ข่าว

ทส.ชูแผนแม่บทจัดการขยะทะเล ปลุกจิตสำนึกดูแลรักษาทะเล

ทส.ชูแผนแม่บทจัดการขยะทะเล ปลุกจิตสำนึกดูแลรักษาทะเล

11 มิ.ย. 2561

ทส.ชูแผนแม่บทจัดการขยะทะเล ปลุกจิตสำนึกดูแลรักษาทะเล

 
   ​กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ “Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข” หวังกระตุ้นกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในประเทศไทย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของนักท่องเที่ยว พร้อมชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข          

ทส.ชูแผนแม่บทจัดการขยะทะเล ปลุกจิตสำนึกดูแลรักษาทะเล       

      

       เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561 โดยมี พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรว'ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน

ทส.ชูแผนแม่บทจัดการขยะทะเล ปลุกจิตสำนึกดูแลรักษาทะเล
     ​พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายในพิธีเปิดว่า  นานาชาติได้ตระหนักถึงความความสำคัญของทะเลและมหาสมุทร โดยได้กำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก หรือ World Oceans Day ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 27 ที่ทั่วโลกได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทะเล ซึ่งหัวข้อหลักของวันทะเลโลกในปีนี้คือ “Clean Our Ocean” ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน
​ปัจจุบันปัญหาจากขยะทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติก ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง และยังก่อปัญหาต่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล รวมถึงผลกระทบในด้านภาพลักษณ์ต่อชายหาดและการท่องเที่ยวทางทะเล นอกจากนี้ขยะทะเลยังอาจส่งผลในระยะยาวในรูปแบบของไมโครพลาสติกที่อาจเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอมในห่วงโซ่อาหารและอาจส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์
ในระยะยาว ดังนั้นรัฐบาลได้ประกาศยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนตามศาสตร์ของพระราชาและสอดคล้องกับเป้าหมายของโลก SDG 14 ผมได้ไปกล่าวถ้อยแถลง
ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในการประชุมด้านมหาสมุทรขององค์การสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หนึ่งในนั้นคือการจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในทะเล อันเป็นปัญหาที่ประชาคมโลกเป็นกังวลอย่างมากในปัจจุบัน
​การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็น ประเทศไทยกำลังเร่งกระบวนการต่าง ๆ ตามแนวทาง 3R ทั้งการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เช่น เลิกการใช้ Cap Seal การนำขยะไปเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า การใช้ไบโอพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก การรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว(Single use plastics) เป็นต้น นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังเริ่มใช้กระบวนการทางเศรษฐศาสตร์และกลไกทางการคลัง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตให้ผลิต ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลและเกาะได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การกำหนดให้เขตอุทยานทางทะเลทุกแห่งปลอดจากถุงพลาสติก การกำหนดพื้นที่ชายหาด 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด ให้ปลอดขยะจากการสูบบุหรี่  
 ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยากขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเอาวันทะเลโลก เป็นจุดเริ่มต้นอีกวันหนึ่งที่เราจะร่วมกันการอนุรักษ์ และดูแลท้องทะเลไทย ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และร่วมกันปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไป ได้รู้จักคุณค่าและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ก็จะทำให้ทะเลของบ้านเรามีความสวยงาม และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีตลอดไป 

 

​นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันทะเลโลกในครั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีความมุ่งหวังที่จะให้เกิดกระแสการรักษ์โลกโดยการลด ละ เลิกผลิตขยะที่ไม่จำเป็น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยใช้เหตุการณ์วาฬนำร่องครีบสั้นเกยตื้นตาย ที่ จ.สงขลา ซึ่งมีสาเหตุเนื่องจากกินขยะพลาสติกจำนวนมากเข้าไป เป็นบทเรียนให้เห็นถึงโทษทัณฑ์ของขยะ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญ จึงกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการและมีแผนงานรองรับในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้อง แบ่งได้เป็น 3 ระยะคือ แผนระยะสั้น
กรมทช. ได้จัดการประชุมระดับอาเซียน เรื่องการลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ASEAN Conference on Reducing Marine Debris in ASEAN Region ไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ จังหวัดภูเก็ต การประชุมในครั้งนั้นมีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมมากกว่า 300 คน จากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งผลการประชุมที่ได้นำไปสู่การสร้างความร่วมมือตลอดจนแนวทางการดำเนินการร่วมกันในการจัดการปัญหาขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียนและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 พร้อมทั้งได้ดำเนินการจัดเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศชายฝั่งแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครือข่าย
ภาคประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นและสร้างจิตสานึกการลดผลกระทบจากขยะทะเลต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลหายาก โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปีในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลของประเทศ

และในวันที่ 8 มิถุนายน 2561 กรมทช.จัดกิจกรรมวันทะเลโลก ณ โรงภาพยนตร์ สยามภาวลัย รอยัลแกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน กรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญคือการให้ผู้แทนองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน และภาคราชการร่วมแสดงเจตนารมณ์และมีส่วนร่วมในการลดการนำเข้า การผลิต และการใช้พลาสติก ตามแนวทางประชารัฐลดการใช้ถุงพลาสติกเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาขยะทะเลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแผนการดำเนินงานระยะกลาง ประกอบด้วยการดำเนินโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และไร้ขยะ ในพื้นที่ชายหาดสำคัญ 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 กำหนดห้ามการสูบบุหรี่และการทิ้งขยะมูลฝอยและของเสียทุกประเภทในพื้นที่ประกาศกำหนดเว้นแต่ในที่ที่จัดไว้เท่านั้น อีกทั้งยังมีโครงการบริหารจัดการขยะทะเลโดยทุ่นกักขยะหรือ Boom เพื่อเป็นการช่วยลดการพัดพาของมวลขยะบริเวณปากแม่น้ำก่อนออกสู่ทะเล ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วในพื้นที่นำร่องบริเวณปากแม่น้ำสายหลักในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน และหากการดำเนินการดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์ จะมีการขยายผลในแม่น้ำสายอื่นต่อไป 
​นอกจากนั้นยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก นอกจากการดำเนินการก่อสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก และการจัดหารถพยาบาลเคลื่อนที่แล้ว ยังได้กำหนดให้มีการจัดฝึกอบรมเครือข่ายการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากที่ป่วยและเกยตื้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 8 รุ่น รวม 280 คน รวมทั้งจัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้เรือของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือ
ทางการแพทย์ที่จำเป็น สำหรับรองรับภาระกิจการจัดการและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากทางทะเล
​สุดท้ายคือแผนระยะยาวได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความตกลงความร่วมมือ โครงการภาครัฐ 
ภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อจัดการปัญหาขยะและการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน ไปเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกันให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการพัฒนาความรู้และปรับพฤติกรรมการใช้พลาสติกอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ร่วมกันจัดการปัญหาขยะและทรัพยากรพลาสติกที่ใช้แล้วตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จัดการฐานข้อมูลพลาสติก
ในประเทศเพื่อการจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนระบบการจัดการขยะและคัดแยกขยะที่ดี ร่วมกันจัดทำแผนธุรกิจเพื่อการจัดการขยะและพลาสติกเหลือใช้อย่างครบวงจร ตลอดจนส่งเสริม
ให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิต โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันในการลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2570
​ซึ่งภายในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี ๒๕๖๑  ได้มีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติกำหนดประเด็นหลักในการรณรงค์ทั่วโลก “Beat Plastic Pollution” หรือ “รักษ์โลก เลิกพลาสติก” กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐทุกกระทรวงร่วมประกาศเจตนารมณ์ 
“ลดใช้ถุงพลาสติกและโฟม” ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเป็นต้นแบบและตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคม ให้สามารถขยายผลสู่สาธารณชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการลดปัญหาและผลกระทบของขยะพลาสติกได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องกำหนดมาตรการห้ามการใช้ถุงพลาสติกและโฟมในเขตอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง ทั้งอุทยานบนบกและอุทยานทางทะเล
    ทั้งนี้แผนการจัดการปัญหาขยะทะเลต่างๆ เหล่านี้จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อทุกภาพส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ตลอดจนผู้บริโภคหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง อย่างนี้แล้วทะเลของไทยจะกลับมางดงาม สดใสเหมือนเดิม