ข่าว

"วงจร"ใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองเริ่มกลับมา

"วงจร"ใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองเริ่มกลับมา

02 มิ.ย. 2561

"รัฐบาล"แจงโลกออนไลน์แชร์ข่าวให้ร้ายนายกฯต่อเนื่อง ชี้วงจรป้ายสีทางการเมืองเริ่มกลับมา เตือนผู้ไม่หวังดีหยุดสร้างความเกลียดชัง เสี่ยงถูกดำเนินคดี

 

            2 มิ.ย. 2561 รัฐบาลแจงข้อเท็จจริงกรณีโลกออนไลน์แชร์ข่าวให้ร้ายนายกฯต่อเนื่อง ชี้วงจรป้ายสีทางการเมืองเริ่มกลับมา เตือนผู้ไม่หวังดีหยุดสร้างความเกลียดชัง เสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

            พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อความในโซเชียลมีเดียระบุ "บิ๊กตู่ติงคนไทยใช้สมองน้อย แฉมีคนจ้องทำลายทหาร-สถาบัน" ว่า มีความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการนำข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ไม่ถูกต้อง หรือนำเสนอเพียงบางช่วงบางตอน มาเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและลดความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพราะใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว

 

            เมื่อตรวจสอบข่าวล่าสุดที่มีการเผยแพร่แล้วจะพบว่า เป็นข่าวเก่าที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี 2558 โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ นายกฯ พบหอการค้า รวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนายกฯ พูดว่า 

 

            "คนไทยเป็นคนโรแมนติก ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึก ใช้หัวใจเสียเป็นส่วนมาก แต่ใช้สมองน้อยในการคิดใคร่ครวญว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ตนไม่ได้ดูถูก ดังนั้น วันนี้สิ่งแรกที่เราต้องแก้ คือ เราต้องมีความรู้ มีสติ และมีความรู้สึกในการครองชีวิต หากประเทศไทยยังใช้ความรู้สึกในการดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็คงเดินต่อไปกันไม่ได้"

 

            โฆษกประจำสํานักนายกรัฐมนตรีตั้งขอสังเกต ว่า ขณะนี้วงจรของการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบอย่างถูกต้องและรวดเร็วทันสถานการณ์ โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการเผยแพร่และส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก เพื่อลดความสับสนวุ่นวาย

 

           พร้อมทั้งเตือนไปยังนักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลายที่จงใจสร้างข่าวปลอม ให้ร้าย หรือตัดข้อมูลเพียงบางส่วนไปนำเสนอ เพื่อสร้างความเกลียดชังกันนั้น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย จึงขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยหากสืบสวนพบต้นตอของข่าวและตัวผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด