
ตั้งลีกรักบี้กึ่งอาชีพ
28 สโมสรหนำเลี้ยบร่วมผนึกกำลัง
"สารวัตรต้น" พันตำรวจโทกุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานการอบรมสัมมนาเชิงปฎิบัติการ โดยมีบรรดาตัวแทนเจ้าหน้าที่สโมสรสมาชิกของสมาคมฯทั้งหมด 28 สโมสร จากทั้งหมด 33 สโมสรร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อระดมสมองและความคิดในการพัฒนากีฬารักบี้ฟุตบอล เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ สวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
การสัมมนาดังกล่าวได้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดต่างๆเพื่อการพัฒนาสมาคม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ รวมไปถึงการวางแผนจัดตั้งลีกรักบี้ฟุตบอลประเภท 7 คนกึ่งอาชีพเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากสโมสรสมาชิกและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หลังหลายชาติในเอเชียได้มีการจัดการแข่งขันมานานพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะศึกรักบี้ 7 คนรายการใหญ่ระดับ "เวิลด์ซีรี่ย์" ที่เกาะฮ่องกงเป็นหนึ่งแมทช์สำคัญที่สหพันธ์รักบี้โลกและประชากรจากทั่วโลกให้ความสำคัญและสนใจเป็นจำนวนมาก
พันตำรวจโทกุลธน ประมุขใหญ่รักบี้ไทย กล่าวว่า ในการสัมมนาครั้งนี้ ประธานฝ่ายต่างๆได้แสดงวิสัยทัศน์ในการปฎิบัติงานของแต่ละฝ่าย และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น ตลอดจนการวางแผนการทำงานในสมาคมฯ ซึ่งจะทำให้สมาคมรักบี้ไทยได้เดินทางไปข้างหน้าอย่างถูกวิธี พร้อมต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเนื้อหาที่สำคัญจะอยู่ที่พัฒนาวงการรักบี้ของไทยอย่างไรให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหมือนอดีตที่ผ่านมา นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้อนุญาตให้สมาคมกีฬารักบี้ใช้สนามเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เป็นสนามเหย้าของทีมชาติไทยและใช้เป็นสถานที่ฝึกรักบี้อีกด้วย
สำหรับการตั้งลีกรักบี้ฟุตบอล 7 คนอาชีพครั้งแรกของไทยนั้น จะมีการแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 ภาค ระบบแบบพบกันหมดเอาทีมที่มีคะแนนดีที่สุดอันดับ 1-3 หรือ แชมป์ กับ รองแชมป์ เพื่อเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศในกทม.อีกครั้ง เชื่อว่า จะทำให้มีช้างเผือกหน้าใหม่ และเป็นการยกระดับมาตรฐานของกีฬาชนิดนี้ให้สูงขึ้นอย่างแน่นอน รวมไปถึงกรรมการผู้ตัดสินและการวางโปรแกรมการแข่งขันในแต่ละปีจะมีความเข้มข้นและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น นับว่า เป็นความฝันอีกอันหนึ่งที่ตัวเองจะต้องทำให้สำเร็จในสมัยที่นั่งเก้าอี้นายกสมาคมฯ
"ในต่างประเทศหรือประเทศที่มีชื่อเสียงกีฬารักบี้จะมีลีกอาชีพเกิดขึ้นมากมาย ส่วนตัวก็มีความคิดว่า ถ้าไทยเรามีรักบี้อาชีพ หรือกึ่งอาชีพประเภท 7 คนขึ้นมา จะสามารถสร้างอาชีพหรือรายได้ให้กับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนดียิ่งขึ้น แถมยังจะมีประโยชน์ไปถึงทีมชาติ 7 คนของเราด้วย เพราะในระดับโอลิมปิกเกมส์ก็มีบรรจุกีฬารักบี้เข้าไป หากเรายังไม่มีลีกอาชีพก็เหมือนกับว่า เรายังคงล้าหลังอยู่ ดังนั้นการมาประชุมครั้งนี้จะต้องช่วยกันคิดและระดมสมองให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด" พันตำรวจโทกุลธน กล่าวทิ้งท้าย



