
เอสเอ็มอีระส่ำซอฟท์โลนสะดุด
เอสเอ็มอีระส่ำซอฟท์โลน 5 หมื่นล้านบาท สะดุด หลังคลังลังเลไม่กล้ากู้เงินหวั่นขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จี้สศค.-สบน.เร่งหากทางออก ขณะที่ สบน.แจงยังมีช่องกู้เงินหลังปรับแผนก่อหนี้ครั้งใหม่
แหล่งข่าวจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติกรอบวงเงินกู้ระยาวดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟท์โลน สำหรับเอสเอ็มอีจำนวน 5 หมื่นล้านบาท ผ่านทางเอสเอ็มอีแบงก์ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติสินเชื่อแต่อย่างใด ส่งผลให้ผู้ประกอบบางส่วนเริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจและบางส่วนได้ปิดกิจการไปแล้ว
วงเงิน 5 หมื่นล้านบาทนี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีอย่างน้อย 1 หมื่นราย เกิดการจ้างงานขั้นต่ำ 1 แสนราย จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เร่งจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อให้เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ทันตามความต้องการ
“ไม่แน่ใจว่าความล่าช้าของโครงการนี้เป็นเพราะ สบน.ไม่กล้าตัดสินใจหาแหล่งเงินให้เอสเอ็มอีแบงก์เพราะติดขัดข้อกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากต้องมีการตีความว่าเงิน 5 หมื่นล้านนี้ จะถือเป็นหนี้สาธารณะหรือไม่ และการอนุมัติกรอบวงเงินกู้ก้อนนี้จะต้องเข้าที่ประชุมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่ ต้องดูกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ให้ละเอียดว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างไร ความสับสนในประเด็นนี้จึงทำให้การหาซอฟท์โลนจำนวน 5 หมื่นล้านบาทนี้ล่าช้าออกไป” แหล่งข่าวจากเอสเอ็มอีแบงก์กล่าว
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการ สบน. ในฐานะประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า วงเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขณะนี้ผ่านขั้นตอนของสบน.เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสรุปแผนการก่อหนี้รวมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และเท่าที่พิจารณาไม่เข้าข่ายมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่อย่างใด เพราะเป็นการกู้เงินในประเทศและไม่ใช่การทำสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ นอกจากนี้การปรับแผนการก่อหนี้ใหม่จะทำให้มีช่องในการออกตราสารเพื่อกู้เงินในประเทศได้“



