
2หนุ่มร้องนักข่าวตำรวจซ้อมแถมยิงปืนใส่
2 หนุ่มร้องสื่อมวลชนตำรวจซ้อมแถมยิงปืนใส่ พร้อมนำปลอกกระสุนที่เก็บไว้มาเป็นหลักฐาน 4 ปลอก
(16ต.ค.) เวลา 08.00 น. นายทวีทรัพย์ ช้างอินทร อายุ 43 ปี อยู่ 52 ถ.ราษฎร์สามัคคี 2 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมด้วยหลานชายคือนายเจริญธรรม ช้างอินทร อายุ 25 ปี เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายและยิงปืนใส่หลายนัด นายทวีทรัพย์ได้เล่ารายละเอียดว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานขับรถพ่วง 18 ล้อบริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อเวลา 22.05 น. ของวันที่ 15 ต.ค. ตนกับนายเจริญธรรม ได้พากันไปนั่งดื่มกินที่ร้านไทย-อีสาน คาราโอเกะ ใกล้โรงเรียนกิตติวิทย์ ถนนกาญจนวณิชย์ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จนร้านเลิกและนั่งกินต่อจนเวลา 01.30 น.ของวันที่ 16 ต.ค.52 ในร้านคงเหลือโต๊ะตนกับโต๊ะอีกโต๊ะหนึ่งเป็นชาย 2 คน ซึ่งอยู่ในอาหารเมาทั้งคู่ ตนบอกเด็กเสริฟมาเก็บเงิน แต่โต๊ะชาย 2คน ตะโกนว่าไม่ต้องเก็บคว่ำโต๊ะไปเลย ตนได้ยินก็รู้สึกฉุน ด้วยความเมาก็เลยเดินเฉียดไปดูหน้าชาย 2 คนดังกล่าว
หลังจากขี่จยย.กลับบ้านแล้ว นายทวีทรัพย์ได้หยิบเอามีดพร้าและมีดทำครัว แล้วขี่จยย.กลับมาที่ร้านคาราโอเกะอีกครั้งพร้อมหลานชาย ตนได้ฝากมีดทั้งหมดไว้ที่หลานชายให้ยืนอยู่นอกร้าน แล้วเดินเข้าไปถามชาย 2 คน ดังกล่าวว่าเมื่อกี้พูดอะไร ปรากฏว่า 1 ใน 2 ลุกขึ้นแล้วถีบตนอย่างแรงจนกระเด็น แล้วชักปืนออกมาบอกว่ากูเป็นตำรวจ แล้วยิงปืนขู่ลงดิน 1 นัด ตนก็เข้าไปคว้าข้อมือที่ถือปืนไว้ แต่ถูกสะบัดหลุด และชายดังกล่าวก็ยกปืนจ้องมาทางตน ก็เลยรีบวิ่งหนี เป็นเวลาเดียวกับหลานชายได้รีบเข้าขวางไว้ ชายดังจึงแค่ยิงปืนขู่ลงดินบ้าง ขึ้นฟ้าบ้างหลายนัด หลังจากนั้นก็ลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้าบ้าง ใช้ปืนตบที่ศรีษะบ้าง พอนายทวีทรัพย์วิ่งไปหลบก็ได้โทรศัพท์แจ้ง 191 จน ตำรวจสายตรวจของ สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ มาที่เกิดเหตุ ตนเองถึงได้ออกเดินมาหา
นายทวีทรัพย์ เล่าต่อว่า ตนคิดว่าจะปลอดภัย แต่ที่ไหนได้ชายที่บอกว่ากูเป็นตำรวจ ได้ยกปืนจ้องมาที่ตน ต่อหน้าสายตรวจ ตนถึงกับทรุดเข่าลงและยกมือบอกยอมแล้ว แต่ถูกชายดังกล่าวทั้งเตะและซ้อมแล้วก็จับตนและหลานชายใส่กุญแจมือแล้วนำตัวไปที่ป้อมบ้านพรุ แต่ตนบอกขอไปที่ สภ.ทุ่งลุง อย่างเดียว เมื่อไปถึงสภ.ทุ่งลุง ชายดังกล่าวก็เดินทางไปพูดกับร้อยเวร ไม่มีใครถามอะไรตนเลย จากนั้นก็บังคับให้พวกตนเซ็นชื่อในบันทึกอะไรก็ไม่รู้ ถ้าไม่เซ็นก็ถูกข่มขู่และดึงหนวดจนเลือดออก พอพวกตนยอมเซ็นแล้วก็ถูกเสียค่าปรับคนละ 200 บาท ในข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย แล้วก็ปล่อยพวกตนเองกลับบ้าน
โดยที่พวกตนก็ยังไม่ทราบว่าชายดังกล่าวเป็นตำรวจที่ไหน ยศอะไร แม้กระทั่งชื่อร้อยเวร ก็ยังไม่ทราบ หลังกลับบ้านก็นำเรื่องเล่าให้เพื่อนฟัง ซึ่งก็บอกว่าตำรวจทำเกินไป ในตอนเช้าวันที่ 15 ต.ค. ก็เลยพากันไปตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน .04 ตกอยู่ 4 ปลอก จึงเก็บไว้ แล้วเดินทางไปหาหมอที่ รพ.ราษฎร์ยินดี และนำมาร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ตอนท้ายนายทวีทรัพย์ เผยว่า พวกตนก็รู้สึกว่าผิด แต่การกระ ทำของตำรวจก็เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หากว่ากระสุนปืนถูกตนก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
ด้าน พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รอง ผบก.ภ.สงขลา ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายทวีทรัพย์แล้ว ได้เผยว่า ตอนนี้ยังไม่รู้ชื่อตำรวจ แต่ขอให้นายทวีทรัพย์ รีบทำเรื่องร้องเรียนและนำไปยื่นที่ บก.ภ.สงขลา ซึ่งบก.ภ.สงขลา จะมีการส่ง จนท.ตำรวจ ไปดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่ามีการเข้าข่ายกระทำการเกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่ก็จะมีการลงโทษต่อไป



