กสอ.ติวเข้มการผลิต "อัตโนมัติ" ส่งจรวด3ชั้นผลักดัน เอสเอ็มอี
กสอ.ติวเข้มการผลิต "อัตโนมัติ" ส่งจรวด3ชั้นผลักดัน เอสเอ็มอี
หลังประสบความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต หรืออินดัสทรี ทรานฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ (ไอทีซี) จำนวน 12 แห่งทั่วประเทศ ภายในศูนย์ภาคของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อคอยให้คำแนะนำช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เพื่อยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จับมือเด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น และสถาบันไทย-เยอรมัน จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตอัตโนมัติ (Learning Factory) แหล่งรวมความรู้ด้านกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติ ขานรับนโยบายการปฏิรูปประเทศไทยหวังเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคต ภายใต้โครงการ Connected Industries ซึ่งดำเนินกิจกรรมนำร่อง “Three-Stage Rocket Approach” หรือจรวด 3 ชั้น ผลักดันเอสเอ็มอี สู่ 4.0
“จรวด 3 ขั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือช่วยขับเคลื่อนให้เอสเอ็มอีของไทยให้สามารถเข้าถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว”
กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมเปิดศูนย์เรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตอัตโนมัติ (Lean Automation System Integrattors หรือ LASIs ซอยตรีมิตร ถนนพระรามที่ 4 กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมความรู้เทคโนโลยีด้านระบบผลิตอัตโนมัติเชิงอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและสร้างแนวคิดต้นแบบของการพัฒนาด้านกระบวนการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติที่มีศักยภาพควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมและพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีความรู้และเสริมทักษะในด้านระบบการผลิตอัตโนมัติให้เพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ วัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า กสอ.มีนโยบายเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเพื่อให้เป็นตัวขับเคลื่อนการยกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ ด้วยเล็งเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ทั้งยังใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการพัฒนาผลิตภาพสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตลาดสากล ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น
นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการก็จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการควบคู่ไปด้วยเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต ด้วยเหตุนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงเดินหน้าผสานความร่วมมือกับ ร่วมกับบริษัทเด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น และสถาบันไทย–เยอรมัน (TGI) จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตอัตโนมัติ ซึ่งได้นำเอาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากต่างประเทศมาให้เอสเอ็มอีและผู้ประกอบการไทยเรียนรู้จากเป็นแนวทางในการต่อยอดการพัฒนาธุรกิจเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในอนาคต
สำหรับศูนย์เรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตอัตโนมัติ ประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.ศูนย์สาธิต Lean Automation System Integrators หรือ LASI ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น (METI) กระทรวงอุตสาหกรรมของไทย และบริษัทเด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น ในการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อถ่ายทอดความรู้ สนับสนุน และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเกี่ยวกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ผู้ออกแบบ และพัฒนาระบบหรือ SI (System Integrators) นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ได้ทดลองใช้ระบบที่ล้ำสมัย ซึ่งเป็นการผสานระหว่างระบบ LEAN หรือการบริหารจัดการผลิตโดยปราศจากความสูญเปล่าและระบบอัตโนมัติ (Automation) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเด็นโซ่ กับแนวคิด “Connected Industries” ในการเรียนรู้แบบเปิดกว้างและปฏิบัติจริง เพื่อช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในด้านการผลิตอัตโนมัติ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมสนับสนุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
และ 2.ศูนย์เรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตอัตโนมัติ โดยสถาบันไทย-เยอรมัน หรือ TGI Smart Factory ศูนย์สาธิตห้องต้นแบบการพัฒนาสถานประกอบการ โดยมีบทบาทเป็นสถาบันพัฒนาบุคลากร สร้างที่ปรึกษา อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติเพื่อเป็น System Integrator ที่จะเป็นผู้ออกแบบและจัดการระบบการทำงานของโรงงานให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ทั้งนี้ภายในศูนย์ TGI สาธิตการติดตั้งกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร แบบ “Smart Factory” ซึ่งเป็นการบูรณาการระบบการจัดการกระบวนการผลิตต่างๆ เข้าด้วยกัน ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายในรูปแบบ ‘Internet of Thing (IoT)’ เข้ากับเครื่องจักรกล Industrial automation เพื่อให้เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะ อาทิ การนำหุ่นยนต์อัตโนมัติมาเป็นผู้ช่วยในสายการผลิต การประมวลและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ (Cloud Computing)
ด้าน คัทซึฮีโกะ ซุกิโตะ กรรมการบริหารเด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นกล่าวระหว่างเป็นประธานร่วมในการเปิดศูนย์ดังกล่าว โดยระบุว่าบริษัทได้รับมอบหมายจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ในการจัดตั้งโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ Lean Automation System Integrattor ภายใต้แนวคิด “Connected Industries” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตของผู้ประกอบการไทยให้อยู่ในระดับสูงได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาบุคลากรของผู้ประกอบการ System Integrattor ให้สามารถประสานเทคโนโลยีด้านออโตเมชั่นให้เข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศในการกำจัดความสูญเปล่าของสายการผลิตหรือโรงงานได้ทั้งหมด
ส่วน มาซาฮีโร นากามุระ ประธานกรรมการบริหารบริษัท Lexer Research Co.Ltd ผู้เขียนซอฟต์แวร์ให้เด็นโซ่อธิบายขั้นตอนการทำงานว่า ระบบการทำงานมี 3 ระดับ เริ่มจากการใช้มือหรือระบบแมนนวล ถัดมาเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ และสุดท้ายใช้ระบบอัตโนมัติ 100 เปอร์เซ็นต์เป็นการใช้หนุ่นยนต์หรือโรบอทในการทำงานทั้งหมดในทุกกระบวนการผลิต ควบคุมโดยเครื่องซิมมูเลเตอร์ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีการตั้งโปรแกรมเอาไว้ หากขั้นตอนไหนเกิดความผิดพลาดหรือมีปัญหาในการทำงานจะส่งสัญญาณมาที่หน้าจอ ทำให้เราสามารถรู้จุดเกิดเหตุได้ทันที
“ที่เราเห็นในหน้าจอจะเชื่อมกับโรบอททั้งหมด ทุกอย่างสามารถดูได้จากมอนิเตอร์บนหน้าจอ ไม่ต้องลงไปดูในไลน์ผลิต อย่างเช่นเราได้รับออเดอร์เร่งด่วนจากลูกค้าก็สามารถวางแผนโดยใช้เครื่องนี้ได้ ทำให้เราวางแผนได้และจัดการการผลิตได้ ถ้าสมมุติมีส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดเสียก็จะส่งข้อมูลที่เสียมายังซิมมูเลเตอร์ตัวนี้ พอส่งข้อมูลมาปุ๊บเครื่องก็จะวางแผนใหม่เพื่อไม่ให้ไลน์ผลิตหยุดทำงาน ตัวซิมมูเลเเตอร์เสมือนสมองสั่งการ เครื่องตัวนี้เป็นตัวที่ทันสมัยที่สุดในโลกของเด็นโซ่”
บอสใหญ่ Lexer Research Co.Ltd กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องมีระบบแมนนวลว่า หากข้ามขั้นตอนไปสู่ระบบอัตโนมัติทันทีจะทำให้มีปัญหาในระบบการผลิต เนื่องจากคนที่ควบคุมการทำงานยังไม่เข้าใจในระบบการทำงาน ฉะนั้นจะต้องให้พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตเข้าใจในระบบก่อนจึงจะสามารถเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ 100 เปอร์เซ็นต์
“การที่เราเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติโดยสิ้นเชิงในทันทีมันไม่ได้หมายความว่าจะดีขึ้นเพราะคนที่ทำงานยังไม่เข้าใจสเต็ปหลายๆ อย่างที่มีการทำงานแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเหมือนมาเรียนรู้กันก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวซิมมูเลเตอร์ตัวนี้ ถึงแม้จะเป็นเครื่องทันสมัยที่สุดก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราจะเอดูเคทคนยังไงให้เข้าใจว่าเครื่องตัวนี้ทำงานยังไง ถึงแม้ว่าเราเปลี่ยนทั้งหมดก็ไม่ได้ดีขึ้นถ้าสุดท้ายแล้วคนยังไม่เข้าใจ นี่คือเหตุผลที่เรายังคงไว้ใน 3 ขั้นตอนคือแมนนวล กึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติ” มาซาฮีโร นากามุระ เผยทิ้งท้าย
สภาอุตฯ การันตีเปิด 4 หลักสูตรเพื่อเอสเอ็มอี
ถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงศูนย์เรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตอัตโนมัติว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่นโดยผ่านเทคโนโลยีเด็นโซ่ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการวางระบบมากว่า 9 เดือนแล้ว โดยศูนย์แห่งนี้จะมีการเปิดอบรมใน 4 ระดับ ได้แก่ 1.หลักสูตรพัฒนาศักยภาพของวิศวกร โดยมุ่งเป้าไปที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยและวิศวกรหัวหน้างานในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อจะได้นำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้นักศึกษาและพนักงานที่เกี่ยวข้องในไลน์การผลิต 2.หลักสูตรพัฒนาระบบเอสไอ เพื่อยกระดับการทำงานไปสู่อัตโนมัติ 100 เปอร์เซ็นต์ 3.หลักสูตรสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค หรืออาชีวศึกษามาเรียนรู้ หาประสบการณ์ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานหลักจบการศึกษา โดยหลักสูตร 120 ชั่วโมง แบ่งเป็นทฤษฎี 40 ชั่วโมและภาคปฏิบัติ 80 ชั่วโมง และ 4.บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในอนาคตเราจะยกระดับการทำงานของคนกลุ่มนี้เพื่อก้าวไปสู่ระบบอัตโนมัติ
“กรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็มีเครื่องจักรบ้างอยู่แล้ว เรามาคุยกันว่าจะพัฒนาเขาได้อย่างไร จะต้องทำงานให้สัมพันธ์กัน ไม่ใช่เอาคนออกแล้วเอาโรบอทใส่ ถ้าสินค้าที่ผลิตออกขายไม่ได้ โรบอทก็ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างจะต้องสัมพันธ์กันหมด เป็นระบบใหญ่ไม่ใช่แยกส่วน ไทยเป็นประเทศแรกนะที่ถูกถ่ายทอดเรื่องนี้จากเด็นโซ่ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเบอร์ 1 เด็นโซ่มันใหญ่มาก มียอดขายประมาณ 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี มีพนักงาน 1.5 แสนคน” ประธานสภาอุตสาหกรรมกล่าวย้ำ



