ข่าว

รวบมืออุ้มฆ่าเศรษฐินีผบช.ภาค3สั่งตามล่าอีก2

รวบมืออุ้มฆ่าเศรษฐินีผบช.ภาค3สั่งตามล่าอีก2

15 ต.ค. 2552

ผบช.ภ.3 แถลงจับกุมผู้ต้องหา อุ้มฆ่าเศรษฐินีอย่างโหดเหี้ยม ทิ้งศพหมกป่าอ้อยจนเน่าเปื่อย นานกว่า 20 วัน เพื่อชิงทรัพย์ และหวังนำรถส่งขายกัมพูชา แต่หนีไม่รอดถูกตำรวจจับกุมได้ 1 ราย อีก 2 รายกำลังเร่งติดตามจับกุม ด้าน ผบช.ภาค 3 ชี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าได้เลื

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 ต.ค.2552  พล.ต.ท.กฤษฎา   พันธ์คงชื่น  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อม พล.ต.ต.เดชาวัต   รามสมภพ  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  และ พล.ต.ต.สมบัติ   คงพิบูลย์   ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์  ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์   หลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 3 ร่วมกับชุดสืบสวนภูธร จ.บุรีรัมย์  จับกุมนายวิชัย   นิจับพันโท  อายุ 25 ปี  ที่ร่วมกันพวกอีก 2 คนที่กำลังหลบหนี  ก่อเหตุอุ้มฆ่า น.ส.ยม   คลังฤทธิ์  อายุ 45 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 20 บ.สุขสำราญ ต.กระสัง  อ.กระสัง  จ.บุรีรัมย์ อาชีพค้าขาย และเศรษฐินีในหมู่บ้าน ขณะขับรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็ก ไฮแลนด์เดอร์ หมายเลขทะเบียน บธ- 257  บุรีรัมย์ ไปซื้อของที่ตลาด  แล้วหายตัวไปพร้อมรถยนต์ เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 26 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา 

สอบสวนนายวิชัย ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนและ อา คือ นายทอง ได้ขับรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไซโคลน ตอนเดียว สีเขียว หมายเลขทะเบียน บธ- 2147 สุรินทร์ สะกดรอยตาม น.ส.ยม ขณะกำลังขับรถจะไปซื้อของที่ตลาดสด และได้ขับปาดหน้ารถ น.ส.ยม ก่อนที่อา จะตรงเข้าไปหาและใช้ปืนพกสั้นจ่อยิงที่ลำคอ น.ส.ยม บาดเจ็บสาหัส และรื้อค้นที่ตัว และในรถ พบเงินสด 3,000 บาท และบัตรเอ ที เอ็ม ของ น.ส.ยม จึงบังคับให้บอกรหัสเลขบัตร เพื่อจะไปกดเงินออกมา

 นายวิชัย เล่าต่อว่า จากนั้นตนก็ได้รับเพื่อน คือ นายวัชระ อาวรณ์ ที่ จ.สุรินทร์ ก่อนที่จะขับรถยนต์ทั้งสองคัน โดยที่ตนกับอาทอง และ น.ส.ยม นั่งรถยนต์คันเดียวกัน ส่วนนายวัชระ ขับรถของ น.ส.ยม มุ่งหน้าไปทางถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย จนกระทั่งมาถึงทางแยกเข้าบ้านหนองบอน ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ปรากฏว่ารถยนต์กระบะ ของ น.ส.ยม ที่นายวัชระ เป็นคนขับ ได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถเก๋ง ยี่ห้อ BMW รุ่น 318 ไอ หมายเลขทะเบียน กข 4406 สิงห์บุรี ได้รับความเสียหาย จึงทิ้งรถยนต์กระบะของ น.ส.ยม ไว้ตรงที่เกิดเหตุ และพากันขับรถหลบหนี พร้อมนำ น.ส.ยม ไปด้วยจนกระทั่ง ขับรถยนต์มาถึงตลาดสด อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้นำบัตร เอ ที เอ็ม ของ น.ส.ยม มากดเงินที่ตู้ ได้เงินไป 2,000 บาท รวมได้เงินจำนวนทั้งสิ้น 13,000 บาท และแหวนทอง 1 วง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนจะขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงบ้านหนองตาเยา ต.หนองแวง อ.ละหานทราย ซึ่งไร่อ้อยข้างทาง จึงขับรถตรงเข้าไปในไร่อ้อย ก่อนที่ อาทอง จะจับที่คอ ของ น.ส.ยม ที่มีอาการสาหัส จากการถูก แล้ว อาทอง ก็คว้าปืน ขนาด .32 ออโต้เมติก ยิงซ้ำกรอกเข้าไปที่ปาก น.ส.ยม 1 นัด เสียชีวิต คาที่ ก่อนจะนำศพ โยนทิ้งในป่าอ้อย บ.หนองตาเยา ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นานกว่า 20 วัน จนเน่าเปื่อย และแบ่งเงิน 3 คน ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี

 นายวิชัย เล่าต่ออีกว่า อาทอง กับ น.ส.ยม เคยมีความสัมพันธ์กัน และมีความโกรธแค้นกันมาร่วม 10 ปี และคราวนี้คิดหวังจะปล้นทรัพย์ และขโมยรถยนต์ เตรียมส่งขายกัมพูชา แต่รถยนต์มาประสบอุบัติเหตุ ไม่รอด มาถูกจับเสียก่อนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหานายวิชัย “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันปล้นทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังจนทำให้ผู้อื่นถึงแความตาย และร่วมกันทำลายซ่อนเร้นอำพรางศพ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธในที่สาธารณะ” ซึ่งมีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 20 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต

 ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ยังหลบหนี ทราบชื่อ คือ นายทอง นิจัมพันโท ซึ่งเป็นอาของนายวิชัย และนายวัชระ อาวรณ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/4 หมูที่ 2 ต.หนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. บ้านเดิมอยู่เลขที่53 หมูที่ 12 ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งออกติดตามไล่ล่าตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 พล.ต.ท.กฤษฎา พันธ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญพี่น้อง ประชาชน ที่คนร้ายลงมือกันอย่างโหดเหี้ยม กับผู้หญิงเพียงคนเดียว ผู้ชายถึง 3 คน และจ่อยิงอย่างเลือดเย็น เพื่อหวังที่จะขโมยทรัพย์สิน แต่ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทำไปเพราะความโกรธแค้นมาร่วม 10 ปี นั้น ไม่น่าจะใช่ เชื่อว่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ และปล้นเพื่อหวังทรัพย์สินมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป