
เตรียมสอบปากคำน้องมินท์ทางการ16ต.ค.
ศาลอาญาอนุญาตฝากขังครั้งแรก ศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหา ฆ่าหั่นศพ แม่ ลูก มาคิโน หลัง ตร.ตลิ่งชัน รอสอบพยานเพิ่มอีก 5 ปาก ตรวจประวัติอาชญากร พร้อมค้านประกัน กลัวหนี หวั่นพยานโดนเก็บ ขณะที่ตัวถูกส่งขังเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ แล้ว
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 ต.ค.พ.ต.ท.ประเสริฐ สีตลาศัย พนักงานสอบสวนสน.ตลิ่งชัน ควบคุมตัว นายศิริพงศ์ กาญจนนิวิฐ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 353/33 หมู่ 2 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพแม่ – ลูก มาคิโน อำพรางคดี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-26 ต.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก , ผลตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรและผลตรวจพิสูจน์ของกลาง จากกองพิสูจน์หลักฐาน
โดยท้ายคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต ขณะที่คดีมีพฤติการณ์โหดเหี้ยม ทารุณ และเป็นที่สะเทือนขวัญแก่ประชาชน และแม้ผู้ต้องหาจะมอบตัว แต่มีสาเหตุมาจากนางสุภาณี กาญจนชมพู มารดาผู้ต้องหาได้ปลอบใจและแนะนำให้มอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ไม่ได้เป็นการตั้งใจเข้ามอบตัวของผู้ต้องหาเอง หากศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
นอกจากนี้ ด.ญ.พิชญา หรือ มินท์ จงงามวิไล อายุ 13 ปี ประจักษ์พยานคนสำคัญ ซึ่งถูกผู้ต้องหายิงได้รับบาดเจ็บก็ให้การว่า บิดาของพยานมีเหตุโกรธเคืองกับผู้ต้องหามาก่อน หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจเป็นภยันตรายแก่พยานปากนี้หรือบุคคลอื่นได้
โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ คำร้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่11 ต.ค. 52 พนักงานสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้วได้รับแจ้งเหตุ มีผู้พบศพหญิง ไม่ทราบชื่อถูกยิงเสียชีวิต แล้วนำศพมาทิ้งไว้บริเวณพง หญ้าข้างทางริมถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก (บางปะอินทร์-บางบัวทอง) กม.53 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และต่อมา วันที่ 12 ต.ค. 52 เวลา 06.00 น. พนักงานสอบสวนยังได้รับแจ้งอีกว่า พบศพเด็กชาย ไม่ทราบชื่อและนามสกุล ถูกยิงด้วยอาวุธปืนแล้วตัดศีรษะและอวัยวะใส่ถุงขยะพลาสติกสีดำ ถูกทิ้งไว้บริเวณหมู่บ้านร้างพิมาน ถ.อินทรวาส แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. โดยพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนเนื่องจากคดีดังกลาวเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน
จนกระทั่งวันที่ 13 ต.ค. 52 ผู้ต้องหาได้ติดต่อมายังสื่อมวลชนและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พร้อมกับแสดงตนว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าหญิงสาวและเด็กชายดังกล่าว โดยนำสิ่งของเกี่ยวกับการกระทำผิดมายืนยันเพื่อขอรับโทษทางอาญา ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาได้ความว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 52 เวลาประมาณ 24.00 น. ขณะที่ผู้ต้องหาขับรถแท็กซี่มิเตอร์ ทะเบียน ทล-5979 กรุงเทพฯ ไปรับ นางสุนันท์ ศรีสุวรรณ ที่คบหากันฉันท์ชู้สาว พร้อมด้วย ด.ช.โช มาคิโน และ ด.ญ.พิชญา จงงามวิไล บุตรของนางสุนันท์ จากสนามบินสุวรรณภูมิ
โดยระหว่างทางผู้ต้องหาได้มีปากเสียงอย่างรุนแรง กับนางสุนันท์ จนกระทั่งผู้ต้องหาขับรถมาถึงบริเวณ ถ.วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (บางปะอินทร์-บางบัวทอง) กม.53 คลองพระอุดม อ.ลาด หลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาได้ชักปืนแบบรีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด.357 หมายเลขทเะบียน CEU 2681 เครื่องหมายเลข ทะเบียนปืน กท.4500304 ออกจากช่องเก็บข้างประตูคนขับ เล็กปากกระบอกปืนไปด้านหลังเบาะซึ่งมีนางสุนันท์และบุตรชาย บุตรสาว นั่งโดยสารอยู่ โดยมีเจตนาฆ่านางสุนันท์ ก่อนจะยิงใส่จำนวน 7 นัดจนหมดโม่ ก่อนจะบรรจุกระสุนใหม่อีก 7นัด ยิงเข้าไปทางด้านหลังเบาะอีก 7นัด เป็นเหตุให้ นางสุนันท์ และ ด.ช.โช ถึงแก่ความตาย ส่วนด.ญ.พิชญา ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากนั้นผู้ต้องหาได้นำศพนางสุนันท์ไปทิ้งลงข้างทางของถนนวงแหวนตะวันตก (บางปะอิน-บางบัวทอง) ต่อมาวันที่ 11 ต.ค.52 เวลาประมาณ 04.00 น. ผู้ต้องหาได้นำศพของ ด.ช.โช ไปตัดชำแหละแยกออกเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ กัน ภายในห้องพักของผู้ต้องหาเลขที่ 535/33 บ้านเอื้ออาทรคอนโดมิเนี่ยม หมู่ที่ 2 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี แล้วนำถุงขยะพลาสติกสีดำผูกปากถุงเอาไปทิ้งไว้พงหญ้าข้างทาง ถ.ราชพฤกษ์ กม.9 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม.เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำหลักฐานเสนอขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , พยามยามฆ่าผู้อื่น ,พรบ.อาวุธปืน และ ซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย ซึ่งในชั้นจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
อำนวยนำทีมสอบปากคำน้องมินท์
เมื่อเวลา17.00น. วันที่ 15 ต.ค. ห้องผู้ป่วยใน ชั้น 7 โรงพยาบาลพระราม 9 พล.ต.ต .อำนวย นิ่มมโน รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.ท.มานะ เผาะช่วย รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร หัวหน้าควบคุมตัวผู้ต้องหา พ.ต.ท.สุกิจ รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน เดินทางเข้าพบ ด.ญ.พิชญา หรือ “น้องมินท์” จงงามวิไล อายุ 13 ปี เหยื่อที่รอดชีวิตจากฆาตกรอำมหิตที่ฆ่าแม่และน้อง
พล.ต.ต .อำนวย กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเยี่ยมอาการน้องมินท์ และพูดคุยเบื้องต้น ทั้งได้พูดคุยกับแพทย์เรื่องร่างกายและสภาพจิตใจ ซึ่งขณะนี้อาการน้องมินท์ดีขึ้นอย่างมาก สามารถพูดคุยเป็นปกติ นอกจากนี้ยังพูดคุยลำดับถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อมูลมากพอสมควร โดยในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำอย่างเป็นทางการร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา อัยการ และบุคคลอื่น
พล.ต.ต .อำนวย กล่าวอีกว่า ขณะนี้สิ่งที่เครียดยิ่งกว่าเรื่องคดีก็คือเรื่องความเป็นอยู่ของน้องมินท์ เพราะว่าแม่และน้องชายได้เสียไปแล้ว เหลือเพียงพ่อบุญธรรมที่เป็นชาวญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากนางสุนันท์แต่งงานกับสามีชาวญี่ปุ่น สำหรับน้องมินท์ นั้นได้รับสิทธิ์จากทางรัฐบาลญี่ปุ่นในการดูแล ซึ่งในอนาคตน้องมินท์ต้องกลับไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป
สำหรับ ในทางคดีนั้น น้องมินท์ได้ให้การเหมือนกัน แต่แตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งต้องดูพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนมูลเหตุเรื่องชิงทรัพย์กับประเด็นส่วนตัว ยังสรุปไม่ได้ เพราะในทางคดีตนยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหา ตนเชื่อคำให้การของเด็กมากกว่า เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะว่าได้ทั้งทรัพย์และแก้แค้นส่วนตัวด้วย



