ข่าว

"ชทพ."ระบุไม่หาเสียงแข่งประชารัฐ หากไฟเขียว"พรรค"ทำกิจกรรม

"ชทพ."ระบุไม่หาเสียงแข่งประชารัฐ หากไฟเขียว"พรรค"ทำกิจกรรม

09 มิ.ย. 2561

"ภราดร"จี้"คสช." จริงใจรับปัญหานักการเมืองไปปฏิบัติ ชี้เรื่องด่วน คือไฟเขียวพรรคจัดประชุม พร้อมย้ำอย่ากังวล เปิดช่องให้หาเสียงแข่งพรรคประชารัฐ

          หลังจากที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าช่วงเดือนมิถุนายนนี้จะนัดหารือนักการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อพูดคุยเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งในรอบแรก ถือเป็นการส่งสัญญาณที่เตรียมให้พรรคการเมืองเข้าสู่ระบบเลือกตั้งแล้ว

           วันที่ 9 มิถนายน 2561 -- นายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าการนัดประชุมนักการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองแล้ว รัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะนำข้อหารือที่ได้ไปปฏิบัติและดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ใช่เพียงการนัดประชุมเพื่อสร้างภาพ หรือ เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งทางการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าพรรคการเมืองทุกพรรคมีหลายประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน  คือ ปลดล็อคคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองและการจัดประชุม เพราะการจัดประชุมใหญ่ของพรรค เป็นไปตามที่กฎหมายใหม่กำหนด เพื่อให้เลือกกรรมการบริหาร และ จัดตั้งสาขาพรรค รวมถึงหาสมาชิกพรรค ให้ได้จำนวนตามเกณฑ์ของกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. หรือ  ไพรมารี่โหวต ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้

 

           "พรรคการเมืองจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้ อาจกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ว่า พรรคการเมืองทำตามกฎหมายไม่ครบถ้วน และอาจจะส่งผลกับพรรคการเมืองได้ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ผมมองว่าการปลดล็อคให้พรรคการเมืองถือเป็นการสร้างประโยชน์ให้พรรคได้เตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง อย่าไปกังวลว่า การเปิดโอกาสให้พรรคได้จัดประชุมใหญ่ หาสมาชิกพรรค คือการเปิดโอกาสให้หาเสียงแข่งกับพรรคประชารัฐ หรือจะเกิดความวุ่นวาย หรือความไม่สงบ ตามที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่คสช.ไม่ยอมปลดล็อคหรืออนุญาตให้พรรคได้ทำกิจกรรม" นายภราดร กล่าว

 

"ชทพ."ระบุไม่หาเสียงแข่งประชารัฐ หากไฟเขียว"พรรค"ทำกิจกรรม

 

           นายภราดร ยังกล่าวถึงกระบวนการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถทำงานได้ล่วงหน้า ได้ว่า ตนเข้าใจว่า กกต.ชุดปัจจุบันมีความอึดอัดใจไม่น้อย เพราะปัจจุบันสถานะของกกต. เป็นเพียง กกต.รักษาการ และรอ กกต.ชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการสรรหา ตามกระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดังนั้นเมื่อเตรียมดำเนินการใดๆ อาจทำให้เป็นปัญหาว่าสิ่งที่ทำไปนั้นอาจถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไปภายหลัง แต่ในทางที่ดีเพื่อให้การเตรียมพร้อมการเลือกตั้งทำได้ทัน หาก กกต. ยังกังวลเรื่องของนักการเมืองที่จะเข้าให้ความเห็นเรื่องแบ่งเขต อาจใช้ช่องทางของข้าราชการในพื้นที่เข้าให้ข้อมูลเรื่องการแบ่งพื้นที่ที่เหมาะสมกับการแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะมาถึงได้.