
ฝ่ายการเมืองหวั่นเลือกตั้ง 62 "คสช." มีอำนาจเหนือ กกต.
"สุดารัตน์ - จุรินทร์" ไม่มั่นใจ เลือกตั้ง62 สุจริต เหตุ "คสช."ยังมีอำนาจพิเศษ ส่อเค้าแทรกแซง "กกต." ได้ หวั่น"ใบส้ม" ถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดคู่แข่งเลือกตั้ง
ในงานวันครบรอบ 20 ปี วันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง "กลไกปราบโกงเลือกตั้งใช้กับใคร ใช้ได้จริงหรือ" โดยมีนักการเมือง และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องร่วมอภิปราย
โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเห็นประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ มีผู้ให้ข้อมูลว่าในหน่วยเลือกตั้งที่ เช่น 9หมื่นหน่วย พบการทุจริตทุกหน่วย ส่วนการจับและจัดการเรื่องร้องเรียนทำได้เพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ดังนั้นตนมองว่าจุดสำคัญของมาตรการปราบทุจริตที่ได้ผล ส่วนสำคัญคือ ประชาชน ที่ต้องร่วมมือไม่เรียกรับ หรือรับค่าตอบแทน
"มีคนเคยบอกว่าการซื้อเสียงที่จ่ายแพงที่สุด คือ นักการเมืองที่มีตำแหน่งอยู่นานที่สุด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนเป็นผู้เรียกรับเงิน ดังนั้นหากไม่แก้ที่ประชาชน ต่อให้พรรคการเมืองรณรงค์และไม่จ่ายเงินซื้อเสียงเท่าไร แต่เมื่อประชาชนร้องขอ ทำให้เป็นผลลัพธ์คือ มีคนต้องการ มีคนอยากขาย จึงมีการซื้อเสียงเกิดขึ้น หรืออย่างกรณีที่ประชาชนไม่ต้องการแต่มีคนให้ ทำให้การตัดสินใจเลือกตั้งยาก ดังนั้นจึงต้องให้ความรู้กับประชาชนว่า สามารถแสดงออกผ่านการไม่เลือกผู้ใดได้ เพราะรัฐธรรมนูญมีมาตรการจัดการการโกง ผ่านเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดหากได้เยอะกว่าเสียงที่เลือก ส.ส.จะทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่" นายเจษฎ์ กล่าว
ที่ปรึกษากรธ. กล่าวด้วยว่า ขณะที่กลไกของพรรคการเมือง ทั้งการกำหนดให้เลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ไพรมารี่โหวต) ที่กฎหมายกำหนดรายละเอียด ซึ่งตนสงสัยว่าจะเป็นประโยชน์หรือเป็นตัวถ่วงของนักการเมืองกันแน่ แม้จะเป็นบทบัญญัติส่งเสริมให้เป็นมาตรการปราบโกง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการหาผู้สมัครที่เหมาะสม แต่การใช้กลไกดังกล่าวจะสมเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ยังเป็นคำถาม นอกจากนั้นแล้วตนมองว่ากลไกปราบโกงเลือกตั้ง ส่วนสำคัญคือ การติดตามการปฏิบัติงานของ ส.ส.ในรัฐสภา ผ่านกลไกองค์กรอิสระ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ากลไกหรือมาตรการให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ตนมองว่าต้องขึ้นอยู่ 3 ปัจจัย คือ 1.กติกาเป็นธรรม ทั้ง รัฐธรรมนูญ ไม่มีความเที่ยงธรรมหลายมาตรา อาทิ รูปแบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่แยกหมายเลขผู้สมัครในพรรคเดียวกัน เพราะมีเป้าหมายให้ผลเลือกตั้งเป็นเบี้ยหัวแตก และเอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ, การเลือกนายกฯ ในบทเฉพาะกาล 5 ปี หรือการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ให้ส.ว.ที่มาจาการเลือกของบุคคลกลุ่มเดียวร่วมลงมติเลือกนายกฯ รวมถึงกฎหมายลูก และคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับต่างๆ แม้ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่เป็นคนละเรื่องกับการทำกติกาที่เที่ยงธรรม เพราะเนื้อหาห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองและ รีเซ็ทกรรมการบริหารรวมถึงสมาชิกพรรค ที่ถูกวิจารณ์ว่า เป็นกติกาที่เอื้อพรรคใหญ่บอนไซพรรคเดิม
"ใช้อำนาจ มาตรา 44 ได้ทั้งก่อน, ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่ จึงเป็นคำถามที่อาจมีผลกระทบต่อความสุจริต เที่ยงธรรมในการเลือกตั้งที่จะมาถึงหรือไม่ ผมไม่เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะสุจริตหรือเที่ยงธรรมได้ เพราะยังมีคำถามต่อกติกา, บังคับใช้ และการใช้อำนาจรัฐของผู้มีอำนาจปัจจุบันอยู่" นายจุรินทร์กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า 2.การบังคับใช้กติกา หรือกลไกปราบโกงที่เป็นธรรม ซึ่งตนมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการระงับสิทธิ์เลือกตั้งผู้สมัครเลือกตั้ง (ใบส้ม) ส.ส.1 ปี หากพบว่ามีกรณีการทำทุจริตเลือกตั้งระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง หากมีสิ่งที่นอกเหนือการปฏิบัติหน้าที่ กกต. อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองได้ โดยเฉพาะการหมดคู่แข่ง นอกจากนั้นกรณีที่ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งช่วยกาบัตรให้ผู้พิการ, ผู้ทุพพลภาพ และ ผู้สูงอายุ ตามความต้องการ ซึ่งที่ผ่านมาพบการทุจริตระหว่างอำนวยความสะดวกดังกล่าว จึงขอเรียกร้อง กกต.จัดมาตรการดูแลเป็นพิเศษ และ 3.การใช้อำนาจรัฐของฝ่ายผู้มีอำนาจต้องเป็นธรรม
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึง เชื่อว่า กกต.ต้องเผชิญศึกหนัก เพื่อทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมและเสมอภาค ตามที่คาดหวังจากประชาชน อย่างไรก็ตามตนมองว่ามี 5 ปัจจัยที่ทำให้เลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ได้แก่ 1.สมาชิกพรรค และ ประชาชนมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง แต่ที่ผ่านมากฎหมายไม่ได้ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะใช้อำนาจพิเศษรีเซ็ทสมาชิกพรรคการเมือง, ห้ามพรรคทำกิจกรรมทางการเมือง การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนก่อนกำหนดนโยบาย ดังนั้นตนมองว่าเงื่อนไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคดังกล่าวคือการตัดโอกาสประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคอย่างแท้จริง
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า 2.การพัฒนาพรรคการเมือง, 3.กฎหมาย ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกำจัดคนโกงเลือกตั้ง แต่มีหลายกติกาที่ขึ้นอยู่กับการใช้ดุลยพินิจที่ไม่เที่ยงธรรมในการตัดสินใจ เช่น ให้กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่พบการทุจริตเมื่อมีหลักฐานควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามกฎหมายและระงับสิทธิสมัคร ส.ส. กับผู้ที่รู้เห็นการกระทำที่ทำให้เกิดทุจริตเลือกตั้ง ที่อาจเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้กกต.ต้องรับภาระ , 4.การดำเนินงานของ กกต. กับปัจจัยแทรกแซงที่อาจทำให้ กกต. ต้องหนักใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางของการทำหน้าที่ และ 5.การใช้อำนาจรัฐและกลไกของรัฐราชการ ที่กระทบต่อความบริสุทธิ์เที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง เพราะผู้มีอำนาจรัฐยังสามารถใช้อำนาจพิเศษ ผ่านมาตรา 44 ที่สามารถออกคำสั่งลักษณะแทรกแซงกกต. ได้เช่น ปลดกกต.บางคน หรือ แทรกแซงการคัดเลือก กกต.ชุดใหม่ ที่อยู่ในกระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้.
"ปัญหาของการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม เรื่องใหญ่ที่สุดคือการใช้อำนาจรัฐ จากฝ่ายผู้มีอำนาจที่จะเข้าไปแทรกแซงกลไกของผู้มีอำนาจจัดการเลือกตั้งซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด และเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดีมากกว่าปัญหาของการจัดการเลือกตั้งที่หลายฝ่ายจับตา"คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว



