
"บิ๊กป้อม"ลุ้น 3 วัน "อดีตพระพรหมเมธี" กลับไทย
"บิ๊กแป๊ะ"กลับมือเปล่า"อดีตพระพรหมเมธี" ขอลี้ภัย ติดกระบวนการสอบสวนนาน 2 เดือน "ประวิตร"ประสานเยอรมนีเร่งสอบให้เสร็จใน 3 วัน เผยมีคนช่วยวางแผน
วันที่ 5 มิถุนายน ทางการไทยต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการติดตามตัว พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรือ นายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรือ อดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเงินทอนวัด ซึ่งหลบหนีไปที่ประเทศเยอรมนีและทำเรื่องขอลี้ภัย โดยอ้างไม่ได้รับความยุติธรรมจากทางไทย ส่งผลให้การนำตัวกลับมาดำเนินการทางกฎหมายในไทยเป็นไปด้วยความยากลำบาก
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังไม่ได้รายงานในเรื่องนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของเยอรมนีขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน แต่เราขอร้องให้ช่วยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เยอรมนีก็รับทราบที่จะไปดำเนินการ แต่จะได้ผลอย่างไรค่อยมาว่ากันอีกที อย่างไรก็ตามท างเยอรมันไม่ได้ห้ามที่จะให้เข้าพบ แต่เป็นความประสงค์ของอดีตพระพรหมเมธีที่ยังไม่ต้องการพบกับ ผบ.ตร. เรื่องนี้มีคนไทยที่อยู่เบื้องหลังในการพาอดีตพระพรหมเมธีหลบหนี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่
เมื่อถามถึงการขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้ขอ ส่วนที่มีข้อสงสัยว่า มีหลายประเทศที่หลบหนีได้ เหตุใดจึงไปที่ประเทศเยอรมนีนั้น ก็เพราะเขามีกฎหมายให้ลี้ภัยได้ อดีตพระพรหมเมธีได้วางแผนไว้แล้ว
เมื่อถามว่า หากพระพรหมเมธีไม่ต้องการพบผบ.ตร.จะมอบหมายให้คนอื่นไปดำเนินการแทนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาไม่ขอพบคนไทย โดยจะให้การดำเนินการทุกอย่างผ่านทางเยอรมนีเท่านั้น ซึ่งทางไทยได้ยื่นข้อมูลให้แก่ทางเยอรมนีไปแล้วว่ามีความผิดตามกฎหมายไทยอย่างไรบ้างเพื่อให้ทางเยอรมนีนำไปพิจารณา เพราะที่ผ่านมาก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมาตลอด ถือว่าเยอรมนีกับไทยเป็นมิตรที่ดีต่อกัน และเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย
เมื่อถามย้ำว่า ทางเยอรมนีจะเข้าใจข้อมูลที่เราส่งให้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เราไม่ใช่เยอรมนีซะด้วยสิ” ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็คุยกันรู้เรื่อง แต่เบื้องหลังจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง เหมือนคุยกับสื่อ ก็รู้เรื่อง ลับหลังก็ด่าตน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนด พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะนำคณะเดินทางกลับจากเยอรมนีโดยเดินทางออกจากสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ในบ่ายวันนี้(ตามเวลาในประเทศไทย) และจะถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 06.25 น.วันที่ 6 มิถุนายน
รายงานข่าวแจ้งว่า การเดินทางไปเยอรมนีของ ผบ.ตร. ครั้งนี้ไม่สามารถคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี กลับมาได้ในทันที เนื่องจากยังติดกระบวนการทางธุรการที่อดีตพระพรหมเมธีได้ขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมนี ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง รอทางการเยอรมนีพิจารณา โดยหลังจากนี้ก็ต้องรอลุ้นว่าท้ายที่สุดแล้วจะได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีหรือไม่
รายงานข่าวระบุว่า ทันทีที่อดีตพระพรหมเมธีเดินทางไปถึงประเทศเยอรมนีได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยทันที โดยทางเจ้าหน้าที่ ตม.เยอรมนี ได้ส่งคำขอลี้ภัยดังกล่าว ไปยังสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธรณรัฐเยอรมนี หรือ Federal Office for Migration and Refugees (BAMF) ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการสัมภาษณ์ สอบประวัติ และซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ยื่นคำขอลี้ภัย ว่าเข้าข่าย หรือสมควรอนุญาตให้ลี้ภัยหรือไม่ โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ทำให้คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังไม่ได้พบกับอดีตพระพรหมเมธี เนื่องจากเมื่อยื่นเรื่องขอลี้ภัยแล้ว ทำให้ได้รับการคุ้มครองทันที
สำหรับหลักเกณฑ์การขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนี สามารถยื่นคำขอได้หากเข้าหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1.การขอลี้ภัยทางการเมือง 2.การขอลี้ภัยในประเภทฐานะผู้ลี้ภัย 3.การขอรับความคุ้มครองเพียงบางส่วน 4.การขอคุ้มครองเพื่อไม่ให้ถูกส่งไปยังประเทศต้นทาง
ทั้งนี้ หากการขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธีจะถูกปฏิเสธ ก็ยังมีสิทธิยื่นคำขออุทธรณ์ต่อไปได้อีก โดยระยะเวลาในการพิจารณาคำขอปัจจุบันมีการเร่งรัดให้เร็วกว่าเดิมมาก โดยใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับเหตุผลที่อดีตพระพรหมเมธี ใช้เป็นข้ออ้างในการขอลี้ภัยว่ามีมูลเหตุจากการที่ตนเองมองว่ากระบวนการยุติธรรมของไทย ยังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่โปร่งใส และตรวจสอบไม่ได้ เพราะประเทศยังอยู่ในสถานการณ์พิเศษ มีกฎหมายที่ไม่ได้มาจากประชาชน หากกลับไปต่อสู้คดี อาจจะไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ ทางสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาถึงเหตุผลดังกล่าวว่าเข้าข่าย หรือสมควรอนุญาตให้ลี้ภัยหรือไม่
มีรายงานว่า จากข้อมูลของกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไทยกับเยอรมนีไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน มีเพียงสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษที่มีมาตั้งแต่ปี 2536 เท่านั้น
ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางไปที่ประเทศเยอรมนีนั้น แสดงให้เห็นถึงการเอาใจใส่กับเรื่องนี้ ซึ่งประเทศไทยมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับเยอรมนี แต่ตอนนี้กำลังดูหลายๆ ด้านอยู่ แม้ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้เข้าไปดูอย่างเป็นทางการกับเรื่องดังกล่าว แต่กำลังตรวจสอบดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง จะมอบหมายให้กรมการกงสุลตอบประเด็นนี้ เพราะเป็นหน่วยงานที่รู้เกี่ยวกับคดีต่างๆ และอาจถามไปถึงเรื่องที่ค้างคาได้ด้วย
เมื่อถามว่าการที่กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางราชการแล้ว อดีตพระพรหมเมธีจะสามารถขอลี้ภัยได้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปตรวจสอบว่ามีการยกเลิกหนังสือเดินทางราชการก่อนหรือหลังจากมาถึงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ส่วนที่ทางตำรวจขอให้ทางกระทรวงต่างประเทศใช้ช่องทางทางการทูตในการเข้าไปพบอดีตพระพรหมเมธี หรือนำตัวกลับมาประเทศไทยนั้น ก็เป็นเรื่องปกติในการขอเข้าพบหรือเข้าเยี่ยมผู้ที่ถูกกักตัว ส่วนเรื่องการนำตัวกลับมาจะราบรื่นหรือไม่นั้น ต้องรอฟังจากทางตำรวจ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พระพุทธศาสนา คำสอนของพระพุทธเจ้าบิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้มา 2,500 กว่าปีแล้ว มีความเป็นจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะผิดหรือถูกนั้นอยู่ที่คนรวมทั้งพุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์ ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน กติกาที่เกี่ยวข้องซึ่งพระสงฆ์ก็มี พ.ร.บ.สงฆ์และกฎหมายทั่วไปที่ต้องยึดถือทั้งสองแบบ เพราะฉะนั้นวันนี้ถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะทำถูกหรือทำผิดก็เป็นเรื่องการกระทำผิดของบุคคล ของพระ และผู้ที่นับถือศาสนาต้องแยกแยะออกจากกัน
“การที่รัฐบาลทำแบบนี้ เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ในเรื่องเหล่านี้ รวมไปถึงเรื่องของปัญหาเงินทอนวัด ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันในทางคดีความ และกฎหมายต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้สิทธิกับทุกคน และไม่ใช่หนีออกไปต่างประเทศไม่ยอมรับกฎหมาย มันไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่ารัฐบาลทำลายพระพุทธศาสนายิ่งไม่ใช่ เราจะต้องช่วยกันทำให้เกิดการยอมรับจากทุกหมู่และทุกฝ่าย ในการนับถือพระสงฆ์ และพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) มหาเถรสมาคม (มส.) ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคนก็ต้องมีข้อมูลเพื่อประสานการทำงานร่วมกัน และหารือว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
“การที่ผมออกมาขอโทษในการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมพระสงฆ์นั้น ไม่ใช่ขอโทษว่าเพราะเป็นใคร แต่ขอโทษเพราะบุคคลนั้นแต่งสงฆ์ การดำเนินการต่างๆ จำเป็นต้องเหมาะสมต่อผู้ที่แต่งสงฆ์ ต้องเคารพผ้าเหลือง และเคารพพระสงฆ์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องดูแลให้ถูกต้อง ในการทำอะไรก็ตาม วันนี้ก็มีการลงโทษกันแล้ว และอยากจะขอร้องสื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าไปตีข่าวครึกโครมจนกระทั่งกลายเป็นว่าเรากำลังรังแกพระสงฆ์ เหมือนกับเป็นคดีการเมือง แล้วเราก็จะไม่ได้คนที่หนีไปกลับมาสักที ไปลี้ภัยบ้าง อะไรบ้าง เป็นปัญหาที่ไม่ง่ายนักที่จะเอาคนกลับมาลงโทษ เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับกติกา กฎหมายของประเทศซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของศาสนา เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของพระที่ทำถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ต้องพิสูจน์กันมา ผมไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นคดีการเมืองไปเสียทั้งหมด เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องยากทั้งเรื่องการหารือส่งตัวกลายเป็นปัญหาทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ด้านความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราบ เข้าตรวจค้นและจับกุม อดีตพระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิ สุทธิกุโล) หรือ เจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เลขานุการส่วนตัวของ อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยพบภาพลามกอนาจารระหว่างเจ้าคุณปิงกับฆราวาสชาย และภาพเปลือยผู้ชายจำนวนหนึ่งในโทรศัพท์ ซึ่งผิดวินัยสงฆ์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) กล่าวว่า ปคม.จะเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวชายหนุ่มในภาพถ่ายที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตเจ้าคุณปิง โดยมีหลักฐานสำคัญคือภาพถ่ายที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในกุฏิ คาดว่าคงสืบสวนไม่นานจะพบตัวชายคนดังกล่าว จากนั้นจะสอบสวนถึงมูลเหตุจูงใจที่ไปมีสัมพันธ์กับอดีตเจ้าคุณปิง และหากพบว่าชายคนดังกล่าวอายุต่ำกว่า 18 ปี จะเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และจะดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาการค้ามนุษย์ต่ออดีตเจ้าคุณปิงด้วย
พล.ต.ต.กรไชยกล่าวด้วยว่า ปคม.จะมีการสืบสวนขยายผลถึงต้นตอที่มาของสื่อลามกที่พบในกุฏิของอดีตเจ้าคุณปิง เพื่อกวาดล้างจับกุม รวมถึงจะขยายผลตรวจค้นเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในกุฏิพระและเณรที่มีพฤติกรรมเป็นพระตุ๊ดและเณรแต๋วต่อไปด้วย



