ข่าว

อภิสิทธิ์ยันปชป.เห็นต่างแก้รธน.ไม่ใช่ประเด็น

อภิสิทธิ์ยันปชป.เห็นต่างแก้รธน.ไม่ใช่ประเด็น

15 ต.ค. 2552

"มาร์ค" ยัน ปชป.มีความเห็นต่าง เรื่องแก้รธน.ไม่ใช่ประเด็น ย้ำจุดยืนพรรคไม่เคยเปลี่ยน พร้อมยันไม่เคยมีคิดเอาใจพรรคร่วม พท.คว่ำการทำประชามติไม่ได้ ทุกอย่างต้องฟังเสียงปชช.เท่านั้น

ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่  15 ต.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์เองมีปัญหาความเห็นแตกต่างกัน โดยเฉพาะกรณีที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้รัฐธรรมนูญว่า เขานั่งอยู่ที่ประชุม เรื่องรัฐธรรมนูญแต่ละคน ส.ส.ทุกคนย่อมมีความเห็น ไม่ใช่เป็นประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง เอาแค่เขตเลือกตั้งก็ยังมีความเห็นต่างกัน

 เขาบอกว่า ตรงนี้ ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ในภาพใหญ่ที่เป็นจุดยืนของพรรคจะสนับสนุนกระบวนการที่เป็นความสมานฉันท์ และเคารพการตัดสินใจของประชาชน ส่วนแนวปฏิบัติในช่วงที่ยังไม่มีข้อยุติจากประชาชน

 “ทุกคนย่อมเป็นอิสระในการแสดงความคิดเห็น จะไปบังคับให้จุดยืนของพรรคที่เคยมีมาบอกว่า เราเห็นว่าเขตใหญ่ดีกว่าเขตเล็ก แล้วให้ไปบอกว่าเขตเล็กดีกว่า เราคงไม่ทำ แต่เราจะบอกได้ว่า กรรมการทุกพรรคดูแล้วเห็นว่าเขตเล็กดีกว่า เราเห็นว่าเขตใหญ่ดีกว่า ประชาชนก็ชี้เอา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า แล้วคุ้มกันหรือไม่ ที่วันนี้นายกฯจะเอาจุดยืนของตัวเองกับจุดยืนของพรรค ไปแลกกับการเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวกลับทันที ว่า ไม่มี ไม่ มีการแลกอะไรเลย เพราะว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนต่างหากจะเป็นผู้ตัดสิน และหากพรรคร่วมต้องการอย่างหนึ่ง แล้วประชาชนไม่เอา ก็ไม่ทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนชี้ขาดคือประชาชน และตรงนี้ต่างหากคือจุดยืนของพรรค

 เมื่อถามว่า สิ่งที่สะท้อนออกมาค่อนข้างชัดว่า พรรคเพื่อไทยทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในขณะที่การผลักดัน 6 ประเด็นทำเพื่อพรรคร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่

 “ถ้าเป็นเฉพาะเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลก็คงไม่ทำ แต่เป็นเรื่องที่ไปผ่านกระบวนการของคณะกรรมการ ที่มีวุฒิสภาและฝ่ายค้านด้วยนั้น ที่สุดแล้ว หลักเรื่องประชามติเป็นหลักที่ผมเสนอเข้ามา จะได้มีข้อยุติ จะได้รู้กันเสียทีว่า ตกลงประชาชนต้องการจะแก้จริงไหม ในประเด็นเหล่านี้ เพราะถ้าไม่อยากแก้เรื่องก็จะได้จบ ไม่งั้น ก็จะค้างคาเถียงกันไปตลอด ฝ่ายหนึ่งก็จะอ้างว่าต้องแก้ ไม่งั้นสมานฉันท์ไม่ได้ อีกฝ่ายก็บอกว่าแก้ไม่ได้ ถ้าแก้แล้วเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า เวลานี้เสียงคัดค้านเริ่มแรงขึ้น จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งแทนการสมานฉันท์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเสียงคัดค้านเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ก็จบลงด้วยกระบวนการประชามติ ที่บอกกับนักการเมืองว่า ไม่ต้องแก้ ก็จะได้จบ จะได้ไม่ต้องมีคนมาอ้างว่า ต้องแก้ ไม่เช่นนั้นสมานฉันท์ ไม่ได้ นี่คือประโยชน์ของการทำประชามติ

 “ถามว่า 2 พันล้านแพงไหม ก็ไม่ใช่เงินน้อย แต่หากถามว่า เทียบกับความเสียหายที่เกิดจากความอึมครึม ในบรรยากาศบ้านเมือง ต่างคนต่างอ้างประชาชน กลุ่มหนึ่งก็อ้างว่า ประชาชนต้องการสมานฉันท์ด้วยการแก้ อีกกลุ่มก็อ้างว่า ประชาชนไม่อยากให้แก้ แล้วเถียงกันไปตรงนี้ก็เสียหายมากกว่า 2 พันล้าน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า จะเป็นการดึงดัน นายอภิสิทธิ์ ตอบกลับทันทีว่า ไม่มีการดึงดัน ไม่มีใครตอบเขาได้ว่า ลงประชามติ 6 ประเด็นประชาชน จะลงอย่างไร และยังเชื่อว่า ถ้ามีการลงประชามติ 6 ประเด็น มันจะแตกต่างกันแน่ในเรื่องคะแนนเสียง

 เมื่อถามต่อว่า ปฎิเสธไม่ได้ว่า นักการเมืองจะมาชี้นำความเห็นของประชาชน และถ้าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยแล้วอาจไปชี้นำให้คว่ำในเรื่องการทำประชามติ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คว่ำการทำประชามติไม่ได้ ประชามติเป็นสิทธิของรัฐบาล ว่าจะดำเนินการหรือไม่ ถ้าเขาไปคว่ำไม่ให้แก้ ก็ดี แสดงว่าประชาชนไม่ให้แก้ ก็จบ ก็ไม่ต้องพูดกันอีกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ  

 เขาบอกว่า ที่ทำเวลานี้ไม่ได้เป็นการหาคำตอบให้พรรคร่วม แต่เป็นการหาคำตอบให้สังคม เพราะไม่เช่นนั้นก็เถียงกันไม่จบ เขาอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน มีทั้งด่าเขาว่า ทำไมไม่แก้ บางฉบับก็ด่าว่า ทำไมจะแก้ เขาก็บอกว่า สังคมต้องเป็นคนให้คำตอบ และทุกอย่างก็ไม่ได้นึกตามใจชอบ ผ่านกระบวนการที่มี 3 ฝ่ายเข้ามาร่วม

 "ถามใจผม ผมก็บอกตลอดว่า ไม่ได้เห็นด้วยกับทั้ง 6 ประเด็น แต่ผมก็ถือว่า ผมนำเสนอก่อนให้ประชาชนตัดสิน และก็จะสิทธิ์ของผมในการอธิบายว่า ประเด็นไหนที่เห็นว่าจำเป็น"

 เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะปล่อยให้ฟรีโหวตหลังจากกลับมาจากประชาชน แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาเห็นว่า ตรงนี้เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.อยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ส.ส.และ ส.ว.จะต้องตอบ ถ้าทำประชามติมาแล้ว คือคุณเป็นเพียงตัวแทน เจ้าของอำนาจที่แท้จริงบอกมาอย่างหนึ่ง คุณจะไปตัดสินใจเป็นอย่างอื่นหรือ

 เมื่อถามต่อว่า ปัญหาล่วงหน้าคือการเข้าชื่อเสนอญัตติ เสียงอาจจะไปพอ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะต้องไปผ่านกระบวนการประชามติก่อน กับส.ส.ของพรรคมีเอกสิทธิ์ในการทำหน้าที่

 เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยถอนตัวกระบวนการจะเดินหน้าต่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสรุปอย่างนั้น รอดูก่อน