ข่าว

ค้นโรงงานคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว นำเข้าขยะพลาสติกเกินโควต้า

ค้นโรงงานคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว นำเข้าขยะพลาสติกเกินโควต้า

09 มิ.ย. 2561

ค้นโรงงานคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว ย่านปากน้ำ นำเข้าขยะพลาสติกเกินโควต้าส่งต่อให้โรงงานอื่น ตรวจเจอโอนเงินไปประเทศจีนวันละ 1 ล้านบาท-ไม่ทำบัญชีถูกต้อง


           9 มิ.ย.61-พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำหมายค้นเข้าตรวจค้น บริษัทไทยอินเตอร์ไพรส์ กรุ๊ป จำกัด อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว และเป็นจุดที่พบว่ามีการนำเข้าขยะผิดกฎหมาย โดยมีน.ส.พิมพ์พัชชา เนตรสว่าง เป็นกรรมการบริษัท
         

 

          ค้นโรงงานคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว นำเข้าขยะพลาสติกเกินโควต้า             พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า การค้นบริษัทดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจค้นโรงงานที่ไม่มีใบอนุญาต ที่ตำบล คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ขณะนั้นพบว่ามีรถขนของจากแหลมฉบังกำลังขนขยะเข้าโรงงาน จึงตรวจสอบกระทั่งพบว่าบริษัทไทยอินเตอร์ไพรส์ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์
           สำหรับการตรวจค้นวันนี้ทราบว่าบริษัท มีกำลังการผลิตพลาสติก 9, 000 ตันต่อปี และสามารถนำเข้าขยะพลาสติกได้ 15,000 ตันต่อปี ซึ่งบริษัทนี้ได้นำเข้าเกินโควต้า อีกทั้งผู้ประกอบการไม่ได้นำมาใช้ในโรงงานของตนเอง แต่กลับนำส่งต่อให้โรงงานอื่นอีกกว่า 3 โรงงาน ถือว่าผิดกฎหมาย ดังนั้นการดำเนินการของบริษัทแห่งนี้ทั้งในฐานะนิติบุคคลและผู้แทนบริษัทมีความผิดฐานฝ่าฝืนมาตราการเพื่อการประโยชน์ในการจัดระเบียบ ในการส่งออกนำเข้าซึ่งสินค้า หลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอให้กรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรมเพิกถอนโควต้านำเข้าพลาสติกต่อไป นอกจากนี้ยังพบเอกสารทางการเงินที่เชื่อมโยงกับโรงงานที่ทำการขนถ่ายสินค้าที่คลองด่าน และยังพบว่ามีการโอนเงินไปยังประเทศจีนวันละ1ล้านบาท โดยในห้วงเวลา20กว่าวันที่ผ่านมา มีหลักฐานยืนยันว่าโอนเงินไปแล้วกว่า28ล้านบาท ขณะที่การตรวจสอบภาษียังไม่พบว่ามีการทำบัญชีที่ถูกต้อง จากนี้จะให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

           ค้นโรงงานคัดแยกวัสดุไม่ใช้แล้ว นำเข้าขยะพลาสติกเกินโควต้า
           พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวอีกว่า ส่วนขยะที่พบในโกดังของบริษัทไทยอินเตอร์ไพรส์ กรุ๊ป จำกัด ในวันนี้เป็นขยะที่ถูกต้อง สะอาด พร้อมใช้งานและเป็นพลาสติกชนิดเดียวกันที่บริษัทแจ้งไว้ จึงไม่มีความผิด ส่วนขยะพลาสติก และขยะอิเล็กทรอนิคที่พบบริเวณคลองด่านเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น เชื่อได้ว่าขยะเหล่านั้นถูกส่งไปยังที่อื่น ซึ่งไม่ใช่บริษัทของตนเอง โดยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องตรวจสอบต่อไปว่าถูกส่งไปยังบริษัทใด ส่วนจะเข้าข่ายเป็นนอมินีหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการมีชื่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน และจะตรวจสอบด้วยว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่