ข่าว

เร่งแก้ปัญหายาเสพติดระบาดกลุ่มแรงงานต่างด้าว

เร่งแก้ปัญหายาเสพติดระบาดกลุ่มแรงงานต่างด้าว

06 มิ.ย. 2561

คุมประพฤติเผยยาเสพติดระบาดหนักในแรงงานต่างด้าว พม่า-ลาว-จีน เชียงใหม่ กทม.เสพยาสูงสุด พบปัญหาหนีกลับประเทศต้นทาง ไม่ยอมเข้าสู่ระบบบังคับบำบัด

 

          กระทรวงยุติธรรม – 6 มิ.ย. 61 นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลหารือแนวทางปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในข้อหาเสพ หรือเสพและครอบครอง และส่งต่อเข้ารับการบำบัด รักษาของแรงงานต่างด้าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

          นายมณฑล กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแรงงานต่างด้าวตามกฎหมายจะต้องมีการตรวจสุขภาพให้แรงงานที่ถูกต้องตามกฎ หมาย 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีสุขภาพปกติทั่วไป กลุ่มที่ผ่านการตรวจแต่ยังจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคติดต่อจากวัณโรค ซิฟิลิส พยาธิสำไส้ และกลุ่มแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย แต่ไม่ได้ผ่านการตรวจสุขภาพ ซึ่งประเด็นที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) เป็นห่วง คือ กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ติดสารเสพติด ประเภทเมทเอมเฟตามีน โดยมีสถิติแรงงานต่างด้าวที่เข้ารับการบำบัดรักษาตั้งแต่ปี 2556 ระบบสมัครใจ 35.78 % ระบบบังคับบำบัด 60.17 % และต้องโทษ 4.04 %

 

         ปี 2557 ระบบสมัครใจ 26.79 % ระบบบังคับบำบัด 71.87 % และต้องโทษ 1.34 % ปี 2558 ระบบสมัครใจ 21.19 %ระบบบังคับบำบัด 77.87 % และต้องโทษ 0.94 % ปี 2558 ระบบสมัครใจ 29.96 % ระบบบังคับบำบัด 68.52 % และต้องโทษ 1.53 % และปี 2560 ระบบสมัครใจ 36.35 % ระบบบังคับบำบัด 59 % และต้องโทษ 4.65% ซึ่งจังหวัดที่พบว่ามีแรงงานต่างด้าวเสพยาเสพติดมากที่สุด คือ เชียงราย เชียงใหม่ กรุงเทพ ตากและชลบุรี

 

          “ขณะนี้ตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่ติดยาเสพติด หรือมีไว้เพื่อเสพและครอบครอง ทางป.ป.ส.ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าใด คงมีเพียงสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง และจะส่งผลกระทบต่อสังคมทั่วไป แต่ปัญหาการส่งแรงงานต่างด้าวเข้ารับการบำบัดรักษาก็จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้งบประมาณจากหน่วยงานใด แต่ที่ผ่านมาพบว่า แรงงานต่างด้าวที่ถูกส่งเข้ามาฟื้นฟูบำบัดจะไม่อยู่รักษาให้ครบตามกำหนด” รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าว


          นายมณฑล กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลในส่วนของกรมคุมประพฤติที่เข้าไปฟื้นฟูคนต่างด้าวในปี 2561 พบสถิติผู้เสพทั่วประเทศที่เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลมีจำนวน 1,303 คดี จำนวนนี้ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามพ.ร.บ.บำบัดฟื้นฟูฯ เป็นผู้เสพและมีไว้เพื่อครอบครอง 98 คดี โดยสัญชาติที่พบว่ามีการกระทำความผิดมากที่สุด คือ พม่า 696 คดี รองลงมาเป็น ลาว กัมพูชา และจีน ซึ่งผลการฟื้นฟูตั้งแต่ตุลาคม 2560-ปัจจุบัน พบว่า สำนักคุมประพฤติภาค 5 เป็นพื้นที่ที่มีการนำแรงงานจ่างด้าวเข้าสู่ระบบบำบัดฟื้นฟูมากที่สุด จ.เชียงราย 143 คดี เชียงใหม่ 109 คดี สำนักคุมประพฤติภาค 70 จำนวน 249 คดี พื้นที่ จ.สมุทรสาคร 779 คดี และนครปฐม 69 คดี สำนักงานคุมประพฤติภาค 2 จำนวน 229 คดี ในพื้นที่ จ.ชลบุรีและระยอง และกทม. 260 คดี

 

          อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานต่างด้าวที่เข้าสู่กระบวนการถูกคุมประพฤติและต้องเข้าสู่ระบบบังคับบำบัดตามกฎหมายจะต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูโดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน แต่คณะอนุกรรมการบำบัดฟื้นฟูฯได้กำหนดไว้ว่าต้องเข้ารับการบำบัดไม่เกิน 4 เดือน

 

          “จำนวนแรงงานต่างด้างที่เข้ารับการบำบัดและสามารถเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้จริง ก็มีแต่น้อยมาก ส่วนใหญ่เมื่อเข้ามารายงานตัวกับกรมคุมประพฤติแล้ว เขาจะไม่มาเข้าสู่โปรแกรมการบำบัดรักษา หรือหนีกลับประเทศตัวเองไปเลย เพราะพวกนี้มีอิสระในการเดินทางสามารถไปกลับได้ตลอดเวลา ยกเว้นพวกที่เข้าเมืองแบบถูกกฎหมาย ซึ่งต้องเข้าสู่สาระบบการฟื้นฟู” รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าว.