
ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยเด็กขาเดียวเหยื่อถอยทับ
ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย "น้องกุ๊กกิ๊ก" ด.ญ. 8 ขวบเหยื่ออุบัติเหตุหกล้อชนแล้วถอยทับ ผู้ว่าฯสั่งเข้มคดี ชดใช้แค่ 5 หมื่นน้อยไป ด้าน ตร.โบ้ยเป็นเรื่องของคู่กรณีตกลงกันเอง ส่วนถอยทับไม่มีพยานเป็นเพียงเด็กให้การเท่านั้น
(15 ต.ค.) ความคืบหน้า กรณีน้องกุ๊กกิ๊ก หรือ ด.ญ.ธีระรินทร์ อินพิลา อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 รร.บ้านซับก้านเหลือง ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี นครราชสีมา อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านคุ้มเจริญ หมู่ 4 ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถหกล้อชนรถจักรยานยนต์ที่มีตาเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องกุ๊บกิ๊บนั่งซ้อนท้ายกระเด็นตกรถ แต่ถูกถอยรถมาทับด้านซ้าย ทำให้ต้องตัดตั้งแต่ช่วงสะโพกข้างซ้ายลงมาถึงขา แพทย์ต้องเจาะช่องท้องให้ขับถ่าย ปัจจุบันยังอาการสาหัส พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก และข้อ หญิง-เด็ก รพ.มหาราช นครราชสีมา นานร่วม 8 เดือน คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายให้เพียง 5 หมื่นบาท ทำให้ลำบากอย่างมาก โดยมีนางพัชรินทร์ ฉาวกระโทก อายุ 37 ปี แม่ต้องมาเฝ้าที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดนั้น
ล่าสุดเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ต.ค.52 นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา นางวรรณี สุวรรณภักดี นายกเหล่ากาชาด จ.นครราชสีมา พร้อม หน.ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาเยี่ยมน้องกุ๊กกิ๊ก โดยมอบเงินจำนวนนับหมื่นบาท พร้อมเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย และผลไม้
ในระหว่างที่คณะกำลังสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนางพัชรินทร์ น้องกุ๊กกิ๊กได้แสดงความตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับสวมกอด นพ.ปรีดี คิวตระกูล แพทย์ศัลยกรรมกระดูก และข้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ ที่รักษามาตั้งแต่แรกจึงมีความคุ้นเคย จากนั้นน้องกุ๊กกิ๊กได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวัน ที่เสนอข่าว ให้ คณะ ผวจ.นครราชสีมา รับฟังซึ่งอ่านได้ถูกต้องชัดเจนออกเสียงภาษาไทยถูกอักขระ จนผู้ว่าฯถึงกับออกปากชม
นายประจักษ์ กล่าวว่า สำหรับการดูแลช่วยเหลือ ต้องเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสังคม เบื้องต้นได้บรรเทาความเดือดร้อน โดยมอบเงินที่ได้รับบริจาคผ่านเหล่ากาชาด ฯ ในการจัดกิจกรรม พร้อมงินส่วนตัวของตน และบรรดา หน.ส่วนราชการ และอาหารบำรุงร่างกาย ผลไม้ ให้เป็นขวัญกำลังใจก่อน ขั้นตอนต่อไปก็จะเร่งรัดติดตามการช่วยเหลือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ,อปท.เจ้าของพื้นที่ และความคืบหน้าของคดี จาก พนักงานสอบสวน ทราบว่ามีการจ่ายเงินเบื้องต้นให้ 50,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น เด็กคนนี้ มีขวัญกำลังใจที่ดีมาก แต่ก็ต้องได้รับรับการฟื้นฟู ให้มีสุขภาพจิตที่ดี มีพื้นฐานที่ดีต่อไป เท่าที่สอบถาม เรียนหนังสือเก่ง มีความสามารถพิเศษหลายอย่าง กล้าแสดงออก แต่เสียดายโอกาส
น.พ.ปรีดี กล่าวว่า ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด เป็นการใช้สิทธิบัตร 30 บาท สาเหตุที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ คือยังมีการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด ซึ่งอวัยวะสำคัญตั้งแต่ช่วงเชิงกรานที่แตกหัก อวัยวะสืบพันธุ์ ถูกทำลาย การขับถ่ายของเสียไม่สามารถควบคุมได้ ก็ต้องต่อสายยางออกมาทางช่องท้อง พยายามยื้อ เยียวยารักษาจนถึงที่สุด บางวันหากมีสารคัดหลั่ง ไหลออกมาถูกเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ คนไข้จะเจ็บปวดทรมานมาก การบรรเทามีทางเดียวคือต้องฉีดมอร์ฟีนเข้าสู่เส้นเลือด ซึ่งทีมแพทย์ ก็หวังว่าอาการนี้น่าจะมีโอกาสหายขาด ในการฟื้นฟูให้ลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ ก็ต้องใส่ขาเทียม ที่มีการออกแบบเป็นพิเศษ เนื่องจากคนไข้รายนี้ไม่มีสะโพกในการบังคับการเคลื่อนไหว
น้องกุ๊กกิ๊ก เล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ถ้ารถหกล้อ ไม่ถอยหลังมาเหยียบขา คงไม่เป็นอะไรมาก เพียงแค่มีบาดแผลถลอก จากนั้นก็ไม่ยอมเล่าต่อ ผู้สื่อข่าว ต้องเปลี่ยนคำถามอย่างอื่นแทน โดยขอให้พูดอะไรก็ได้ต่อคณะที่มาเยี่ยม " กุ๊กกิ๊ก ดีใจมาก ที่ไม่ใครทอดทิ้ง ขอขอบคุณ กำลังใจที่มอบให้ กุ๊กกิ๊กจะไม่มีวันท้อแท้ จะขอสู้ต่อไป ต่อข้อถามอยากได้อะไรมากที่สุด น้องกุ๊กกิ๊ก ตอบว่า อยากเรียนหนังสือร่วมกับเพื่อนๆ "
ด้านพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พ.ต.ท บุญฉัตร ชาติเพชร พนักงานสอบสวน สภ.ดอนแสนสุข อ.ครบุรี นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในชั้นสอบสวน ซึ่งมีการประมวลเหตุการณ์ โดยสอบปากคำคู่กรณี พยานแวดล้อม และการตรวจสอบที่เกิดเหตุ สรุปเบื้องต้น ผู้ขับขี่รถทั้งสองคัน มีความผิด คือขับขี่รถโดยประมาท อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นคดีหมายเลขดที่ 7949
นายฉัตรชัย พันธุ์พิศาล อายุ 45 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 64 หมู่ 14 ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย นครราชสีมา เป็นคนขับรถหกล้อ ให้การว่าในขณะขับรถบรรทุกอ้อย เลขทะเบียน 84-8988 นครราชสีมา เพื่อมาส่งที่โรงงานน้ำตาลครบุรี ได้มีรถจักรยานยนต์ เลขทะเบียน คทร 255 นครราชสีมา ที่มีนายสนิด ฉาวกระโทก ผู้เป็นตา เป็นคนขับ โดยมี ดญ.ธีระรินทร์ หรือน้องกุ๊กกิ๊ก นั่งซ้อนท้าย ขณะรถแล่นมาถึงบริเวณสามแยกตู้ยามซับก้านเหลือง ถ. ปอแดง-มูลบน รถจักรยานยนต์ ได้เลี้ยวตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ระยะห่างประมาณ 3 เมตร สุดวิสัยที่จะสามารถหยุดรถ และหักหลบได้ทัน เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังเร่งความเร็ว เพื่อให้รถมีแรงส่งขึ้นเนินได้ จึงทำให้รถพุ่งชน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ในส่วนคำให้การของน้องกุ๊กกิ๊ก ที่ระบุว่าในขณะที่ล้มคว่ำอยู่บนพื้นผิวถนน ได้ถูกรถหกล้อถอยหลังมาเหยียบที่ขาด้านซ้ายจนทำให้ต้องเป็นคนพิการ การตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการชนแล้วถอยหลังแต่อย่างใด ประกอบกับประจักษ์พยานก็ไม่มีจึงเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ไม่สามารถนำไปประกอบกับสำนวนคำฟ้องได้ สำหรับประเด็นที่ทางผู้เสียหายอ้าง หลังเกิดเหตุนานร่วม 8 เดือนได้รับเงินค่าสินไหม ทดแทน เพียงแค่เงิน 50,000 บาท เป็นเรื่องที่คู่กรณีพูดคุยตกลงกันเอง แต่ในการดำเนินคดีตามกฏหมาย ก็ยังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งศาลแขวง จ.นครราชสีมา ได้นัดให้คู่กรณีทั้งสองมาพบในวันที่ 16 ธค.นี้



