ข่าว

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

08 มิ.ย. 2561

"บิ๊กตู่"แจงงบปี62ร่วม 3ล้านล้าน ด้านสนช.ชื่นชมรัฐบาลจัดงบเหมาะสม "วิษณุ"จ่อนัด"กกต.-กรธ."หารือปมคำสั่งคสช. 53/60 ทำพรรคการเมืองป่วน

    เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ  

“บิ๊กตู่” แจงงบ 3 ล้านล้าน 

     จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวนำเสนอสาระสำคัญของร่างกฎหมายตอนหนึ่งว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำแนกตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 329,239.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของวงเงินงบประมาณ 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 406,496 ล้านบาท 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 560,884.9 ล้านบาท

     นายกฯ กล่าวว่า 4.ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการเติบโตจากภายใน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 397,581.4 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้ำและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 117,266 ล้านบาท และ 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 838,422.2 ล้านบาท

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

ชี้โกงขึ้นอยู่กับคนไม่ใช่ระบบ

     “เมื่องบประมาณมีวงเงินสูงขนาดนี้หลายคนบอกว่าอาจจะมีทุจริตอีก ผมถามว่าถ้าคิดอย่างนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องมองว่างบประมาณวันนี้ทำครบหรือเปล่าและเหมาะสมหรือไม่ แต่ถ้าบอกตั้งแต่แรกมีงบประมาณมากแล้วจะเกิดทุจริตก็คงทำอะไรกันไม่ได้ การทุจริตเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ต้องใช้กลไกในการตรวจสอบไปดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลนี้ตรวจสอบทุกวัน ขออย่าให้ใครเอาไปใช้ประโยชน์ด้วยบิดเบือน แน่นอนว่าการทุจริตไม่ได้อยู่ที่ระบบหรือกฎหมาย แต่อยู่ที่คนทั้งสิ้น เราต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีหลักคิดที่ถูกต้อง ไม่ใช้ความรู้สึก การใช้กฎหมายต้องไม่สร้างภาระ กล่าวคือ ไม่ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ควร เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ดีก็มี เจ้าหน้าที่ที่ขี้โกงก็มี มันเป็นคนนะครับ อย่าโทษระบบแต่เพียงอย่างเดียว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การใช้จ่ายงบประมาณสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการจัดการเป็นภาค เพราะแต่ละภาคมีศักยภาพที่แตกต่างกัน แต่ต้องหาวิธีการเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐาน อย่างวันนี้ก็เริ่มไปเยอะแล้ว โดยเฉพาะดิจิทัลที่ต้องไม่สำเนาทะเบียนราษฎร์นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น กว่าจะเกิดขึ้นก็ต้องใช้เวลาถึง 40 เดือน ไม่ได้แค่ประชุมวันนี้พรุ่งนี้  ก็ตรวจทุกวัน ถ้าอันนี้ไม่เหมาะสม สั่งให้ไปทำใหม่ ให้ไว้ใจกันตรงนี้ 

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

นายกฯต้องซื่อสัตย์-คุณธรรม 

    “ผมไม่ได้ให้ไปแบบส่งเดชไปเรื่อยที่แบบว่าใครขอมาก็ให้ วันหน้าต้องเป็นแบบนี้ นายกรัฐมนตรีต้องเป็นแบบนี้ ต้องซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ต้องดูให้ทั่วถึง ทุกโครงการต้องทำให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ทั้งการแก้ไขปัญหาในอดีต ปัจจุบัน และลงทุนเพื่ออนาคต มันจะยังไม่เกิดผลวันนี้ แต่ถามว่าที่ผ่านมาได้เคยลงทุนเพื่ออนาคตกันบ้างหรือไม่ วันนี้แสดงให้เห็นว่าทุกภาคได้เงินใกล้เคียงกัน เป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ให้คนทั้งประเทศได้รับประโยชน์ ไม่ได้ให้เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” นายกฯ กล่าว

     อย่างไรก็ตามหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันหน้ารัฐบาลที่พวกท่านคาดหวังกันต้องให้เขาทำให้ได้แบบนี้ก็แล้วกัน ก่อนจะไปถึงการเลือกตั้ง มาคุยกันเรื่องนี้ได้ไหมว่าพรรคการเมืองใดจะเสนอแนวทางการทำงานมากกว่าที่จะบิดเบือนต่อว่ากันไปกันมา แบบนั้นก็กลับที่เดิมทั้งหมด สร้างความเกลียดชังจนกระทั่งหาสาระไม่ได้ ซึ่งขอฝากไว้ด้วยแล้วกัน

เตือนด่านายกรัฐมนตรีต้องระวัง

    นายกฯ กล่าวอีกว่า ด้านการปฏิรูปประเทศได้ทำแผนและทำเป็นกฎหมายออกมาแล้ว การปฏิรูปประเทศไทยนั้นมีปัญหาเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอและการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้เวลา เหมือนต่างประเทศเวลาปฏิรูปประเทศก็ใช้เวลาหลายปี อย่างจีนก็เปลี่ยนมาเป็นหนึ่งประเทศสองระบบ ถามว่าประเทศไทยทำแบบนั้นได้ไหม ก็ทำไม่ได้ ระบบเดียวยังไม่ได้เลย เพราะมันทะเลาะกันไม่เลิกแบบไม่มีเหตุผลไม่มีหลักการและไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบปากต่อปาก ในสื่อสังคมออนไลน์ มันเป็นสถานการณ์ที่สร้างความขัดแย้งและเป็นปัญหามา 10 ปีแล้ว มันต้องแก้วันนี้ ต้องแก้ให้ได้ก่อนการเลือกตั้ง และเป็นไปตามโรดแม็พที่กำหนดไว้แล้วทั้งสิ้น

    “อยู่มา 4 ปีแล้ว นี่เป็นปีที่ 4 แล้วที่แถลง ส่วนตัวผมเองและคณะรัฐมนตรีก็เห็นว่าทุกอย่างมีการพัฒนาทั้งหมด ผมอยากให้ทุกคนช่วยอ่านหนังสือเรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาอย่างไรให้ประเทศไทยเดินหน้า ดังนั้นหวังว่าสนช.จะสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และขอให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่อไปร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยให้ถึงทุกกลุ่ม และต้องไม่ให้เกิดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำเพื่อลดความยากจน ขอขอบคุณประธานสนช.และสมาชิกสนช. ถ้าผมพูดอะไรแรงไปก็ขอโทษด้วย ผมก็คือผม ความเป็นมนุษย์สูงหน่อย นายกรัฐมนตรี คือตำแหน่ง ดังนั้นจะมาหมิ่นตำแหน่งนายกฯไม่ได้ ถ้าจะด่าก็ด่าผมได้ แต่ถ้าผมเป็นนายกฯ อยู่ เวลาด่าผม ก็กรุณาระวังหน่อยแล้วกัน ตำแหน่งนายกฯ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ผมอยากรักษาให้ตำแหน่งนี้มีเกียรติ และต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ร่วมทำงานมาอย่างสาหัส” นายกฯ กล่าว

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

สนช.แห่ชมรัฐบาลจัดงบเหมาะสม

    ภายหลังนายกรัฐมนตรีชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 เสร็จสิ้น จากนั้นสมาชิกสนช.ได้อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวงเงิน 3 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลตั้งไว้พอเหมาะพอดีสอดคล้องกับภารกิจของรัฐบาล ทั้งการผลักดันโครงการไทยแลนด์ 4.0 การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เสริมสร้างศักยภาพของคนในประเทศ รวมถึงการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ ขณะเดียวกัน การชำระคืนเงินกู้กว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2561 ฝากไปยังกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการใช้งบปี 2561 ให้ลงสู่ประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจ เพราะยังมีหลายหน่วยงานที่เบิกงบไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

    ด้านนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสนช. อภิปรายว่า คสช.พยายามรวมหน้าที่และภารกิจเพื่อบูรณาการการทำงานของส่วนราชการเข้าด้วยกัน แต่อุปสรรคที่สำคัญคือเชิงโครงสร้าง ความเป็นนิติบุคคลของส่วนราชการระดับกรม กระทรวง ที่มีอำนาจหน้าที่เฉพาะ แม้จะทำแผนบูรณาการ และมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน แต่การทำงานแยกส่วน ทำให้การขับเคลื่อนในทางปฏิบัติยังมีอุปสรรค เช่น การบริหารจัดการน้ำ หรือการปราบปรามทุจริต เป็นต้น

เดือดอัดสื่อถ่ายรูปสนช.หลับ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่สมาชิกสนช.การอภิปราย นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) ได้ลุกขึ้นด้วยว่ามีสื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพดังกล่าว สมาชิกสนช.นั่งหลับหลายรายในระหว่างที่นายกฯ ชี้แจงงบประมาณ โดยระบุว่า “ที่ผ่านมามีการบิดเบือนการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพสนช.นั่งหลับทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเห็นว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีสิ่งเดียวที่ไม่เคยปฏิรูป คือสื่อมวลชน แม้ว่า ส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นสื่อดีแต่ยังมีส่วนหนึ่งยังบิดเบือน สร้างความขัดแย้ง”

พท.เย้ยให้เกียรติบังคับไม่ได้ 

    ด้านนายสมคิด​ เชื้อคง​ อดีตส.ส.​อุบลราชธานี​ พรรคเพื่อไทย​ (พท.) กล่าวถึงข่าวที่​ พล.อ.ประยุทธ์​  ต่อว่าทั้งสื่อ​ทั้งนักการเมือง​รวมทั้งประชาชน​ที่อยู่ในโลกโซเชียลทั้งหลายว่าไม่ให้เกียรติ​ตำแหน่งนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์​ คงเข้าใจผิดที่กล่าวอย่างนั้น​ ปกติคนไทยให้เกียรติคนเป็นนายกฯ อยู่แล้ว​ ยิ่งข้าราชการยิ่งให้เกียรติ​ แถมยังกลัวด้วย​ เพราะไม่มีข้าราชการคนไหนกล้าหือกับท่านนายกฯ แน่นอน​ และท่านก็คงพอรู้ว่านายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง​ ก็โดนต่อว่า​ โดนด่า​กันทุกคน​ ถือว่าเป็นธรรมดาเพราะอาสาเข้ามา​ หากใครเกินเลยก็มีการฟ้องร้องกันไปตามกฎหมาย ฉะนั้น ​พล.อ.ประยุทธ์ ​ได้รับเกียรติจากตำแหน่งนายกฯ อยู่แล้ว ส่วนคนจะรัก​ พล.อ.ประยุทธ์ ​หรือไม่ อันนี้ไม่แน่ใจ ต้องให้โพลล์ไปสำรวจ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ​จะต่อว่าใครก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร​ เพราะเป็นเรื่องของจิตใจผู้คน​ ยากแท้หยั่งถึง​ ที่สำคัญท่านมีสื่อในมือที่ออกรายการทุกวันศุกร์​มาสี่ปีแล้ว​ อยากพูดอธิบายอะไรก็สามารถทำได้​ แถมรัฐบาลมีรายการช่วงหลัง 18.00​ น.​ทุกวัน​ อยากโชว์ผลงานรัฐบาลก็ทำได้อยู่แล้ว​ ท่านจะมาโอดครวญทำไมเรื่องแบบนี้

     “การให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติ เราไม่สามารถบังคับใครได้ แต่ครูที่สอนผมท่านว่าไว้นานแล้วผมยังจำได้คือ​ จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ​ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว ผมแค่เล่าให้ฟัง​ คงไม่กล้าไปบอกท่านนายกฯ​ พล.อ.​ประยุทธ์” นายสมคิดกล่าว

 

 

‘นพดล’ แนะบิ๊กตู่ต้องอดทน

   นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกฯ ระบุผลงานของรัฐบาลมีจำนวนมาก และ 4 ปีที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า ว่า คิดว่าถ้าหากพูดอย่างตรงไปตรงมารัฐบาลก็มีงานที่เป็นความสำเร็จอยู่เหมือนกัน เช่น การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ดังนั้นเรื่องจะสูญเปล่าหรือไม่คงพูดไม่ได้ เพราะไม่ถึงขนาดว่าไม่มีความสำเร็จเลย แต่อาจไม่สำเร็จมากตามที่ประชาชนคาดหวังไว้

    “นายกฯ ต้องอดทน เพราะท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งหากท่านฟังข้อเสนอแนะ หรือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดานักวิชาการหรือประชาชนมากๆ ท่านจะได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ขณะนี้เหลือเวลาอีก 8-9 เดือนเท่านั้น ก่อนจะถึงการเลือกตั้ง ผมคิดว่าท่านคงจะแก้ทุกเรื่องไม่ได้ ก็ควรทำเฉพาะเรื่องหลักๆ ก่อนให้เห็นผลสัมฤทธิ์ นอกจากนี้ ท่านควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองไปรับฟังความเห็นจากประชาชนมาจัดทำเป็นนโยบายเพื่อนำมาแก้ปัญหาให้แก่ประเทศและประชาชนตามที่เขาต้องการ ผมคิดว่าแบบนี้น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดกว่า” นายนพดลกล่าว

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

จ่อนัดกกต.-กรธ.ปมคำสั่งคสช

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ซึ่งมีปัญหาในทางปฏิบัติสำหรับพรรคการเมืองเก่า เช่น การตั้งสาขากับการเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ยังลักลั่นกันอยู่ ว่ารับทราบปัญหาดังกล่าวมาหลายเดือนแล้ว หลังจากนี้รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะหาทางออกร่วมกัน  โดยขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดูรายละเอียดอยู่  ซึ่งการหาทางออกจะมีมาก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปลดล็อก ส่วนแนวทางแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไรจะชัดเจนเมื่อใดนั้น ตนยังตอบไม่ถูก  เมื่อถามว่าจะชัดเจนก่อนการปลดล็อกหรือไม่ นายวิษณุ ระบุเพียงสั้นๆ ว่า “แน่นอน”

 

 “นิพิฏฐ์” โอดคำสั่งหัวหน้า คสช.

     วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้พรรคการเมือง ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วย และเห็นว่าเป็นการตีความตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดว่าคำสั่งนี้รอนสิทธิสมาชิก แต่ก็ยอมรับและทำตัวให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อจากนี้ไปเมื่อคสช.ปลดล็อก ต้องหาสมาชิกเพิ่ม แต่ฟันธงให้เลยว่าไม่มีโอกาสที่จะเห็นพรรคการเมืองมีสมาชิกเป็นล้านคนแล้ว

หวังส่งชื่อ “ชวน” ชิงเก้าอี้นายกฯ

    นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคปชป.จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 อย่างแน่นอน ขณะที่ชื่ออันดับ 2 และ 3 ต้องขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมใหญ่ของพรรค ในใจอยากให้มีชื่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. เข้าไปด้วย เพราะประชาชนยังยอมรับนายชวนอยู่มาก และคิดว่าไม่ทำให้เสียคะแนน แต่นายชวนอยากให้เป็นตามระบบ

    ส่วนกระแสความร้อนแรงของพรรคอนาคตใหม่ในขณะนี้ นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร คนหนุ่มก็ต้องคิดอย่างนี้ เมื่อตอนที่ตนเป็นนักการเมืองใหม่ๆ เคยคิดอย่างนั้น เพียงแต่คนหนุ่มเขาไม่เคยแก่ แต่ตนเป็นคนหนุ่มที่เคยหนุ่มมาก่อนเท่านั้น

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

 

กกต.จ่อถกวิษณุแบ่งเขตเลือกตั้ง

    ด้านนายศุภชัย  สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวิษณุ ระบุ กกต.สามารถดำเนินการเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งไปได้ก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลใช้บังคับนั้น ว่า ขอไปศึกษากฎหมายอีกที  แต่โดยปกติต้องรอให้ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มีผลใช้บังคับก่อนจึงจะแบ่งเขตเลือกตั้งได้ แต่เบื้องต้นเลขาธิการกกต. ได้สั่งการไปยังสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศให้มีการแบ่งเขตไว้ก่อนแล้ว  แต่เหลือขั้นตอนสำคัญ ที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 27 (3)  กำหนดไว้ คือการรับฟังความเห็นของประชาชนและพรรคการเมือง ดังนั้นจะต้องหารือกับนายวิษณุก่อน 

    ส่วนกรณีก่อนหน้านี้เลขาฯ กกต. มีแนวความคิด จะขอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งไปก่อนที่ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลใช้บังคับ เพราะไม่อยากให้พรรคการเมืองเกิดความฉุกละหุก แต่กกต.ก็ยังเห็นว่าควรศึกษากฎหมายให้ชัดเจนว่า มีข้อกฎหมายใดที่เปิดช่องให้สามารถดำเนินการไปก่อนได้หรือไม่ เพราะเราเกรงว่าถ้าไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและพรรคการเมืองตามมาตรา 27 (3)  และแบ่งเขตไปเลย ภายหลังมีการจัดเลือกตั้งแล้วอาจจะมีนักเลงดีไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่า กกต.ทำขัดกฎหมาย ก็อาจจะมีผลทำให้การเลือกตั้งมีผลเสียไปทั้งหมด

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

คนอยากเลือกตั้งรายงานตัว

    เวลา 09.00 น บริเวณด้านหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก แกนนำและสมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้งกว่า 60 คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหากรณีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รวมตัวในชื่อ UN62 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยยืนยันจุดประสงค์เดิมของกลุ่มที่จะจัดการชุมนุมต่อไป เนื่องจากยังไม่สามารถทวงคืนประชาธิปไตยให้สังคมได้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนำโดยนายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ รวมตัวกันเพื่อเดินทางไปรายงานตัวยังสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดี โดยหนึ่งในนั้นคือ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตประธานสภานิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังจะถูกส่งตัวไปฝากขังที่ศาล

โรมลั่นตามตรวจสอบคำมั่นนายกฯ

     นายรังสิมันต์ ระบุว่า “จนถึงวันนี้สิ่งที่พวกตนกระทำได้ทำให้สังคมตระหนักซึ่งพิสูจน์แล้วว่าคนไทยต้องการเห็นการเลือกตั้ง แต่ที่ยังไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้เพราะมีเพียงคนกลุ่มเดียวที่ยังไม่ต้องการจะเลือกตั้งก็คือ คสช. แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์  ได้ให้คำสัตย์ว่าจะเลือกตั้งภายในปี 2562  ก็จะติดตามตรวจสอบการกระทำของคสช. โดยยืนยันจะจัดการชุมนุมต่อไปเพื่อเปลี่ยนผ่านระบอบคสช.ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย

     ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในอนาคตนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาล พร้อมย้อนถามว่าเหตุใด คสช.จึงดำเนินคดีต่อผู้เรียกร้องให้จัดการเลือก ตั้งซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะทำให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว เว้นแต่จะมีสิ่งแอบแฝง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลเอง เพราะประชาชนบางส่วนได้เห็นและมาเข้าร่วมกับพวกตน แม้จะมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี แต่ก็พร้อมรับ

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

เตือนรัฐบิดพลิ้วเจอม็อบใหญ่อีก

     ขณะที่นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ภายในเดือนนี้คสช.ต้องกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน หรือจะดำเนินการอื่น เช่น การปลดล็อกคำสั่ง คสช. แม้กระทั่งสั่งยุบคสช.ก็ได้ ซึ่งหากคสช.ยังแสดงเจตนารมณ์ที่ส่อว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเพื่อผลประโยชน์ของเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายของตัวเอง กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะเคลื่อนไหวให้ใหญ่กว่าเดิม ซึ่งครั้งนี้พวกเราได้รับบทเรียนและรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

     ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินออกจากหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน บก.น.1 กว่า 120 นาย ตรึงกำลังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งใช้ทางอ้อมเพื่อเดินขบวนไปรายงานตัวที่ สน.นางเลิ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ ผู้แทนจากสหภาพยุโรป สถานทูตสหรัฐ สถานทูตเยอรมนี และประเทศต่างๆ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน รวมถึงผู้แทนจากฮิวแมนไรท์วอทช์ ตลอดจนองค์กรสิทธิต่างๆ รอพูดคุยกับบรรดาแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ สน.นางเลิ้งอยู่ก่อนหน้า ขณะที่พื้นที่โดยรอบมีประชาชนทั่วไปในบริเวณร่วมสังเกตการณ์ด้วย

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลุ่มเคลื่อนขบวนถึงหน้าสน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอตรวจบัตรประชาชนเพื่อคัดกรองกลุ่มผู้ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมบางส่วนตะโกนไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้แกนนำเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้กลุ่มเข้าแถวตอนเดียว โดยนายรังสิมันต์กล่าวยืนยันว่าผู้ชุมนุมจะได้เข้า สน.นางเลิ้งทุกคน โดยจะไม่มีการตรวจบัตร แต่จะตรวจค้นอาวุธ โดยขอความร่วมมือตรวจค้นกระเป๋า

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

ศรีวราห์ยันไม่ฝากขังให้ปล่อยตัว

     เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การชุมนุมช่วงเช้าไม่เข้าข่ายล่วงล้ำเขตพระราชฐาน 150 เมตร และจะปล่อยตัวผู้ต้องหาที่มารายงานตัว โดยไม่ฝากขังและไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ ยื่น สำหรับผู้ที่ยังไม่มารายงานตัววันนี้จะออกหมายเรียกต่อไป วันนี้เหตุการณ์ปกติเรียบร้อยดี

     เมื่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ให้สัมภาษณ์เสร็จ มีผู้ชุมนุมรายหนึ่งมอบเสื้อกลุ่มคนอยากเลือกตั้งให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ แต่รองผบ.ตร.ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่ากลัวเป็นการรับสินบน พร้อมให้เจ้าหน้าที่จดชื่อผู้ชุมนุมรายนั้นไว้ด้วย จากนั้นจึงเดินทางกลับ

อัดคำสั่ง53/60 ทำพรรคเก่าแย่

   วันเดียวกัน นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การออกคำสั่งคสช.ที่ 53/60 แก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ปัญหาของพรรคการเมืองตอนนี้เป็นอย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยบอกคือ เป็นปัญหาว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เพราะเนื้อหาตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/60 ได้ยุบสาขาพรรคเก่าที่มีอยู่เดิมทิ้งไปหมดแล้ว แต่การประชุมกรรมการบริหารพรรคได้จะต้องมีตัวแทนของสาขาพรรคจำนวน 4 สาขาเข้าร่วม การแก้ไขข้อบังคับพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายก็จะทำไม่ได้เลย เพราะต้องอาศัยที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคในการแก้ ซึ่งต่างจากพรรคการเมืองที่จดจัดตั้งใหม่ที่สามารถจัดประชุมพรรคได้ แถลงนโยบายโดยอาศัยเวทีการประชุมของพรรคได้ แต่พรรคเก่า อย่างกรณีที่พรรคเพื่อไทยโดน แค่แถลงข่าวกลับถูกดำเนินคดี เพราะผิดคำสั่ง คสช.

    “ผลของคำสั่งที่ 53/60 ทำให้พรรคเก่าอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบมาก ขณะที่สมาชิกที่กลับมายืนยันความเป็นสมาชิกก็มีไม่มากทำให้ยอดสมาชิกเหลือไม่เท่าไหร่ แต่ความเป็นสาขาพรรคตามกฎหมายจะต้องมีสมาชิกรวมกัน 500 คนต่อสาขาถึงจะนับเป็น 1 สาขาได้ ดังนั้น ทั้งหมดจึงเป็นปัญหาที่ลักลั่นเหมือนกับเรื่องไข่กับไก่ จึงอยากเรียกร้องให้พรรคเก่าว่า อย่าให้มันได้เปรียบเสียเปรียบกันมาก จะฟักไข่ให้เป็นไก่ด้วยวิธีการใดก็ขอให้รีบฟักสักที พรรคเก่าจะได้เตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งตามโรดแม็พได้ทัน” นายนิกร กล่าว

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

จุรินทร์-หญิงหน่อยเสวนาเดือด

     เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ มีการเสวนา เรื่อง “กลไลปราบโกงเลือกตั้ง ใช้กับใคร ใช้ได้จริงหรือ?” โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 ก็ถือว่าพูดไว้กว้างๆ เหมาะสมดี เพราะหากพูดว่าจะเลือกตั้งในปี 2562 ก็ยังมีนัยสำคัญที่ต้องจับตาอยู่ เช่น เรื่องกฎหมายต่างๆ อย่างการให้จัดการเลือกตั้งใน 150 วัน ซึ่งต้องมาดูว่าจะใช้เวลาเมื่อใด เป็นต้น อย่างไรก็ตามเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งนั้นได้ยินมามาก ได้ยินประชาชนบอกว่ามีแทบทุกหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้นเราจึงต้องมีกลไกและต้องทำให้ กกต.ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ จะทำอย่างไรให้หน่วยการเลือกตั้ง 90,000 กว่าหน่วยปลอดการทุจริต กกต.ต้องคิดไปไกลกว่าที่ว่าประชาชนรับเงิน เพราะมันมีมากกว่านั้น ตนจึงมองลึกไปถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งคิดว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยเริ่มตั้งแต่สมาชิกของพรรคการเมืองที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม ไม่ใช่ผู้สมัครที่มีนายทุนชี้ ซึ่งหากท่านเดินหน้าด้วยอุดมการณ์จริงจะต้องไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง

จุรินทร์ห่วงเงื่อนไขนอกรธน.

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ถามว่าจะมีเลือกตั้งไหม ยืนยันแทนคสช.ได้ว่ามี ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ เพราะชื่อว่าประเทศไทยจะหนีจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปไม่ได้ แต่จะมีเมื่อใดเป็นเรื่องของคสช. เพราะตอบไม่ได้ จากนี้จะเป็นสูตร 3-3-5 คือช่วงเวลาทูลเกล้าฯ 3 เดือน กฎหมายเลือกตั้งส.ส.ยืดไปอีก 3 เดือน และต้องมีการจัดการเลือกตั้งใน 150 วัน คือ 5 เดือน โดยตนขอขีดเส้นใต้ว่าต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นใน 5 เดือน ซึ่งในความคิดตน คำว่าเสร็จสิ้นคงไม่ใช่แค่การเดินไปหน่อยบัตรแล้วเสร็จ ก็เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะดำเนินการเพราะท่านรู้เงื่อนไขเหล่านี้ดีที่สุด 

     “ผมห่วงเงื่อนไขนอกรัฐธรรมนูญ เช่น คำว่า “ไม่สงบ ก็ไม่ต้องเลือกตั้ง” ซึ่งไม่ได้บัญญัติไว้ตรงไหนในรัฐธรรมนูญ แต่กลัวคนหยิบเอาตรงนี้มาใช้เป็นเงื่อนไข นอกจากนี้เมื่อพูดถึงรัฐธรรมนูญปราบโกง รัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้มา 1 ปีแล้ว แต่การโกงก็ยังมีอยู่ ดังนั้นถามว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงได้จริงหรือ และที่ยังมีการโกง เพราะรัฐธรรมนูญถูกใช้กับระบอบที่ไม่ได้มีการตรวจสอบถ่วงดุลในการโกงของภาครัฐ จริงๆ แล้วรัฐธรรมนูญนี้จะปราบโกงได้เมื่อใช้กับระบอบประชาธิปไตยที่มีการเปิดโอกาสให้ตรวจสอบการโกง” นายจุรินทร์ กล่าว

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

อัดรธน.บางข้อไม่สุจริตเที่ยงธรรม

    นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า หากถามว่ารัฐธรรมนูญที่มีกลไกในการปราบโกงนี้จะทำให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรมได้หรือไม่ ตนตอบได้เลยว่าไม่ แต่จะทำให้เกิดความเที่ยงธรรมแค่ครึ่งใบ ทั้งนี้บอกได้เลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความไม่สุจริตเที่ยงธรรมตั้งแต่ต้นอยู่หลายประการ โดยเฉพาะการได้มาซึ่งส.ว. การวางให้คะแนนเสียงที่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นเบี้ยหัวแตกเพื่อปูทางสู่การสืบทอดอำนาจ การเลือกนายกฯให้คนมีอำนาจเลือกนายกฯ ไม่ใช่แค่ ส.ส. แต่เป็น ส.ว.ด้วย 250 คน แบบนี้เที่ยงธรรมหรือไม่ ท่านตอบได้ด้วยตนเอง เพราะในเมื่อประชาชนทั้งประเทศมีสิทธิเลือกผู้แทนเข้าไปเลือกนายกฯ ได้ 500 คน แต่คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีสิทธิสามารถเลือกนายกฯ ได้ถึง 250 คน 

     นอกจากนี้ยังเซตซีโร่พรรคการเมืองห้ามทำกิจกรรมทำการเมือง จึงได้ยินว่า “เอื้อพรรคใหม่ บอนไชพรรคเดิม” จึงเกิดเครื่องหมายคำถามจากการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจที่เปลี่ยนสถานะจากผู้ถือกติกา ลงมาเป็นผู้เล่น แบบนี้จะทำให้เที่ยงธรรมได้มากน้อยเพียงใด ข่าวคราวการใช้พลังดูดทางการเมืองก็เป็นอีกเครื่องหมายคำถาม การใช้อำนาจเหนือองค์กรอิสระ เช่น มาตรา 44 ก็เป็นคำถาม อย่างไรก็ตาม ชื่นชมกลไกปราบโกง เพราะมีกลไกใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา และคิดว่าน่าจะทำให้ดีกว่าเดิม แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าเกิดการทุจริต กกต.สามารถให้ใบส้ม แล้วสามารถระงับสิทธิของผู้สมัครได้ 1 ปี เท่ากับเป็นการตัดสิทธินักการเมืองคนนั้นไปเลย ก็อยากฝากกกต. ทั้งนี้คิดว่ากลไกปราบโกงต้องใช้กับทุกคน ทุกพรรค ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะสนับสนุนผู้มีอำนาจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะใช้ได้จริงหรือไม่ก็อยู่ที่กกต. เพราะกกต.คือผู้บังคับใช้กฎหมาย ถ้ากกต.ไม่เป็นเสือหมอบ ไม่เป็นเสือกระดาษ ก็ยังมีความหวังที่จะได้เห็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม แม้กติกาจะไม่เที่ยงธรรมมาตั้งแต่ต้นก็ตาม

สนช.ชู"บิ๊กตู่"จัดงบ3ล้านล้านเหมาะสม

หญิงหน่อยจวกไพรมารีโหวต

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้หลายท่านคงได้สัมผัสกับปัญหาด้วยตนเอง หากไปเดินตลาดคงรู้ว่าชาวบ้านตั้งความหวังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะสามารถทำให้เขาหลุดพ้นจากปัญหา และอุปสรรคโดยเฉพาะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นทางออกได้ ก็ฝากความหวังไว้ที่กกต. ทั้งนี้การเลือกตั้งครั้งหน้ากติกาและปัจจัยหลายๆ อย่าง กกต.อาจจะกำกับเองไม่ได้ เช่น การใช้อำนาจรัฐ รู้ว่าท่านต้องรับภาระ และเป็นผู้ไขกุญแจว่าเราจะเดินออกจากปัญหาได้อย่างไร เพราะไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะกลายเป็นปัญหา 

    อย่างไรก็ตามคิดว่ามี 5 ปัจจัย คือ 1.กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนกับพรรค จัดให้มีการทำไพรมารีโหวต แต่วิธีการในปัจจุบันกลับไม่เอื้อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างแข็งแรง เช่น การเซตซีโร่พรรคการเมือง แบบนี้เป็นการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออก ถามว่าการเซตซีโร่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร แถมยังแช่แข็งพรรคการเมืองไม่ให้ดำเนินกิจกรรมแล้วประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร จะปราบโกงได้ ต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองลงไปดำเนินการแข่งขันกันด้วยนโยบาย