง, ปูนซิเมนต์ทุ่งสง และเหล็กสยาม รวมความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 190 เมกะวัตต์

นายพูลสิริ ธรรมสโรช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟภ. กล่าวว่า กฟภ.มีลูกค้าที่เข้าเกณฑ์โครงการนี้ 5,400 ราย โดยตั้งเป้าหมายเข้าร่วม 500 ราย ร่วมลดการใช้ไฟฟ้าราว 10% ของการใช้ไฟฟ้ารวม 10,000 เมกะวัตต์ หรือราว 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งผู้สนใจยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานภูมิภาคทุกแห่ง แต่ถ้าต้องการยกเลิกไม่เข้าโครงการกรณีเปลี่ยนใจได้ไม่เกินวันที่ 12 ก.ค.นี้

นายพรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจพลังไฟฟ้า กฟน. กล่าวว่า กฟน. มีลูกค้าที่เข้าเกณฑ์โครงการนี้ 680 ราย มีความต้องการใช้ไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ ผู้สนใจสมัครผ่านเว็บไซต์ กฟน.ได้ และหากต้องการยกเลิกทำได้ไม่เกินวันที่ 19 ก.ค.นี้

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษก กกพ.กล่าวว่า โครงการนี้แตกต่างไปจากครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้จะเพิ่มช่วงเวลาบริหารจัดการไฟฟ้าเป็น 3 ช่วง คือ Critical Peak หรือ ช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในเวลา 13.30-15.30 น. ซึ่งจะเป็นช่วงที่ค่าไฟฟ้าแพงที่สุด จากเดิมมี2 ช่วงเวลา คือ Peak และ Off-peak โดยอัตราค่าไฟฟ้าช่วงพีคที่ไม่ใช่ Critical Peak ลดลงจากเดิม

“มาตรการนี้ จะนำร่องให้สมัครใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟและหลีกเลี่ยงช่วงเวลา Critical Peak ตั้งแต่ 13.30-15.30 น.ที่มีค่าไฟฟ้าแพงราว 9.16 บาทต่อหน่วย ให้ไปใช้ช่วงพีคในอัตรา 3.21 บาทต่อหน่วยแทน ซึ่งจะถูกลงจากอัตราพีคปกติอยู่ที่4.12 หรือถูกลงราว 91 สตางค์ต่อหน่วย หรือไปใช้ช่วง Off-peak ที่มีราคาคงที่อยู่ที่ 2.61 บาทต่อหน่วย โดยผู้เข้าร่วมจะได้ค่าไฟฟ้าถูกลง”

ชงลดใช้ไฟ500เมกในพีดีพี

โดยเดิมก่อนหน้านี้ ภาครัฐมีนโยบายจะจัดทำมาตรการ DR เพื่อลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ภาคใต้ แต่จากการศึกษาพบว่าไม่ทำไม่ได้ โดยเฉพาะภูเก็ตที่เป็นจังหวัดการท่องเที่ยว เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นธุรกิจโรงแรม ที่ไม่สามารถบังคับให้หลีกเลี่ยงไปใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา Off-peak ได้ อีกทั้งปัจจุบัน กระทรวงพลังงาน มีแผนบริหารจัดการไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ที่พร้อมรับมือแล้ว

อย่างไรก็ตาม กกพ.เตรียมขยายผลนำมาตรการ DR ถาวร ไปใช้สำหรับลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ(Peak)ช่วงหน้าร้อนเดือน เม.ย.-พ.ค.ปีหน้า ส่วนอัตรา Critical Peak คงจะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมต่อไปตามการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ มาตรการ DR ตามเป้าหมายในแผนพีดีพี 2015 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คาดว่าจะในช่วงปลายแผนปี2579 จะช่วยลดใช้ไฟฟ้าลง 500 เมกะวัตต์ หรือ ลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 2 โรง กำลังผลิตราว 250 เมกะวัตต์ต่อแห่ง

อนึ่ง สำหรับมาตรการ Demand Response ปัจจุบัน กระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยนำไปบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2018 ที่ให้ความสำคัญใน 3 มิติ คือ ความมั่นคง (Security) เศรษฐกิจ (Economy) และสิ่งแวดล้อม (Ecology) เพื่อส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เตรียม600ล้านตรึงค่าไฟ

นายวีระพล กล่าว กกพ. ยังรอความชัดเจนจากแผนพีดีพี ฉบับใหม่ ที่จัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนก.ย.นี้ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับปรุงค่าไฟฟ้าฐานที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปีนี้ และประกาศใช้ได้ในปีหน้าต่อไป

ส่วนแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) ที่เรียกเก็บในบิลค่าไฟประชาชนงวดสุดท้ายของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.) ในวันที่ 5 ก.ค. นี้ กกพ.จะพิจารณาต้นทุนค่าไฟฟ้า โดยคาดว่า จะสามารถบริหารจัดการไม่ให้กระทบต่อประชาชนได้ แม้ว่าต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าจะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบซึ่งจากการพิจารณาค่าไฟฟ้าในงวดก่อนราคาน้ำมันอยู่ที่ราว 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันขึ้นมาราว 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือ ระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะสะท้อนราคาก๊าซฯย้อนหลัง 6-12 เดือน หรือกระทบต่อค่าไฟฟ้าอย่างมากในช่วงต้นปี 2562

ดังนั้น ในงวดนี้ กกพ.ยังมีเงินเหลือจากการบริหารค่าไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมาราว 6,000 ล้านบาท สามารถนำมาเป็นส่วนลดค่า Ft ได้ประมาณ 9-10 สตางค์ต่อหน่วย หรือ 1 สตางค์ต่อหน่วยต้องใช้เงินราว 600-680 ล้านบาท

ที่มา  กรุงเทพธุรกิจ