ข่าว

"อภิสิทธิ์"ยันแก้รธน.ต้องยึดเสียงปชช.

"อภิสิทธิ์"ยันแก้รธน.ต้องยึดเสียงปชช.

16 ต.ค. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์" ยันแก้รธน.ต้องยึดเสียงประชามติของปชช. ระบุก่อนทำประชามติต้องรอบคอบ ย้ำปชป.ยังไม่มีล่ารายชื่อ

(16ต.ค.) เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กว่า 100 คนคัดค้านและจะไม่ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญ ว่า เวลานี้เป็นเรื่องที่สภาไปดำเนินการยกร่างตามมติของคณะกรรมการสมาน ฉันท์ฯและตามที่วิป 3 ฝ่ายตกลงกันไว้ ยังไม่ถึงขั้นตอนที่ต้องไปลงชื่ออะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทางของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เหมือนจะขัดแย้งกับท่าทีของนายกรัฐมนตรี   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรขัดแย้งกันเพราะการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ และให้ทบทวนว่าประเด็นต่างๆที่จะแก้ไขนั้น  พรรคมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งยืนยันว่าก็ยังมีความคิดเห็นเหมือนเดิมเท่าที่ได้ฟังการอภิปราย ขั้นตอนขณะนี้ยังอยู่ที่สภาไปยกร่างฯ จากนั้นค่อยมาสู่ขั้นตอนการทำประชามติ พอถึงการประชามติ  พรรคสามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆได้ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการลงชื่ออะไรทั้งสิ้น

            เมื่อถามว่าแปลว่าช่วงทำประชามติ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ใช่ครับ แต่ละพรรคแต่ละคนก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองเป็นอิสระ ในส่วนของพรรคที่เคยแสดงความเห็นเป็นอย่างไรไว้ก็ต้องยืนยันอย่างนั้น อย่างผมพูดมาตลอดว่าเขตใหญ่ดีกว่าเขตเล็ก จะให้ไปรณรงค์ว่าเขตเล็กดีกว่า ผมก็ไม่ทำ ผมจะไปบอกว่าเขตใหญ่ดีกว่าเขตเล็กอย่างไร"

 เมื่อถามว่าจะต้องไปทำความเข้าใจกับส.ส.กลุ่มดังกล่าวในพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "หากวันนั้นพวกเขาร่วมประชุมอยู่ก็น่าจะเข้าใจ ซึ่งก็ไม่มีใครที่แสดงความคิดเห็นขัดแย้งอะไร แต่ถ้าไปถามความเห็นส่วนตัวของส.ส.มันก็ได้ความเห็นที่หลากหลาย" เมื่อถามว่าแล้วทำไมกระเเสข่าวนี้จึงออกมาว่า ส.ส.นับ 100 ชีวิตค้านแก้รัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ยิ้มเเละกล่าวว่า “ผมไม่ทราบว่านับร้อยอย่างไร”

            เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มีสิ่งผูกมัดว่าทุกพรรคต้องไปรณรงค์ให้แก้ทั้ง 6 ประเด็น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปบอกให้แต่ละคนแต่ละพรรคเห็นตามนี้ไม่ได้ แต่ละคนสามารถไปบอกกับประชาชนได้ว่าตัวเองคิดเห็นอย่างไร ประชาชนจะเป็นตัวตัดสินเอง สิ่งที่พูดไว้ในพรรคก็คือกระบวนการสมานฉันท์จะต้องทำตามที่เจตนารมณ์ประชาชน

 เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้การทำประชามติเพื่อคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็ถ้าประชาชนบอกไม่แก้ จะไปแก้ได้อย่างไร หลักของการทำประชามติคือต้องไปสอบถามว่าจะแก้ดีหรือไม่ ถ้าประชาชนเขาตอบมาว่าไม่แก้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปแก้อยู่แล้ว”

 เมื่อถามย้ำว่าแล้วพรรคร่วมรัฐบาลจะเคารพผลการทำประชามติหรือเปล่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องเคารพมติของประชาชนอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะรณรงค์การทำประชามติไปในแนวเดียวกันหรือปล่อยให้ส.ส.ต่างคนต่างรณรงค์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องดูตัวร่างให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นคงมาปรึกษาภายในพรรคกันอีกว่าจะดำเนินการอย่างไร

 เมื่อถามว่ามีเสียงบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติเเล้ว และเมื่อผ่านมาเพียง 2 ปี นักการเมืองกลับจะใช้วิธีการทำประชามติเพื่อแก้ไขอีกรอบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ต้องพูดด้วยความเป็นธรรมว่าการลงประชามติในปี 2550 ผมก็เป็นอีกคนที่ลงประชามติแล้วบอกว่ารับ และผมก็พูดตลอดว่า ผมรับโดยเชื่อว่าในอนาคตจะมีการแก้ไขบางประเด็น เพราะฉะนั้นการบอกว่าการรับคือไม่ให้มีการแก้ไขจึงเป็นข้อสรุปที่ไม่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าการจะแก้ไขอะไรจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านการประชามติมาก็ควรจะใช้ประชาชนยืนยันเจตนารมณ์นั้นๆ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ผมไม่สนับสนุนการไปถามประชาชนว่าจะแก้หรือไม่เฉยๆ เพราะไม่มีทางทราบเลยว่าประชาชนอยากจะแก้อะไร ที่สำคัญอาจถูกบิดเบือนว่าประชาชนอยากแก้เรื่องหนึ่ง แต่กลับไปแก้อีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็ยังไม่เห็นด้วยกับการไปจำกัดสิทธิประชาชนว่าต้องเลือกระหว่างรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 2550 “

 เมื่อถามว่าจะหาเอกภาพในพรรคประชาธิปัตย์ถึงเรื่องนี้ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ก็เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้อภิปราย ซึ่งบางประเด็นเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นว่าควรแก้ บางประเด็นก็เห็นว่าไม่ควรแก้ อย่างไรก็ตามควรจะดูร่างเสียก่อน จากนั้นแต่ละพรรคค่อยไปกำหนดจุดยืน เมื่อถามว่ามั่นใจอย่างไรว่าเงิน 2,000 ล้านบาทที่จะใช้ในการทำประชามติจะไม่สูญเปล่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนที่ครม.จะทำประชามติก็จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ