ข่าว

กลุ่มGSA ร้องอินเดีย-ปากียุติอุดหนุนส่งออกน้ำตาล

กลุ่มGSA ร้องอินเดีย-ปากียุติอุดหนุนส่งออกน้ำตาล

06 มิ.ย. 2561

 กลุ่มจีเอสเอร้อง"อินเดีย-ปากีสถาน-อียู" ยุติอุดหนุนส่งออกน้ำตาลตามข้อตกลงดับเบิลยูทีโอ     

 

     กลุ่มพันธมิตรเพื่อการปฏิรูปการค้าน้ำตาลโลก (Global Sugar Alliance:GSA) ออกโรงเรียกร้องให้อินเดีย ปากีสถานและสหภาพยุโรปปฏิบัติตามข้อตกลงขององค์การค้าโลก ดับเบิลยูทีโอ เพื่อยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการบิดเบือนตลาดน้ำตาลโลก ที่ก่อนหน้านี้ไทยถูกบราซิลฟ้องร้องโดยกล่าวหาว่าได้รับการอุดหนุนจากรัฐจนนำมาสู่การลอยตัวราคาน้ำตาล พร้อมผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

กลุ่มGSA ร้องอินเดีย-ปากียุติอุดหนุนส่งออกน้ำตาล

 

   วิบูลย์ ผานิตวงศ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยซูการ์มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เผยระหว่างการแถลงข่าวจัดงาน “Thai Sugar Dinner และ Thai Sugar Conference 2018” ถึงกลุ่มพันธมิตรเพื่อการปฏิรูปการค้าน้ำตาลโลก (Global Sugar Alliance:GSA) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอินเดีย ปากีสถานและสหภาพยุโรปยุติการใช้กลไกในการสนับสนุนการส่งออกน้ำตาลและขอให้ประเทศทั้งสองปฏิบัติตามข้อตกลงองค์การค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เพื่อยุติการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  

โดยระบุว่าให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของที่ประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการค้าขององค์การค้าโลก ณ กรุงไนโรบี เพื่อยกเลิกการอุดหนุนการส่งออก โดยกลุ่มจีเอสเอ จึงเรียกร้องนายกรัฐมนตรีของปากีสถานและอินเดียพิจารณาดำเนินการข้อตกลงเพื่อยุติการบิดเบือนทางการค้าที่สนับสนุนโดยรัฐ โดยปากีสถานนั้นในปี 2016/17 เป็นประเทศผู้บริโภคน้ำตาลทรายรายใหญ่อันดับ 8 ของโลก หรือ 5.5 ล้านตันต่อปีและเป็นผู้ผลิตน้ำตาลเป็นอันดับ 7 ของโลก ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่าปากีสถานจะผลิตน้ำตาลได้ 7.5 เมตริกตันในปี 2017/18 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปี 2016-17

ในขณะที่อินเดียในปี 2016/17 เป็นประเทศผู้บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดของโลกประมาณ 26.7 ล้านตันต่อปี และเป็นผู้ผลิตอันดับสองของโลกรองจากบราซิล แต่รายงานล่าสุดระบุว่าในปี 2017/18 อินเดียผลิตน้ำตาลได้ 31.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 55 จากปี 2016/17 โดยรัฐบาลอินเดียประกาศกำหนดให้โรงงานน้ำตาลส่งออกน้ำตาลจำนวน 2 ล้านตันเพื่อลดปริมาณคงเหลือและสนับสนุนราคาน้ำตาลในประเทศ โดยมีมาตรการอุดหนุนประมาณ 0.82 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันอ้อย หรือ 237 ล้านดอลลาร์ต่อปริมาณอ้อย 280 ล้านตัน

 วิบูลย์ เผยต่อว่า ส่วนสหภาพยุโรปนั้นในปี 2016/17 เป็นผู้บริโภคน้ำตาลรายใหญ่อันดับสองของโลก ประมาณ 18.5 ล้านตันต่อปีและเป็นผู้ผลิตอันดับ 3 ของโลก ซึ่งจากรายงานของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) มีการกำหนดปริมาณการผลิตน้ำตาลที่ 20.9 ล้านตันในปี 2017/18 เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากปี 2016/17 ซึ่งในเวลาเพียง 1 ปีได้เปลี่ยนจากการเป็นผู้นำเข้ามาเป็นผู้ส่งออกน้ำตายทรายขาวบริสุทธิ์ โดยอียูได้ยกเลิกระบบโควตาผลิตน้ำตาลภายในกลุ่มเมื่อเดือนตุลาคม 2560 แต่ยังคงมาตรการอุดหนุนภายในที่บิดเบือนทางการค้าในรูปแบบ Direct Payment Subsidies

ขณะที่ Warren Males  เลขานุการกลุ่มจีเอสเอ และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสมาคมผู้ปลูกอ้อยออสเตรเลีย ย้ำว่าน้ำตาลส่งออกจำนวนมากที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลปากีสถานและการอุดหนุนจากรัฐบาลอินเดียส่งผลให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลงประมาณร้อยละ 20 ในปี 2561 สู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่โครงการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลของสหภาพยุโรปถูกนำไปสู่การตัดสินขององค์การค้าโลกให้ยุติการอุดหนุนดังกล่าวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

โดยน้ำตาลที่ได้รับการอุดหนุนจากปากีสถานได้ส่งออกสู่ตลาดโลกและจากการคาดการณ์ว่าน้ำตาลอีกเป็นจำนวนมากที่อินเดียจะให้การอุดหนุนการส่งออกส่งผลให้ราคาตลาดโลกเกิดความผันผวนและลดลงต่ำกว่าระดับต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตน้ำตาลทรายดิบและอ้อยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก  

“สมาชิกกลุ่มจีเอสเอขอให้อินเดียและปากีสถานดำเนินการปฏิรูประบบน้ำตาลครั้งใหญ่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยต้องยุติการบิดเบือนตลาดและการช่วยเหลือโดยรัฐแก่ภาคการผลิตอ้อยและน้ำตาลนั้นเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมน้ำตาลของประเทศดังกล่าวในระยะยาว และยังเรียกร้องให้อียูปฏิบัติตามข้อผูกพันภายใต้ดับเบิลยูทีโอ และขอให้เลิกการอุดหนุนผลิตและส่งออกน้ำตาลส่วนเกิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโลก” เลขานุการกลุ่มจีเอสเอ กล่าวเรียกร้องในที่ประชุมวันนั้น

เช่นเดียวกับผู้อำนวยการสมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอล (UNICA) ของบราซิล อย่าง Eduardo de Sousa ที่มองว่าการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลจะต้องยกเลิกในทันทีและกลุ่มจีเอสเอจะติดตามอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนให้รัฐบาลเพื่อดำเนินการตามที่จำเป็นในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศเหล่านี้จะปฏิบัติตามกฎกติกาขององค์การค้าโลก

“ขณะนี้นักกฎหมายด้านการค้าของเรากำลังตรวจติดตามระดับการอุดหนุนภายในและการส่งออกที่ขัดต่อข้อตกลงดับเบิลยูทีโอของประเทศเหล่านี้และตลาดน้ำตาลโลกได้รับผลกระทบจากมาตรการบิดเบือนทางการค้าเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มจีเอสเอได้เคยแสดงความกังวลต่อการอุดหนุนดังกล่าวมาโดยตลอด” ผู้อำนวยการสมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอลบราซิลกล่าวย้ำทิ้งท้าย

   อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2559 ประเทศไทยได้ถูกบราซิลยื่นฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลก กรณีไทยอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลจนกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายโลก  ต่อมาไทยส่งผู้แทนไปเจรจาจนได้ข้อสรุปในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลใหม่ไปสู่การลอยตัวโดยไม่มีการอุดหนุนจากรัฐ พร้อมผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่ทำให้บราซิลพอใจและถอนฟ้องในที่สุด   

 

   เชิดพงษ์ สิริวิชช์ ประธานกรรมการ ทีเอสเอ็มซี ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานเปิดเผยว่า ประเทศไทยได้จัดงานมาแล้ว 3 ครั้ง ใช้ชื่อว่า Bangkok Sugar Dinner โดยการจัด 2 ครั้งแรกในปี 2012 และปี 2014 เป็นความร่วมมือกันของภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ประกอบด้วยภาครัฐภาคและเอกชน (ฝ่ายชาวไร่อ้อยและโรงงาน) และครั้งที่ 3 เมื่อปี 2016 โดยบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด ที่มีโรงงานน้ำตาลสมาชิกทั้งหมด 52 โรงงาน ร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่งและเป็นที่กล่าวขานกันในวงการน้ำตาลโลก 

กลุ่มGSA ร้องอินเดีย-ปากียุติอุดหนุนส่งออกน้ำตาล

    โดยการจัดงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นพร้อมการประชุม Thai Sugar Conference ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งถือเป็นการจัดงานในต่างจังหวัดครั้งแรกที่ จ.ชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ตลอดจนศักยภาพอันแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นเวทีในการพบปะหารือ ส่งเสริมความร่วมมือทั้งด้านธุรกิจ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและข้อคิดเห็นระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน   

   อย่างไรก็ตามงาน "Thai Sugar Dinner 2018 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Sweet Wondrous Pattaya’ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 500 คน โดยได้รับเกียรติจากอดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ม.ล.ปรีดิยาธร เทวกุล แสดงปาฐกถาพิเศษและยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในวงการอ้อยและน้ำตาลทรายจากทั้งไทยและนานาชาติร่วมแสดงทัศนะในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายโลกสู่อนาคตร่วมกัน  

    สิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เสริมรายละเอียดการจัดงานว่าในฐานะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่เป็นอันดับต้นของโลก โดยเป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศไทย ให้คู่ค้าเห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมนี้

  อีกทั้งยังให้ความเชื่อมั่นว่าไทยยังเป็นแหล่งซัพพลายน้ำตาลที่มั่นคงและมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อดีมานด์ของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อไทยและจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลกต่อไป