
เริ่มสืบพยานคดี"เบนซ์ เรซซิ่ง"-พวกถูกฟ้องฟอกเงินยา 3 ก.ค.นี
นัดตรวจพยานหลักฐานรอบ 2 เช็คความพยานไม่เลื่อนนัด สืบโจทก์-จำเลย 14 นัดตามกำหนดเดิม ก.ค.นี้ ขณะที่เบนซ์-พวกเปลี่ยนทนายชุดใหม่
4 มิ.ย.61 ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.00 น. ศาลนัดพร้อมคู่ความตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 คดีหมายเบขดำ อย.2201/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดชหรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 31 ปี นักแข่งรถชื่อดัง
นายสรรเสริญหรือเน็ต รสานนท์ อายุ 26 ปี ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี , น.ส.อังสุพรหรืออุ้ม อินา อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา จ.น่าน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานฐานฟอกเงินและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,9,60 และสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3,4,6,10,14 และ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 26 พ.ค.60 กรณีกล่าวหาว่า เมื่อต้นเดือน พ.ย.59 -2 ก.พ.60 จำเลยทั้งสามกับนายณัฐพลหรือบอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ อย.2187/2560 , อย.1883/2560,อย.1257/2560 ของศาลอาญา , นายชัยวัฒน์หรือแป๊ะ ชูสาย จำเลยคดีอาญายาเสพติดซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว กับพวกที่หลบหนีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดยาไอซ์และยาบ้าที่เป็นยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้าและเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด
รวมทั้งดำเนินการจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติดที่นายณัฐพลหรือบอย กับพวกเป็นผู้จัดหายาเสพติดและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง โดยนายอัครกิตติ์ , นายสรรเสริญและน.ส.อังสุพร จำเลยที่ 1-3 เปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งได้มีการจัดการรับฝากเงินและโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารบุคคลตามคำสั่งของนายณัฐพล รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547 บาท โดยนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ยังนำเงินที่ได้รับจากนายณัฐพลไปซื้อรถลัมโบกินีและรถจักรยานยนต์ราคาแพง
ทั้งนี้ระหว่างการพิจารณาคดี นายอัครกิตติ์ และนายสรรเสริญหรือเน็ต จำเลยที่ 1-2 ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
ส่วน น.ส.อังสุพรหรืออุ้ม จำเลยที่ 3 ถูกคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว
โดยวันนี้ ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสามมาเพื่อร่วมกระบวนพิจารณา
ซึ่งระหว่างเดินทางมาขึ้นศาล จำเลยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพในชุดนักโทษแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดีวันนี้ มีญาติและคนใกล้ชิดจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้งสามด้วย โดย น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือแพท ภรรยาของนายอัครกิตติ์ ก็เดินทางมาให้กำลังใจสามีด้วยเช่นกัน
เมื่อถึงเวลานัด "อัยการโจทก์" ได้ยื่นแก้คำฟ้องเล็กน้อยพร้อมสำเนาให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยไม่คัดค้าน
ขณะที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนนายสิทธิโชค ตรีเนตร ทนายความ เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกัน โดยขอแต่งตั้ง "นายชัยกร ปรีชาหาญ" เข้าเป็นทนายความคนใหม่ โดยทีมทนายความชุดใหม่ ไม่มีเหตุขัดข้องในวันนัดพิจารณาตามกำหนดเดิม
ศาลพิจารณาแล้ว จึงนัดสืบพยานตามกำหนด ไม่อนุญาตเลื่อนคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ส.ค.60 โดยในวันดังกล่าว อัยการได้นำพยานเอกสาร 6 แฟ้ม 121 ฉบับ และบัญชีพยาน 20 ปาก ยื่นต่อศาลเพื่อให้ทนายจำเลยทั้งสามได้ตรวจดูรายละเอียด โดยโจทก์ขอเวลาสืบพยานรวม 10 นัด
ส่วนจำเลยที่ 1-3 ทนายความ อ้างพยานร่วมกันรวม 17 ปากซึ่งมีจำเลยทั้งสามเป็นพยานด้วย โดยขอใช้เวลาสืบพยาน 4 นัด และได้ยื่นพยานเอกสารเสนอศาลอีก 1 รายการ
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบพยานบุคคลตามที่เสนอ โดยกำหนดนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย รวม 14 นัด ระหว่างวันที่ 3-25 ก.ค.61 เวลา 09.00น. ซึ่งก่อนจะเริ่มสืบพยานศาลให้นัดพร้อมคู่ความ เพื่อตรวจดูความพร้อมพยานที่จะเข้าเบิกความอีกครั้ง เนื่องจากพยานกลุ่มที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจโยกย้ายหรือเกษียณราชการ วันนี้ (4 มิ.ย.61) ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความตรวจพยานหลักฐานเป็น ครั้งที่ 2



