ข่าว

สอบเพิ่ม 20 ปากคดีเงินทอนวัด

สอบเพิ่ม 20 ปากคดีเงินทอนวัด

08 มิ.ย. 2561

ตร.สอบเพิ่ม 20 ปากคดีเงินทอนวัด เร่งสรุปสำนวนต้นเดือนก.ค.นี้ ส่งหมายจับ 5 คนสนิทพา "อดีตพระพรหมเมธี" หนีให้ตม. ล็อกตัวทันทีที่เข้าประเทศ

 

          เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเร่งรัดการรวบรวมพยานและหลักฐานในการเอาผิดกับผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดทั้งหมด หลังจากที่เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้นำตัวผู้ต้องหาดำเนินการผลัดฟ้องฝากขังเป็นครั้งที่สองไปแล้ว หลังครบกำหนดเวลา 12 วัน 

 

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนของวัดสระเกศวรมหาวิหาร และได้ยึดเอกสารมาจำนวนมากนั้น เมื่อตรวจสอบดูแล้วทางพนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาเรียกพยานบุคคลมาสอบปากคำอีกอย่างน้อย 20 ปาก ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ได้รับเงินที่โอนมาจากบัญชีของวัดและบัญชีส่วนตัวของ อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ซึ่งคำให้การจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา โดยในส่วนของวัดสระเกศฯนั้น ถือเป็นผู้ต้องหากลุ่มใหญ่ที่สุดและมีเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนกว่าวัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร

 

          รายงานแจ้งด้วยว่า เนื่องจากพยานหลักฐานที่เก็บได้มีจำนวนมากขึ้น ทางพนักงานสอบสวนของคดีในส่วนของวัดสระเกศฯ จึงอาจจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานมากกว่าวัดอื่นๆ ซึ่งคาดว่าสำนวนการสอบสวนของทั้งสามวัดที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนนั้น จะสามารถส่งให้กับอัยการได้หลังการฝากขังอีก 2 ผัด หรือสรุปสำนวนได้ราวต้นเดือนกรกฎาคมนี้

 

          อย่างไรก็ตามหากพบว่าพยานที่เรียกมาสอบนั้น รู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่สามารถชี้แจงเส้นทางการเงินได้ ก็อาจจะถูกพิจารณาดำเนินคดีด้วย ขณะเดียวกันแม้ตอนนี้ตำรวจจะยังไม่สามารถจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ฯ มาดำเนินคดีได้ ก็ไม่เป็นปัญหาและไม่กระทบต่อสำนวนคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนสามารถที่จะสรุปสำนวนส่งให้กับอัยการพิจารณาไปก่อนได้ แม้จะไม่มีตัวผู้ต้องหา และหากจับกุมตัวได้ภายหลังก็สามารถควบคุมตัวมาสอบสวนแจ้งข้อหา และดำเนินการส่งอัยการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้.