
ส่องผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่เมืองเว้!
คอลัมน์ - ทำกินถิ่นอาเซียน โดย - รศ.ดร.พิชัย ทองดีเลิศ [email protected]
ต่อจากเสาร์ที่แล้ว
ในวันนี้เราได้มีโอกาสเดินทางไปพบกับผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตรที่อยู่ในเมืองเว้ด้วยการอำนวยความสะดวกของอาจารย์จาก HUE University of Agriculture and Forestry โดยสถานที่เราไปเยี่ยมชมก็เป็นลักษณะกึ่งๆ เอาท์เล็ต และโรงงานผลิตเล็กๆ แนวเอสเอ็มอีในบ้านเรา ซึ่งผู้ประกอบการที่เราไปเยี่ยมชมนี่ก็เป็นศิษย์เก่าทางด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
แต่ด้วยเป็นคนที่มีแนวคิดในเชิงธุรกิจ จึงชอบทำอะไรแบบต่อยอดที่พัฒนาแบบท้าทายและได้รับความรู้ทางด้านการแปรรูปจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองและคำแนะนำจากนักวิชาการ จึงทำให้เรียนรู้แบบรวดเร็วและทดลองทำแบบลองผิดลองถูก จากนั้นค่อยๆ เป็นระบบมาเรื่อยๆ จนเข้าที่เข้าทาง โดยแรกๆ ก็เริ่มต้นจากจากแนวคิดเรื่องเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากเห็นว่าในพื้นที่รอบๆ เมืองเว้นั้นมีพื้นที่กว้างขวางในการทำการเกษตรและมีการปลูกพืชที่หลากหลาย ทั้งข้าว ข้าวโพด พืชผัก รวมถึงผลไม้หลายชนิด โดยใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติจากแม่น้ำและฝนเป็นหลัก
และที่สำคัญเกษตรกรยังค่อนข้างทำการเกษตรแบบดั้งเดิม โดยพื้นที่ทำการเกษตรยังอยู่ห่างไกลจากเมืองและเข้าไปในพื้นที่ลึกอีกพอควร และส่วนใหญ่ก็จะเลี้ยงสัตว์ร่วมไปด้วย ทั้งเป็ด ไก่ หมู และวัว ซึ่งยังเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินกันเองแบบธรรมชาติควบคุมธรรมชาติ ซึ่งในพื้นที่บริเวณนี้จริงๆ เป็นพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ แต่เกษตรกรจะเน้นสร้างผลผลิตเพื่อการบริโภคเองเป็นหลักแค่พอกินและเหลือขายนิดหน่อย ดังนั้นผลผลิตจึงมีไม่มาก
ผู้ประกอบการรายนี้ จึงเกิดแนวคิดเริ่มต้นจากการนำข้าวและพืชผักเหล่านี้มาขายให้แก่ผู้บริโภคในตัวเมืองเว้ในระบบสมาชิก ซึ่งมีไม่มากในช่วงเริ่มต้นและทุกวันนี้ก็ยังขายอยู่โดยมีลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคที่รักสุขภาพและความปลอดภัยเป็นกลุ่มหลักที่เข้าซื้อเป็นประจำและมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของราคาก็สูงกว่าผลผลิตตามตลาดทั่วไปอยู่พอควร
จากนั้นก็ได้เริ่มเข้าสู่แนวคิดเชิงธุรกิจในเรื่องของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากเว้เป็นเมืองท่องเที่ยว ติดกับดานังที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งถ้าสามารถแปรรูปให้สะดวกต่อการบริโภคและพกพาได้ก็สามารถจะทำตลาดได้อีกทางหนึ่งด้วยคุณภาพของตัวผลผลิตอย่างข้าว เม็ดบัว และถั่วต่างๆ โดยการอบแห้ง ทำเป็นผง น้ำมัน หรือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
โดยสินค้าเกษตรแปรรูปเหล่านี้ก็ได้รับมาตรฐานการผลิตจากหน่วยงานที่ดูแลและได้รับการสนับสนุนทางด้านความรู้และวิชาการจากทางมหาวิทยาลัย ในด้านตลาดของสินค้าลักษณะนี้ในเวียดนามก็สามารถทำตลาดได้ทั้งในพื้นที่ ในประเทศ และกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในเวียดนาม แต่ด้วยวัตถุดิบที่มีไม่มากและกำลังการผลิตที่มีจำกัดทำให้ปริมาณสินค้าในตลาดมีไม่มาก รวมถึงเป็นประเภทสินค้าที่มีผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม จึงทำให้ราคาค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันในตลาดทั่วไป
แต่จากจุดนี้เองทำให้เห็นได้ว่าแนวคิดในการบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยของคนในกลุ่ม CLMV เริ่มมีความต้องการขึ้นเรื่อยๆ มีกลุ่มผู้บริโภคชัดเจน สามารถจับจ่ายในราคาที่กำหนดได้ และพื้นที่ที่รองรับการผลิตยังมีเพียงพอ แต่ปัญหาอยู่ที่การส่งเสริมและให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ผลิตในการปรับวิธีการผลิตและการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องการลงทุน ถ้าจะมีการผลิตเป็นปริมาณมากเพื่อรองรับผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นควบคู่ไปกับมาตรฐานที่ต้องรักษาไว้ด้วย
อีกประเด็นที่เป็นลักษณะค่อนข้างเด่นชัดของคนเวียดนาม คือวิธีคิดในการทำธุรกิจ คือมีความมั่นใจ ตั้งใจจริง มีเป้าหมายชัดเจน ไม่หวือหวาหรือต้องรีบร้อน แต่จะค่อยๆ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังความสามารถ
ในครั้งหน้าเราจะข้ามไปฝั่งตะวันตกเพื่อไปเมียนมาร์กันต่อครับ !



