ข่าว

บช.ก.สั่งกองปราบรวบรวมหลักฐานเอาผิดผตห.เอี่ยวเงินทอนวัดเพิ่ม

บช.ก.สั่งกองปราบรวบรวมหลักฐานเอาผิดผตห.เอี่ยวเงินทอนวัดเพิ่ม

09 มิ.ย. 2561

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางสั่งกองปราบปรามลงพื้นที่ล่าผตห.ช่วยอดีตพระพรหมเมธีเผ่น!! ชี้!!ต้องสรุปสำนวนภายในต้นเดือนก.ค.นี้ จ่อสอบอีก20พยานเอี่ยวทุจริตวัดสระเกศ

วันที่ 8 มิ.ย. ที่กองปราบปราม รายงานข่าวแจ้งว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเร่งรัดการรวบรวมพยานและหลักฐานในการเอาผิดกับผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดทั้งหมด หลังจากที่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้นำตัวผู้ต้องหาดำเนินการผลัดฟ้องฝากขังเป็นครั้งที่สองไปแล้วมีกำหนดเวลา 12 วัน

 

 

ทั้งนี้มีรายงานว่าจากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนของวัดสระเกศวรมหาวิหาร และได้ยึดเอกสารมาจำนวนมากนั้น เมื่อตรวจสอบดูแล้วทางพนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาเรียกพยานบุคคลมาสอบปากคำอีกอย่างน้อย 20 ปาก ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ได้รับเงินที่โอนมาจากบัญชีของวัดและบัญชีส่วนตัวของ อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสฯ ซึ่งคำให้การจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา โดยในส่วนของวัดสระเกศฯนั้นถือว่าเป็นผู้ต้องหากลุ่มใหญ่ที่สุดและมีเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนกว่าวัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร

 

รายงานแจ้งด้วยว่า เนื่องจากพยานหลักฐานที่เก็บได้มีจำนวนมากขึ้น ทางพนักงานสอบสวนของคดีในส่วนของวัดสระเกศฯจึงอาจจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานมากกว่าวัดอื่นๆ ซึ่งคาดว่าสำนวนการสอบสวนของทั้งสามวัดที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนนั้นจะสามารถส่งให้กับอัยการได้หลังการฝากขังอีก 2 ผลัดหรืสรุปสำนวนได้ราวต้นเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตามหากพบว่าพยานที่เรียกมาสอบนั้นรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่สามารถชี้แจงเส้นทางทางการเงินได้ก็อาจจะถูกพิจารณาดำเนินคดีด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจจะยังไม่สามารถจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ฯมาดำเนินคดีได้แต่ไม่ได้เป็นปัญหาและไม่กระทบต่อสำนวน เพราะพนักงานสอบสวนสามารถที่จะสรุปสำนวนส่งให้กับอัยการพิจารณาไปก่อนได้แม้จะไม่มีตัวผู้ต้องหา และหากจับกุมตัวได้ภายหลังก็สามารถควบคุมตัวมาสอบสวนแจ้งข้อหาและดำเนินการส่งอัยการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ต่อไป

 

สำหรับความคืบหน้าในการติดตามตัว 5 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับหลังมีพฤติกรรมช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีนั้น ขณะนี้ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมกำลังจัดกำลังออกติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยมีชุดสืบสวนของตำรวจกองปราบปรามให้การสนับสนุน ซึ่งในส่วนของ นางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล หรือสีกาจุ๋ม หนึ่งในผู้ต้องหาที่เดินทางออกไปยังประเทศอังกฤษก่อนที่จะถูกออกหมายจับนั้นชุดสืบสวนได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ให้นำหมายจับใส่เข้าไปในระบบตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากเดินทางกลับเข้ามาก็จะดำเนินการจับกุมและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ทันที ขณะที่ 3 ผู้ต้องหาชาวลาวที่ประกอบด้วย นางจันทนา รัตนวงษ์ นางจิตติมา ลัดตะมะวง และนายน้อย รัตนวงษ์ ลูกสาวและลูกชายของ นางจันทนา ทาง สตม.ได้นำหมายจับใส่เข้าระบบและขึ้นบัญชีเป็นบุคคลเฝ้าระวังแล้ว หากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็จะถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ต้องหาอีกคนคือ นายพีรวิช ศรีศรัทธา คนขับรถของพระพรหมเมธีนั้นยังคงหลบหนีและยังไม่มีรายงานว่าเดินทางออกนอกประเทศ.