
เกษตรศาสตร์รำลึก"วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ"
เกษตรศาสตร์รำลึก"วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ"
วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกๆ ปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 23 มิถุนายน 2552 สืบเนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชา ทอดพระเนตรการทำนาและกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) และทรงหว่านข้าวด้วยพระองค์เองในแปลงนาหลังตึกขาว (ปัจจุบันคือตึกพืชพรรณของกรมวิชาการเกษตร) ณ เกษตรกลางบางเขน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานต่อพสกนิกรชาวไทยและข้าวไทย
จึงนับเป็นวาระสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ของกิจกรรมข้าวไทย ที่คนไทยน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจสุดท้ายในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 โดยทรงมีกำหนดจะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปมหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2489 เพื่อทรงทำปริญญาเอกสาขานิติศาสตร์ที่ยังค้างอยู่ให้สำเร็จ แต่เสด็จสวรรคตเสียก่อน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489
ศ.กิตติคุณชวนชม จันทระเปารยะ อดีตหัวหน้าภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร เคยให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2540 สรุปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชาเพื่อทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2489 โดยเสด็จฯ เยี่ยมตึกเคมี (ตึกสัตวบาล ปัจจุบันคือตึกหอประวัติ มก.) เพื่อพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้อาจารย์ ข้าราชการ และนิสิตเฝ้าฯ และพระราชทานพระบรมราโชวาท แล้วเสด็จฯต่อไปยังสโมสรข้าราชการ จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังตึกขาว(ตึกพืชพรรณ) และเสวยพระกระยาหารที่นั่น จากนั้นเสด็จฯ ลงยังชั้นล่างเพื่อทอดพระเนตรการแสดงเกี่ยวกับการเกษตร แล้วเสด็จฯ ไปนาทดลองซึ่งอยู่หลังตึก ทรงหว่านข้าวและพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายของ แล้วเสด็จฯ กลับ
วันที่ 5 มิถุนายน จึงเป็นวันสำคัญของชาติและของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนทางด้านการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย มีภารกิจสำคัญในงานสอน งานวิจัยพัฒนาปรับปรุงพันธุ์และการเพิ่มมูลค่าเกี่ยวกับข้าวมาโดยตลอด การจัดกิจกรรมอันเนื่องด้วยการส่งเสริมการเกษตร จึงนับเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความเป็นศาสตร์แห่งแผ่นดินของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น มิได้เลือนหายไปจากความทรงจำของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ยังคงฝังแน่นไว้ด้วยความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 2 พระองค์ ได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลาง บางเขน
เพื่อเป็นการสืบทอดพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีภูมิปัญญา อันเนื่องมาจากการปลูกข้าวและมีข้าวเป็นอาหารหลักสืบมาเป็นเวลาช้านานแล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ชมรม มก.อาวุโส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดงานทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี โดยใช้ชื่องานว่า “งานวันรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลางบางเขน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489” โดยจัดกิจกรรมงานรำลึกครั้งแรกในปี 2546 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับในปี 2561 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนดจัดงาน “วันรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชดำเนินทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลาง บางเขน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489” ในวันอังคารที่ 5 มิถุนายน เวลา 09.00- 10.30 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กิจกรรมประกอบด้วยพิธีทำบุญถวายพระราชกุศล พิธีกล่าวราชสดุดีรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร โดย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธี การฉายวีดิทัศน์ 5 มิถุนารำลึก พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงยาตรามาหว่านข้าว และวีดิทัศน์ “ข้าวของพ่อ” การแสดงของนิสิตชมรมนาฏศิลป์ การแสดงดนตรีไทย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร การเสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2489 และเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลาง บางเขน รวมถึงประวัติศาสตร์บอกเล่าจากบูรพาจารย์ อาทิ ศ.คุณชวนชม จันทระเปาระยะ ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ศ.ระพี สาคริก และนิทรรศการห้วงเวลาประวัติศาสตร์ของการปฏิรูปข้าวไทย จวบจนถึงการวิจัยและพัฒนาข้าวไทยในปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 10 พร้อมกับแจกพันธุ์ข้าวพระราชทานเนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก่ผู้มาร่วมงานเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย
มหัศจรรย์ข้าว“พื้นเมือง”จากทุ่งนาเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม
อนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวถึงการจัดงาน “วันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับประเทศ ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ปี 2561 เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-9 มิถุนายน ณ บริเวณกรมการข้าว ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ข้าวพื้นเมือง คุณค่าจากทุ่งนา เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม” โดยระบุว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 เห็นชอบให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการด้านข้าว และเพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงความสำคัญของข้าว อีกทั้งยังเป็นการเชิดชูเกียรติชาวนาในฐานะกระดูกสันหลังของชาติ รวมทั้งเผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยีด้านการผลิตข้าวครบวงจร
“ในปี 2561 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว จึงได้กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับประเทศ ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ปี 2561 เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตชาวนาไทย เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และใช้แนวทางประชารัฐเพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารและมีศักยภาพเป็นผู้นำข้าวในตลาดโลก”
อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่าปีนี้ได้กำหนดจัดงานภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ข้าวพื้นเมือง คุณค่าจากทุ่งนา เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม” เนื่องจากข้าวเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของภาคการเกษตร และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ซึ่งโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้านข้าว เป็นโครงการตามนโยบายที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนชาวนาให้มีการรวมกลุ่มมีการบริหารจัดการร่วมกันในการผลิตและจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับที่ชัดเจน ทั้งยังสามารถให้ชาวนาลดต้นทุนการผลิตเพิ่มศักยภาพการผลิตทำให้ผลผลิตได้มาตรฐาน โดยมีการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองในนาแปลงใหญ่ เพื่อนำไปสู่การยกระดับอาชีพชาวนาไทยและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาวนาอีกด้วย
พาณิชย์โชว์ผลงานนวัตกรรมจากข้าวไทย
ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวถึงข้าวไทยในระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “RICE-PLUS AWARD 2018 : ข้าว..ก้าวใหม่” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี ว่า ข้าวถือเป็นสินค้าเกษตรหลักที่รัฐบาลยุคปัจจุบันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการมุ่งพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร รวมทั้งเร่งวิจัย ค้นคว้าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากข้าวให้เป็นสินค้าที่ตรงความต้องการของตลาดนำไปสู่มูลค่าเพิ่มทางการค้าอันมากมายมหาศาลและมุ่งตอบโจทย์ตลาดสร้างมูลค่าเพิ่มพร้อมพลิกโฉมข้าวไทยด้วยนวัตกรรม เพื่อดำเนินการตามโมเดลประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจเน้นมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายคือการเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม จึงนับว่าการประกวดผลงานวัตกรรมจากข้าวไทยในครั้งนี้เป็นการนำนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
อดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงการประกวดผลงานนวัตกรรมจากข้าวไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง มีผู้สนใจส่งผลงานทั้งสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 279 ผลงาน แบ่งเป็นการประกวดสูตรอาหารนานาชาติปรุงจากข้าวไทย 169 ผลงาน และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวไทยจำนวน 110 ผลงาน มีทั้งข้าวไทยที่ทรงคุณค่าและข้าวพื้นเมืองที่น่าสนใจ โดยผู้เข้าประกวดจากทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ 11 ขวบถึง 84 ปี จากหลากหลายสัญชาติและสาขาอาชีพ จากเชฟมือทองไปจนถึงมือใหม่สมัครเล่น ตลอดจนนักศึกษาและแม่บ้านทั่วไป



