
วังวน"เด็กเลี้ยงแกะ"???
คงต้องบอกว่า "จิ๋ว หวานเจี๊ยบ" งานเข้า โดยไม่ทันตั้งตัวซะแล้ว
เพราะหลังจากเปิดประเด็น "...เข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ไม่ได้..." เมื่อต้นสัปดาห์ ปรากฏว่าวานนี้ (15 ต.ค.) เจ้าของบ้าน ก็ออกมาแก้ข่าวอย่างกระจ่างชัดทุกถ้อยคำ
อาจเรียกได้ว่าเป็นการเปิดปากครั้งแรก ภายหลังจากเงียบหายไปนานมาก เนื่องจากตกเป็น "เป้าโจมตี" ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ชักใยโดย ทักษิณ ชินวัตร
จะสังเกตได้ว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ไม่ได้ออกมาตอบโต้ทางการเมืองใดๆ เลยต่อกลุ่มคนเสื้อแดง หรือแม้แต่ "ทักษิณ" แม้ว่าจะถูกกระแนะกระแหน เสียดสี และทิ่มแทงอย่างตรงไปตรงมาอยู่บ่อยครั้ง
แต่ครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการเปิดปากตอบโต้อย่างจริงๆ จังๆ ต่อผู้ที่อยู่ในสถานะ "คนคุ้นเคย" ที่ชื่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อย่างตรงไปตรงมา
"จิ๋ว กับผม เป็นเพื่อนรักกันมานานหลายปีแล้ว และต่างคนก็ต่างทำงานให้กันและกันมา ดังนั้นความเป็นเพื่อนระหว่าง ผมกับจิ๋วคงยังอยู่ ฉะนั้นที่มีคนพูดว่า ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าใครพูดก็ไม่ทราบ อาจจะเป็นจิ๋วพูดเองก็ได้ ว่าเขาไปลาบวช แล้วผมก็ไม่ให้ลา ซึ่งอันนี้มันไม่ใช่เพื่อนแล้วล่ะ เมื่อเพื่อนเขาจะไปลาบวชก็จะต้องให้อโหสิกรรม ซึ่งเรื่องจริงๆ ผมไม่ทราบ ว่าเขาจะบวชจนบัดนี้ผมยังไม่รู้ว่า เขาบวชที่ไหนเมื่อไหร่"
ไม่เพียงแค่ชี้แจงข้อความที่คลาดเคลื่อนของ "บิ๊กจิ๋ว" ที่ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมาเท่านั้น
หากแต่ยังย้ำถึงการตีความคำพูดที่ผิดพลาด จากข้อความที่สื่อไปถึง "บิ๊กจิ๋ว" อย่างละเอียด
"ส่วนเรื่องที่มีคนไปเขียนลงในหนังสือพิมพ์ในทำนองว่า ผมไปว่าเขาเป็นคนทรยศต่อชาติ ซึ่งอันนี้มันก็ไม่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ถูกต้องคือ วันนั้น ก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมก็ให้คนไปบอกเขาว่า จะทำอะไรก็ขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ ซึ่งผมใช้คำว่า ไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการทรยศต่อชาติ นี่เป็นข้อความที่ผมสื่อไปถึงจิ๋วในตอนเช้าวันนั้น"
หากว่าสิ่งที่ออกจากปากของ "ป๋าเปรม" ซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่า "เป็นเรื่องจริง" ขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็
"บิ๊กจิ๋ว" ในวัยย่าง 78 ก็ไม่ต่างอะไรกับ "เด็กเลี้ยงแกะ" ดีๆ นี่เอง
แต่คำถามที่หลายคนคงอยากรู้ก็คือ "บิ๊กจิ๋ว" มีความจำเป็นอะไร ถึงต้อง "แปลงสาร" ให้เกิดความเข้าใจผิดกันใหญ่โตอย่างนี้
"บิ๊กจิ๋ว" มีเจตนาให้คนส่วนใหญ่เห็นใจ เข้าใจ กับก้าวย่างของตัวเองที่กำลังเดินเข้าสู่เวทีการเมืองอีกระลอกอย่างนั้นหรือ ?
หรือ "บิ๊กจิ๋ว" เพียงแค่ต้องการลบความรู้สึกผิดในใจของตัวเอง ที่จริงๆ ก็รู้แก่ใจว่ากำลังแอบคิดคด ทรยศต่อประเทศชาติ อย่างที่เพื่อนรักเตือนสติเอาไว้เท่านั้น
หรือจริงๆ แล้ว "บิ๊กจิ๋ว" ก็เพียงแค่ออกตัวให้สังคมรับรู้ไว้ก่อนเลยว่า ที่เขาไม่สามารถจัดการให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์ได้นั้น เพราะติดอุปสรรคบางอย่าง
และอุปสรรคที่ว่านั้นก็คือ "ป๋าเปรม" !!!
ทั้งนี้ เพราะหากฟังคำสัมภาษณ์ของ "บิ๊กจิ๋ว" เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา จะเห็นร่องรอยที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างชัดเจน
"บิ๊กจิ๋ว" ตอบผู้สื่อข่าว หลังจากถูกถามว่า จะเข้าไปมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่าง "ป๋าเปรม" กับ "ทักษิณ" ใช่หรือไม่ว่า...
"ที่บ้านสี่เสาฯ ผมยังไม่มีโอกาสเข้าไปกราบท่านเลย จะไปขออโหสิกรรมเมื่อครั้งที่ผมบวชก็ยังไม่ให้เข้าเลย ซึ่งอาจจะเข้าใจผิดกันในบางเรื่องแต่ก็ต้องเข้าใจท่าน ท่านเป็นผู้ใหญ่เราเป็นเด็กสังคมไทยต้องให้ความเคารพซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ขนาดคนเอาปืนมาจะยิงกันตายยังคุยกันได้ นี่ก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่อาจจะต้องใช้เวลามากบ้างน้อยบ้าง และเมื่อวันนี้จำเป็นต้องไปกราบ ไปพบท่าน ก็ต้องไป ให้ความรักความเคารพท่านเหมือนเดิม"
คำพูด "หวานเจี๊ยบ" ในตอนท้ายของ "บิ๊กจิ๋ว" ในวันนั้น มันได้กลายเป็น "ยาพิษ" กรอกปากตัวเองในวันนี้แล้ว !!!
ถ้าจะบอกว่า วันนี้คนชื่อ "บิ๊กจิ๋ว" มีความน่าเชื่อถืออะไรอยู่อีกบ้าง คำตอบคงกระจ่างชัดอยู่ในตัว
คำพูดที่กลับไปกลับมา บวกกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คล้ายคนหลักลอย เอาแน่อะไรไม่ได้
ไม่ได้ทำให้ "บิ๊กจิ๋ว" มีราคาค่างวดในทางการเมือง ณ เวลานี้แต่อย่างใด
หลายคนยังจำคำพูดที่ชายชาติทหารคนหนึ่งลั่นวาจาไว้ว่า หากแก้จนให้คนอีสานไม่ได้ จะกระโดดน้ำโขงตาย ได้ขึ้นใจ
เพราะบัดนี้ ก็ยังไม่เห็นศพชายคนดังกล่าวเลย แม้เวลาจะล่วงเลยมานับสิบปีแล้วก็ตาม
หลายคนจำได้อีกเหมือนกัน ถึงท่าทีผลุบเข้าผลุบออกอยู่กับพรรคการเมืองของ "ทักษิณ" มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย กระทั่งกลายร่างมาเป็นเพื่อไทย
"บิ๊กจิ๋ว" ยังคงเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารทางการเมือง กระทั่งในวาระบั้นปลาย ก็เพื่อปกป้องตัวเองจากคดีความที่กำลังเดินขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
หาใช่เพื่อต้องการ สร้างความสมานฉันท์ ปรองดองอย่างที่อ้างไว้ไม่ !!!
ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น "บิ๊กจิ๋ว" ในวันนี้ ดูเหมือนจะกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางของ "ความเสี่ยง" ที่จะทรยศต่อประเทศชาติตามที่เพื่อนรักได้เตือนสติไว้จริงๆ
เพราะ "บิ๊กจิ๋ว" ย่อมรู้ดีแก่ใจว่าวังวนที่ตัวเองกำลังเข้าคลุกวงในอยู่นั้น มี "เป้าหมายสูงสุด" อันใด
"บิ๊กจิ๋ว" ลืมหมดแล้วหรือว่าตัวเองได้เขียนอะไรไว้บ้างในหนังสือ "ขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า"
หรือที่สุดแล้ว "บิ๊กจิ๋ว" ก็คิดจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในขบวนการที่ว่านั่นเหมือนกัน ???
โต๊ะข่าวการเมือง



