
สภาถกกม.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
สภา ถก กม.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไทย ผนึก ภูมิใจไทย หนุน กมธ.เสียงข้างมากรื้อทั้งร่าง ขณะที่ ปชป.กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอให้กลับไปยึดตามร่างฯที่ศาล รธน.เสนอ ก่อนที่ประธาน สั่งเลื่อนไปพิจารณาต่อสัปดาห์หน้า
เมื่อเวลา 15.30 น. วันี่ 15 ต.ค.ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เสนอมาตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯพิจารณาเสร็จสิ้น โดยเห็นควรจำกัดไว้เฉพาะให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบัญญัติเท่านั้น จึงเห็นควรให้แก้ไข เพิ่มเติมเหตุผลประกอบการพิจารณา
นายเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ชี้แจงว่า ทาง กมธ.ได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบกว่า 40 ครั้ง เชิญกฤษฎีกา สภาผู้แทนราษฎร ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงความข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริงในการปฏิบัติการบริหารซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา
จากนั้น นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่สงวนคำแปรญัตติไว้ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมากได้แก้ไขคำว่า “ คดี ” ให้เป็น ” เรื่องพิจารณา ” หมายถึงเรื่องที่พิจารณาในศาล อีกทั้งยังมีการเพิ่มเติมคำว่า ” กระบวนการพิจารณา “ และอีกหลายประเด็น จึงขอเสนอให้แก้ไขให้กลับไปใช้ตามร่างเดิมที่มีการเสนอ
ด้าน นายธนา ชีรวนิช ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ.ไปแก้ไขรายละเอียดมากแทบทุกมาตราจะทำให้กฎหมายไม่สามารถปฏิบัติได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาการทำงานของศาลยุติธรรมในอนาคต
ขณะที่ในซีก พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต่างอภิปรายเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้มีการแก้ไขล้วนเห็นว่าเป็นการให้อำนาจวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป จึงควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมสอดคล้องให้สามารถปฏิบัติได้ และเห็นว่าการแก้ไขคำว่าคดีออกไปให้สอดคล้อง เพราะชื่อร่างระบุชัดว่าเป็นวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคดีเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงควรใช้คำว่าเป็น ” เรื่องพิจารณา ”
ส่วน นายจุมภฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร กรรมาธิการเสียงข้างมาก และ นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ส.ส.สกลกร พรรคภูมิใจไทย ได้ต่างลุกอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก
ต่อมา นายสุนัย จุลพงศกร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงย้ำว่าตลอดการพิจารณาของ กมธ.ชุดนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยดีมาก ไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะกฎหมายฉบับนี้เราไม่มีผลประโยชน์ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเพราะเป็นฝ่ายประชาธิปไตยเนื่องจากเป็นกฎหมายแรกในการวางโครงสร้างวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผลมาจากความสลับซับซ้อน ซึ่งร่างฉบับนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า นักกฎหมายไม่ได้สำคัญไปกว่าผู้ออกกฎหมาย แต่เป็นกฎหมายของสภาเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน
ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุมพิจารณามาเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเศษ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานฯได้ขอเลื่อนไปพิจารณาต่อในสัปดาห์ และได้สั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 17.50 น.



