ข่าว

รวบเสื้อแดงรุมทำร้าย"นิพนธ์"ที่มหาดไทย

รวบเสื้อแดงรุมทำร้าย"นิพนธ์"ที่มหาดไทย

15 ต.ค. 2552

ตำรวจสืบสวนชนะสงครามรวบม็อบเสื้อแดง รุมทำร้าย " นิพนธ์ "อดีตเลขาฯนายก ในกระทรวงมหาดไทย ตามหมายจับลำดับสุดท้าย เจ้าตัว “ โบ้ย “ ยังไม่ได้ใช้ไม้ทุบตี แค่เงื้อมือ “ ขณะที่ “ผบช.น.” ยันหลักฐานมัดแน่นชัดเจน เอาผิดดิ้นไม่หลุด

          เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 15 ตุลาคม  พล.ต.ท.วรพงษ์  ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนรบาล 1 แถลงผลเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม จับกุมนายตี๋ แซ่จิว อายุ 58 ปีอยู่บ้านเลขที่ 99/101 หมู่ 4 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1216/2552 วันที่ 1 พ.ค.2552 ข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ข้อหาบุกรุก ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จนได้รับบาดเจ็บขณะนั่งอยู่ในรถทะเบียน ศฮ 9205 กทม. เหตุเกิดเวลา 14.30 น.วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมาภายในกระทรวงมหาดไทย แขวงวัดราชบพิตร เขตพระนคร กทม.โดยนายตี๋ พร้อมพวกได้บุกรุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทยและได้ก่อความวุ่นวายตามที่ปรากฎเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา

 พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวอีกว่า  พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขณะเกิดเหตุจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง หมดที่ร่วมกระทำความผิดพร้อมรวบรวมจัดพิมพ์เป็นหมายจับผู้ชุมนุมเสื้อแดง ซึ่งนายตี๋ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ต้องหาหนึ่งในหมายจับด้วยในลำดับสุดท้าย โดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสร็ฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลติดตามจับกุม บุคคลต่างๆที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองและทำลายทรัพย์สินของทางราชการอัน เกิดจากการชุมนุมที่ทำให้เสียหายและทำให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายมาดำเนินคดี ทุกรายไป

 "การจับกุมผู้ต้องหารายนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งเบาะแสจาก พลเมืองดีที่ร่วมโครงการสายลับพันหน้าของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ว่า พบเห็นผู้ต้องหาตามหมายจับมาชุมนุมอยู่บริเวณท้องสนามหลวงจึงนำกำลังเข้าจับกุม" พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าว

 พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวอีกว่า  ขณะที่นายตี๋ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่า ได้ไปร่วมการชุมนุมและอยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุจริงแต่ไม่ได้เป็นคนใช้ไม้ ทุบตีทำร้ายร่างกายนายนิพนธ์ เพียงแค่เงื้อไม้ที่มีคนส่งมาให้เท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธอย่างไรก็ตามตำรวจมีพยานหลักฐาน เพียงพอที่สามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน