
ไทยเข้มแข็งนำโชว์สมุนไพรอภัยภูเบศร
ประเดิมปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โชว์ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)19 - 25 ต.ค.52 นี้
ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว โดยผู้นำหลัก 2 คนคือ นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผวจ.ปราจีนบุรี และนายบังอร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี พร้อม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภุเบศร ผู้ร่วมนำภูมิปัญญาดั้งเดิมการแพทย์แผนไทยในการสร้าง-สนับสนุนสู่ชุมชน-สังคมให้แพร่หลายและยั่งยืน เรามาดูปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนี้ที่ปราจีนบุรีพร้อมกัน
กล่าวคือ จังหวัดนำนโยบาย-ทิศทาง องค์กรปคองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณ และภูมิปัญญาดั้งเดิมหรืองานวิชาการ หน่วยงาน รพ.เจ้าพระยาอภัยภุเบศรด้ำนินงาน ส่วน สื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์เผยแพร่และตรวจสอบ ที่จะพาไปชมต่อไปนี้
นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผวจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า “ จากนโยบายปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ของรัฐบาล จ.ปราจีนบุรีได้พิจารณา นำโครงการที่จะสานพัฒนา เริ่มจากพื้นฐานเดิมที่มีสมุนไพรอภัยภุเบศรที่สามารถสร้างรายได้ปีละกว่า 160 ล้านบาท ในการนำแพทย์แผนไทย การนวด ประคบ การอบสมุนไพร ยาสมุนไพร-เวชภัณฑ์มาสู่การดูแลสุขภาพจนเป็นที่ยอมรับและขยายผลหลักสู่สังคม ”
“สิ่งหนึ่งที่ต้องการโชว์ศักย์ภาพรูปธรรมที่นำภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านสมุนไพร จากทรัพยากรป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา หมอพื้นบ้าน และตำรับยาโบราณ ที่ผสมผสานอย่างกลมกลืนปัจจุบัน โดยมี รพ.พยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นสถาบันวิชาการในการดูสุขภาพ การผลิตสมุนไพร-แปรรูป รวมถึงการพัฒนาเปิดการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาตรีมีมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยในปัจจุบัน และขยายสร้างรายได้เข้าชุมชนที่บ้านดงบังในการผลิตวัตุพิบสมุนไพร รพ.เจ้าพนะยาอภัยภุเบศรเป็นสัญลักแห่งรูปธรรมปฏิบีติการไทยเข้มแข็ง ที่จะแสดงสู่สายตาภาคตะวันออกในงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) 19 - 25 ต.ค.52 นี้ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” นายศิริพงษ์ กล่าวและว่า
ปราจีนบุรี เมืองประวัติศาสตร์มานานนับพันปี ศรีมโหสถ มหานครแห่งทวารวดี สืบสานส่งต่อจากอโรคยาศาลา โรงพยาบาลแห่งอดีต มาเป็นเมืองหลวงของการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรในปัจจุบัน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภุเบศร
จากการสั่งสมองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร จากหมอยาพื้นบ้านรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และจากตำรายาโบราณมานานกว่า 20 ปี สั่งสมนำมาพัฒนาสมุนไพรอภันภูเบศร ผลิตภัณฑ์คุณภาพได้รับการยอมรับ จากคนทั้งประเทศ
ด้วยคำนึงถึงความปลอดภัยผู้บริโภค มีการดูแลการผลิตตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยวสมุนไพร ซึ่งใช้เกษตรอินทรีย์ ผ่านการับรองมาตรฐานระดับสากล ดูแลตั้งแต่การปลุกการปลูกเกษตรอินทร์ รับรองมาตรฐานระดับสากล ผ่านการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี.สำนักงานอาหารและยา ห้องปฎิบัติเครื่องมือทันสมัย ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน มีการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องหลากหลายรูปแบบ จากยาสมุนไพร อาทิ ยาแก้ไอมะขามป้อม ทาแผลเปลือกฆ่าเชื้อจากเปลือกมังคุด เครื่องสำอางผสมสมุนไพร เช่น ครีมแตงกวา ครีมล้างหน้ามะขาม นอกจากนี้ยังมีน้ำสมุนไพร ชาสมุนไพร หลากหลายชนิด ทำให้ภูมิปัญญาไทยใช้ได้กลับมาใช้ได้จริงในปัจจุบันสมัยใหม่อีกครั้ง”
รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดบริการแพทย์แผนไทยผสมผสานแพทย์แผนปัจจุบัน มีหอผู้ป่วยดุแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต มีการดูแลผู้ป่วยในชุมชนด้วยการแพทย์แผนไทย มีการบริการนวดไทยให้กับผู้ป่วยและคนทั่วไป มีการจัดทัวร์สุขภาพและเปิดบริการร่วมเอกชนเพื่อ การให้นวดไทยก้าวสู่สากล
จากความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล็งเห็นการพัฒนาหมอแผนไทย พัฒนาร่วมกับ มหาวิทยาลัยบูรพาจัดทำหลักสูตรแพทย์แผนไทย สอนถึงระดับปริญญาตรี เริ่มเปิดรับนักศึกษาตั้งแต่ ปี2549”
แม้จะก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยีแต่ จ.ปราจีนบุรี ยังมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จากความเชี่ยวชาญของหมู่บ้านดงบังที่ได้รับการอบรมและเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ให้รับรพ.เจ้าพระยาอภัยภุเบศร ได้รับการส่งเสริมเป็นหมู่บ้านโอท็อปต้นแบบผลิตสมุนไพรวัตถุดิบ เกษตรอินทรีย์สมุนไพรแก่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งพร้อมรองรับการท่องเที่ยวด้านท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ”นายศิริพงษ์กล่าวและว่า
จ.ปราจีนบุรี ตั้งอยู่พื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออก ในพื้นที่ศูนย์รวม 3 อุทยานแห่งชาติ ได้แก่ เขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา มีพื้นทั้งหมดที่กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ของจังหวัด จ.ปราจีนบุรีมีพื้นที่กว่า 3ล้านไร่
“ เรามีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ นานาพันธุ์ ทั้งไม้หายาก มีสัตว์ป่ามากมาย ปราจีนบุรี มีผลไม้เลื่องชื่อของประเทศไทย และยังมีสมุนไพร ซึ่งเป็นพื้นฐานของคนไทย เราเองมีการพัฒนาสมุนไพรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องจนถึง อภัยภูเบศรในวันนี้” นายศิริพงษ์ กล่าวในที่สุด
ด้าน นางบังอร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี( อบจ.) กล่าวว่า “จ.ปราจีนบุรี เรามีความภาคภูมิใจ เนื่องจากเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ทางทรัพยากรชีวภาพสูงมาก พวกเราตั้งใจจะอนุรักษ์คุ้มครองทุนธรรมชาติ และสังคมเราอยู่ยั่งยืนนาน อนุรักษ์ตามพระราชประสงค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)”
“ ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงาน สามารถขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 100,000 บาท ให้กับการดำเนินการในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย”นางบังอรกล่าว
“นอกจากนี้ยังร่วมสนับสนุนกับโครงการอื่น ๆ ในองค์กรอื่น อาทิ สนับสนุนองค์การบริหารส่วนตำบลคำโตนด(อบต.) อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ในการพัฒนาหมู่บ้านหนองเลิงในโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประชาคมให้ชาวบ้านยากจนหมู่บ้านละ 1คน มาทำกิน ทำนา ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด ไก่ ปลูกไม้ผล ในพื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้ทำกินที่ได้ผลเป็นรูปธรรมขณะนี้”นางบังอรกล่าว
จึงเป็นอีกก้าว ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จงปราจีนบุรี ที่ทุกฝ่ายได้ประสานการปฏิบัติ และเห็นรูปธรรม และพร้อมขยายผลทั้งงบประมาณทั้งจากรัฐบาล หรือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมสนับสนุน ให้ไทยเข้มแข็งจริง ๆ พร้อมกับรูปธรรมที่นำภูมิปัญญาไทย - ความพอเพียงมาใช้อย่างแท้จริง



