ข่าว

นักโทษล้นคุก ! ถึงเวลาต้องเบี่ยงเบนโทษจำคุก

นักโทษล้นคุก ! ถึงเวลาต้องเบี่ยงเบนโทษจำคุก

02 มิ.ย. 2561

"ถก"แก้ปัญหานักโทษล้นคุกทะลุ 3.5 แสนคน แนะสร้างระบบคัดกรองเบี่ยงโทษจำคุกให้กับผู้ที่ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน  ยันราชทัณฑ์ไม่ปล่อยกลุ่มเสี่ยงออกมาทำร้ายสังคม 


          2  มิ.ย. 2561  สัมมนาแก้ปัญหานักโทษล้นคุก ทะลุ 3.5 แสนคน  แนะสร้างระบบคัดกรองเบี่ยงโทษจำคุกให้กับผู้ที่ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน  ยันราชทัณฑ์ไม่ปล่อยกลุ่มเสี่ยงออกมาทำร้ายสังคม 
 

 

 

           พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเปิดการสัมมนา "ก้าวผิดคิดพลาดให้โอกาสแก้ตัวใหม่"มาตรการทางเลือกแทนการจำคุก เพื่อระดมความคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุก สถิติผู้ต้องขังล่าสุดมีจำนวน  350,600 คนเศษ  ในขณะที่เรือนจำสามารถรองรับผู้ต้องขังได้เพียง 122,047 คน ก่อให้เกิดปัญหาความแออัดในเรือนจำ ภาวะนักโทษล้นคุกทำให้เกิดปัญหาทั้งในด้านการควบคุมและการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย และการกระทำความผิดซ้ำ  

 

          นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากงบประมาณในการควบคุมดูแลไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนผู้ต้องขัง ไม่มีงบประมาณปรับปรุงเรือนจำที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน  มาตรการคัดกรองผู้ต้องขังประพฤติดีพ้นจากเรือนจำด้วยวิธีพักการลงโทษและลดวันต้องโทษ  แต่แก้ปัญหาได้เพียงเล็กน้อยเพราะราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานปลายทาง  ในทุกวันจะมีผู้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเฉลี่ยเดือนละกว่าหมื่นคน  ขณะที่โทษจำคุกที่ผู้ต้องขังถูกตัดสินก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ  ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อคัดกรองผู้กระทำผิดซึ่งเป็นกลุ่มตกกระไดพลอยโจน ทำผิดโดยไม่มีเจตนา หรือไม่ใช่อาชญากรที่กระทำผิดโดยสันดาน ได้รับโทษให้เหมาะสมกับพฤติกรรมตามมาตรการทางเลือกต่าง ๆ
 

 

นักโทษล้นคุก ! ถึงเวลาต้องเบี่ยงเบนโทษจำคุก

 

           "เราไม่ต้องการเพียงแค่ว่ามีคุกไม่พอ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนเข้าคุกน้อยลง ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์จะไม่ปล่อยให้คนที่มีความเสี่ยง หรือไม่สามารถปรับพฤติกรรรมออกมาแน่นอน นอกจากปรับพฤติกรรมแล้วยังต้องให้มีการติดตามหลังปล่อยให้ผู้พ้นโทษมีงานทำ โดยประสานไปยังทุกสาขาอาชีพให้เข้ามาจ้างงานผู้พ้นโทษที่ผ่านการฝึกทักษะอาชีพ รวมทั้งมีคณะทำงานติดตามหลังปล่อย การให้ทุนสร้างอาชีพ ซึ่งเป็นการดูแลและแก้ปัญหาอย่างครบวงจร"พล.อ.อ.ประจินกล่าว  
 

 

           พ.ต.อ.ณรัตช์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กำไลอิเล็คทรอนิกส์หรืออีเอ็มจะเป็นมาตรการทางเลือกที่นำมาใช้แทนการจำคุก ใน 2 มิติ  โดยมิติแรกศาลสั่งใช้อีเอ็มในการปล่อยตัวชั่วคราวแทนการควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดี โดยช่วยให้ประชาชนไม่ต้องไปเช่าโฉนดหรือนำหลักทรัพย์มาประกันตัวตัว  

 

           มิติที่ 2 เป็นการสั่งใช้อีเอ็มแทนการจำคุกในคดีที่ศาลสั่งรอลงการอาญาสามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมความประพฤติ  ในกลุ่มที่สามารถเบี่ยงเบนโทษจำคุกได้ต้องเป็นคดีที่มีโทษจำคุกไม่สูงมาก  ถือเป็นมาตรการที่ดีเพราะไม่ใช่การปล่อยเสือเข้าป่า แต่ทุกรายยังถูกติดตามตรวจสอบ ปัญหาติดขัดที่อุปกรณ์ยังมีราคาแพง  ใช้งบประมาณในการเช่าใช้หลักพันบาทต่อเครื่อง ในอนาคตหากส่งผลดีต่อการลดจำนวนผู้ต้องขัง อาจต้องของบประมาณเพื่อเช่าใช้อุปกรณ์อีเอ็มเพิ่มมากกว่า 10,000 ชิ้น ซึ่งการลงทุนในอุปกรณ์อีเอ็มถือว่าคุ้มค่าและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเลี้ยงนักโทษในเรือนจำ

 

นักโทษล้นคุก ! ถึงเวลาต้องเบี่ยงเบนโทษจำคุก

         

 

             "สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำกว่า 350,000 คน เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด 70% หรือประมาณ 200,000 คนเศษ ในอนาคตหากมีการลดเกณฑ์การลงโทษให้สอดคล้องกับร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดก็จะสามารถเบี่ยงเบนนักค้ารายย่อย ดาราหรือนักศึกษา ซึ่งเป็นทั้งผู้เสพและผู้ค้ารายย่อย โดยจะกำหนดวิธีการลงโทษอื่นแทนการจำคุก เช่น การคุมประพฤติสั่งติดกำไลอีเอ็ม  เพราะความผิดที่เป็นแฟชั่นของวัยรุ่นซึ่งในต่างประเทศมีมาตรการลงโทษอื่นที่เหมาะสม  ก็ไม่ควรถูกส่งเข้ามาในเรือนจำ เพราะการจำคุกไม่ใช่คำตอบสุดท้าย   ส่วนผู้ที่ทำผิดด้วยความชั่วร้าย เป็นอาชญากรโดยสันดาน ฆ่าข่มขืน ข่มขืนเด็ก ปล้นฆ่าที่อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ต้องถูกกันออกจากสังคมเอาไปเก็บไว้ในเรือนจำ"อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว      

 

             น.ส.แคเธอรีน เอ. ฮาร์ทเซนบุช ผู้ช่วยเลขานุการทางอาญา ประจำกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า  สหรัฐใช้ศาลคดียาเสพติดจัดโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยา โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องรับสารภาพผิด เข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ในระยะวลา 1-2 ปี ต้องเข้ารายงานตัวต่อศาล  เพื่อบำบัดรักษาเป็นระยะ ๆ เมื่อจบโปรแกรมนี้พบว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ต้องเข้าสู่ระบบราชทัณฑ์อีก โดยมีจำเลย 120,000 รายต่อปีได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการทางเลือกแทนการจำคุก  ส่งผลให้ผู้ต้องขังน้อยลง 25%  
 

 

นักโทษล้นคุก ! ถึงเวลาต้องเบี่ยงเบนโทษจำคุก

 

             น.ส.อุเอโนะ  มามิ ผู้เชี่ยวชาญจากสถานทูตญี่ปุ่น  กล่าวว่า ญี่ปุ่นส่งเสริมการบำบัดผู้กระทำผิดโดยชุมชนควบคู่ไปกับการบำบัดโดยสถาบันของรัฐ ในปี 2016 อัยการเข้าไปดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด 1.6 ล้านคน  ศาลตัดสินส่งตัวเข้าสู่เรือนจำเพียง 20,467 คน โทษส่วนใหญ่จะเป็นการรอลงอาญาและคุมประพฤติ  โดยโทษจำคุก 3 ปี สามารถรอลงอาญาได้ถึงตั้งแต่ 3 - 5 ปี   ทำให้ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ต้องขังไม่มากนัก  ตัวเลขนักโทษสูงสุดอยู่ในปี 2006 มีนักโทษ 62%  ของความจุเรือนจำ ญี่ปุ่นจึงไม่เคยมีปัญหาล้นคุก  ราชทัณฑ์โดยชุมชนเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดจำนวนผู้ต้องขัง การบำบัดโดยชุมชนยังสามารถลดปัญหาอื่น ๆที่มาจากการจำคุกด้วย  แต่จะสำเร็จได้ต่อเมื่อได้รับการยอมรับจากสังคม เพราะไม่ใช่การนำผู้กระทำผิดมาลงโทษในชุมชน แต่เป็นกิจกรรมบำบัดต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนจากชุมชน
 

               ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น  กล่าวด้วยว่า  กฎหมายญี่ปุ่นเน้นการคุ้มครองสังคม ไม่ได้เน้นตัวผู้กระทำผิดแต่ครอบคลุมผู้เสียหายด้วย  ทำให้มีประชาชนเข้ามาเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติมากกว่า 48,000 คน มีสำนักงานคุมประพฤติ 50 แห่ง คอยให้คำแนะนำ  ในส่วนขององค์กรเอกชนจัดบ้านกึ่งวิถีให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด  นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังให้ความร่วมมือจ้างงานผู้พ้นโทษด้วย ขณะการนำนักโทษออกทำงานบริการสังคม การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะในชุมชน ทำให้นักโทษรู้สึกในคุณค่าของตัวเอง

 


นักโทษล้นคุก ! ถึงเวลาต้องเบี่ยงเบนโทษจำคุก