ข่าว

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

01 มิ.ย. 2561

"บิ๊กป้อม"ย้ำคงโรดแม็พ ยันไม่ขยับกรอบ150 วันไปถึงเม.ย.62 ขณะที่41คนอยากเลือกตั้งอ่วม คสช.แจ้งข้อหา ด้าน"สุเทพ"ร่วมเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทย3 มิ.ย.

     เป็นประเด็นที่ฝ่ายการเมืองกำลังตั้งข้อสังเกตอย่างหนักหลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายการเมืองกังวลว่าจะกระทบกรอบโรดแม็พ เพราะขั้นตอนหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะนำร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นำไปสู่การประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกรอบเวลาจะไม่เกิน 90 วัน ทำให้กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาช้าที่สุดในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนกรอบเวลากำหนดวันเลือกตั้ง 150 วัน จะเริ่มนับต่อเมื่อร่างกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 2 กำหนดให้กฎหมายจะบังคับใช้ก็ต่อเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน ทำให้กฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับจะบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยกรอบเวลา 150 วันที่รัฐบาลคสช.จะหารือกับกกต.เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง อาจเลื่อนไปถึงธันวาคม 2561–เมษายน 2562 ซึ่งถ้านับไปตามนี้และใช้เวลาเต็มที่ทุกขั้นตอนวันเลือกตั้งจะไปตกประมาณเดือนเมษายน 2562 ไม่ใช่กุมภาพันธ์ ตามโรดแม็พที่วางไว้

“บิ๊กป้อม”ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีหลายฝ่ายเกรงว่าจะไม่ทันกรอบโรดแม็พที่จะเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่า ยืนยันว่าโรดแม็พการเลือกตั้งไม่เลื่อน และทันเดือนกุมภาพันธ์

     เมื่อถามว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คิดว่าโอเค และย้ำว่าไม่เลื่อนเลือกตั้ง ส่วนที่ถาม ในฐานะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบาใจหรือไม่ที่ทุกอย่างเคลื่อนมาถึงจุดนี้แล้วนั้น “ก็สบายแล้ว และโอเค ถ้าคสช.หมดหน้าที่ก็คือหมดหน้าที่ ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ ซึ่งหวังให้การเลือกตั้งเรียบร้อย และไม่ปรับกรอบเวลา 150 วัน เพราะเป็นไปตามกฎหมาย

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

      ส่วนถ้ากำหนดแบบปรับกรอบ 150 วัน จะเลื่อนเป็นเมษายน 2562 นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า “เอาน่ะ เขาพยายามจะทำให้ทัน ส่วนจะใช้มาตรา 44 หรือไม่ คิดว่าไม่ต้อง ส่วนการหารือกับพรรคการเมืองคาดว่าจะหารือได้ประมาณช่วงปลายเดือนมิถุนายน ส่วนที่หลายพรรคการเมืองย้ำจุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ คิดว่าก็จะหารือเท่าที่พรรคการเมืองตอบรับมาเท่านั้น

กกต.ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง

    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. กล่าวถึงโรดแม็พการเลือกตั้งว่า ต้องดูว่าร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จะประกาศและมีผลใช้บังคับเมื่อใด ซึ่งเวลานั้น กกต.ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดย กกต.อาจจะใช้เวลาไม่เต็มกรอบเวลาดังกล่าวก็ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะจัดการเลือกตั้งเมื่อใด กกต.ก็มีความพร้อม เพราะเตรียมกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ รวมทั้งบุคลากรรองรับไว้แล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร

    ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเห็นว่ามีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง ส.ส. โดยขึ้นอยู่กับกฎหมายว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด รวมทั้งคสช.จะปลดล็อกให้เมื่อใด แต่โดยอำนาจการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะเป็นผู้ดำเนินการ กกต.เป็นเพียงผู้กำกับดูแล

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

วิษณุคาดทูลเกล้าฯ2ก.ม.ลูกมิ.ย

     เมื่อเวลา 10.40 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำความเห็นส่งกลับมายังรัฐบาลก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้ทันที ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากนี้หากใช้กระบวนการตามโรดแม็พจะกระทบต่อวันเลือกตั้งนั้น ต้องรอให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ก่อน ขณะนี้ยังไม่สมควรพูดอะไร เพราะยังไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งเรื่องโรดแม็พได้ยืนยันไปตั้งแต่ต้นปีแล้วคงไม่ต้องพูดซ้ำอะไรอีก “เบื้องต้นคาดว่าสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ไม่เกินปลายเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนที่สนช.ระบุว่าใช้เวลา 3 สัปดาห์ก่อนส่งกลับมายังรัฐบาลนั้น ไม่ทราบ แต่สนช.ต้องทำคำวินิจฉัยหรือคำตอบจากศาล ทั้งนี้หลังจากทูลเกล้าฯ ถวาย จะมีกรอบเวลาภายใน 11 เดือนก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะไม่อธิบายกระบวนการในกรอบเวลาดังกล่าวอีก เพราะพูดไปหลายครั้งแล้ว และจะกลายเป็นการขยายความจนมากเกินไป”

เตือนแล้วอนาคตใหม่พูดฉีกรธน.

     เมื่อถามว่าที่มีการเรียกร้องให้ปลดล็อกคำสั่งคสช.ได้ทันทีเมื่อกฎหมายลูกประกาศนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ถือเป็นคำเรียกร้อง ส่วนหลังจากทูลเกล้าฯ ถวายกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับแล้ว ภายในระยะเวลา 11 เดือนไม่สามารถเลื่อนอะไรได้อีกแล้ว หากจะเลื่อนให้ยาวไม่ได้ แต่เลื่อนให้สั้นลงได้ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากนับในระยะเวลา 11 เดือน การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2562 นั้น จะให้ทำอย่างไร และไม่ทราบว่าจะทำให้ระยะเวลาย่นลงมาหรือไม่

      ส่วนกรณีที่พรรคอนาคตใหม่พูดถึงการฉีกรัฐธรรมนูญจะเป็นการพูดเนื้อนโยบายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ตอบไปแล้ว จึงไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านั้น เพราะได้เตือนไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ก็ได้รับทราบคำเตือนแล้ว ซึ่งถือว่าช่วยเตือนให้ระมัดระวัง แต่ไม่ได้บอกว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะกรรมเป็นเครื่องแสดงถึงเจตนา ดังนั้นในวันนี้พูดอย่างนี้ถึงไม่นึกถึงว่านำไปสู่อะไร แต่พอวันหนึ่งเกิดไปทำอะไรเข้า ก็จะมีคนจับแพะมาชนแกะ และจับมาเป็นเรื่องเดียวกัน ก็จะกลายเป็นปัญหาได้ ทั้งนี้ หากเตือนแล้วไม่ฟัง คงไม่สามารถไปว่าอะไรได้ อย่างไรก็ตาม ขอปฏิเสธแสดงความคิดเห็นว่ากรณีนี้เป็นการสะดุดขาตัวเองหรือไม่ เพราะจะหาว่าไปแช่ง

ส่งก.ม.ลูกส.ว.ให้นายกฯแล้ว

     ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดเผยว่า ได้ส่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ให้นายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.นั้น คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาให้ภายในสัปดาห์หน้า เมื่อได้รับเอกสารแล้วจะส่งให้นายกรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งรัดส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาให้แก่ สนช. เพื่อให้ทันกับโรดแม็พเลือกตั้ง

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

“คสช.” ย้ำโรดแม็พยังเหมือนเดิม

     ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จนหลายฝ่ายเกรงว่าจะกระทบกรอบโรดแม็พว่า คสช.สนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เพื่อดำเนินการให้กระบวนการต่างๆ เดินไปตามโรดแม็พ ซึ่งในเวลานี้ยังคงเป็นคำตอบเดิมคือ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 ส่วนรายละเอียดเรื่องการขยับเวลาจะเกิดขึ้นหรือไม่ คิดว่าก็เป็นไปตามที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า จะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562

    พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการปลดล็อกพรรคการเมืองนั้น คิดว่า ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่งของ คสช. ที่ได้ระบุมาก่อนหน้านั้นว่าให้พรรคการเมืองเก่าและใหม่ทำกิจกรรมได้ในช่วงใดบ้าง “ขณะนี้ถือว่าบ้านเมืองเดินหน้าไปได้เรียบร้อยมาก จึงขอให้นักการเมืองใจเย็นๆ เพราะทุกอย่างเดินหน้าไปตามโรดแม็พ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกฎหมาย หรือกระบวนการเตรียมการเลือกตั้งเพื่อไปสู่รัฐบาลใหม่ ก็ยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากนี้"

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

คสช.จับตา“อนาคตใหม่"

    เมื่อถามว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าคสช.ทำตามสัญญาหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ณ เวลานี้ ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ แต่อาจมีบางคนรู้สึกว่าช้า จึงออกมาเรียกร้อง ดังนั้น คสช.ก็จะพยายามอธิบาย เพราะต่างคนต่างเป็นคนพี่น้องคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น เราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ

   ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงนโยบายพรรค หากเป็นรัฐบาลจะมีการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่ขัดคำสั่ง คสช. พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า “คสช.ได้ประเมินและติดตามความเคลื่อนไหว ไม่สามารถตอบได้ในเวลานี้ แต่ฝ่ายกฎหมายและส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดูว่า การออกมาชี้แจงต่อสมาชิกพรรคในวันเปิดตัวมีคำพูดใดที่จะเข้าข่ายที่ทำผิดกฎหมายหรือไม่”

สมชายเตือนระวังถูกยุบพรรค

     ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการกรรมาธิการกิจการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) กล่าวถึงกรณีนายธนาธรประกาศนโยบายแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 โดยมีหลายพรรคการเมืองพร้อมเป็นแนวร่วมสนับสนุนว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่พูดได้ แต่ทำได้ยาก โดยเฉพาะการแก้ไขในประเด็นสำคัญต้องผ่านการทำประชามติเห็นชอบจากประชาชนก่อน ที่สำคัญการชูนโยบายที่หมิ่นเหม่ต่อการคว่ำรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากประชามติของประชาชน อาจเข้าข่ายมีความผิดได้ เพราะในรัฐธรรมนูญเองมีมาตราที่เขียนปกป้องรัฐธรรมนูญไว้

     อย่างไรก็ตาม ถ้าดูพฤติการณ์ขณะนี้ที่เป็นการพูดอย่างเดียว ยังไม่เข้าข่ายความผิด แต่ถ้านำไปปฏิบัติเมื่อใด อาจมีคนไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดเรื่องการยุบพรรค เพราะเข้าข่ายความผิดฐานล้มล้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ควรนำมาใช้เป็นเฮทสปีช เพื่อพูดหาเสียง สร้างความแตกแยกในสังคมขึ้นมาอีก

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

“องอาจ”หวั่นเลือกตั้งพ.ค.

     นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการที่รัฐบาลจะเลื่อนการเชิญพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน ออกไปว่า เป็น เรื่องปกติ การจะเชิญพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ในคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 บอกว่าจะเชิญผู้แทนพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าหารือด้วยก็ได้ นั่นคือ หารือด้วยก็ได้ หรือไม่หารือก็ได้ อย่างไรก็ตามการพบปะพูดคุยกับตัวแทนขององค์กรกลุ่มต่างๆ ก็ต้องทำหลังจากที่ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะเลื่อนออกไปก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีอะไร

     นายองอาจต่อว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่ากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนของโรดแม็พ เมื่อมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับครบแล้ว ก็ต้องนับ 90 วันของกฎหมายเลือกตั้งส.ส. บวกอีก 150 วัน ซึ่งถ้านับไปตามนี้ ใช้เวลาเต็มที่ทุกขั้นตอนก็จะไปตกประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาเต็มพิกัด เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาใช้เวลาภายใน 45 วัน หรือภายใน 60 วัน เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปตามนี้

 

“เพื่อไทย”ยันไม่ร่วมวงถกรัฐบาล

    ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมการของพรรคเพื่อไทยหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าแม้ศาลจะวินิจฉัยออกมาแล้วแต่เรายังคงต้องรอการวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 วันที่ 5 มิถุนายน ก่อนว่าเป็นอย่างไรด้วย เพราะคำสั่งนี้เกี่ยวโยงกับกฎหมายลูกส.ส.หลายประเด็น ทั้งเรื่องสมาชิกพรรค และเรื่องสาขาพรรค ถ้าคำวินิจฉัยออกมาไม่ว่าจะแนวทางไหนจะมีผลต่อการดำเนินการของพรรคเพื่อไทย วันนี้ยังไม่แน่นอนว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร โจทย์ยังไม่สะเด็ดน้ำก็ไม่รู้ต้องเริ่มต้นแบบไหน อีกทั้งเรายังทำอะไรไม่ได้จนกว่าคสช.จะปลดล็อก

     ส่วนกรณีนายวิษณุระบุว่าถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมพูดคุยก็อย่ามาว่ากันนั้น ขอชี้แจงว่า พรรคมีเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมพูดคุยตามที่เคยแสดงความชัดเจนไปแล้ว แต่ก็แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะตกลงกันอย่างไรก็ว่ากันไป มีอำนาจจะทำอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ขอให้ทุกอย่างชอบธรรมและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเราก็ไม่ว่าอะไร

 

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

 

“สุเทพ”ร่วมเปิดตัว‘พรรครปช.’

     วันเดียวกัน นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 09.00 น. พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) จะประชุมเปิดตัวผู้ก่อตั้งพรรคและผู้สนับสนุนของพรรคว่าจะมีใครบ้าง โดยเบื้องต้นจะมีตน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านการเมือง นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) และผู้ร่วมก่อตั้งอื่นๆ เข้าร่วมด้วย เป็นต้น

     ด้านนายประสาร กล่าวว่า ในวันดังกล่าวจะเปิดตัวผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรคประมาณ 400-500 คน และจะมีการตั้งคณะทำงานชั่วคราวขึ้นมา 4 ชุดเพื่อให้การทำงานของพรรคมีความสมบูรณ์ขึ้น คือ 1.คณะทำงานร่างข้อบังคับพรรคและวินัยของพรรค 2.คณะทำงานดำเนินการจัดตั้งพรรค 3.คณะทำงานดำเนินการยกร่างธรรมนูญพรรคและวินัยของพรรค และ 4.คณะทำงานจัดตั้งสโมสรเยาวชนของพรรค โดยคณะกรรมการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการสื่อสาร ปลูกฝังเยาวชนในการทำงานการเมืองกับเยาวชน

    นายประสาร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจะมีการประกาศนโยบายของพรรคด้วย และบอกถึงขั้นตอนการดำเนินการของพรรคจากนี้ว่าจะทำอะไรต่อไปบ้าง อย่างไรก็ตาม หลังจากวันที่ 3 มิถุนายนนี้ พรรคจะระดมสมาชิกทั่วประเทศ เมื่อได้สมาชิกพรรคทั่วประเทศแล้ว จะจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) จำนวน 9 คนและให้กก.บห.เลือกหัวหน้าพรรคและเลขาฯ คาดว่าจะประชุมใหญ่ประมาณต้นเดือนกันยายนนี้

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

อัด‘มีชัย’เจ้าแห่งความถูกต้อง

     ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษกกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปตามคาด แต่เสียเวลากับเรื่องนี้ 2-3 เดือน ทั้งหมดเกิดขึ้นจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) โดยแท้ ทั้งที่ทุกฝ่ายพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ผ่านขั้นตอนในและนอกสภา ร่อนตะแกรงกันละเอียดยิบ แต่ประธานกรธ.ดูเหมือนมีความรู้สึกว่าอะไรไม่ตรงใจตามที่กรธ.คิด น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญไปหมด ทำตัวเสมือนเป็นเจ้าแห่งความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ สนช.และทุกฝ่ายเห็นว่าถูกต้องแล้ว แต่กลับแสดงท่าทียื้อยุดลากไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนต้องการตบหน้าสนช. อ้างขัดรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้ว ใครถูกตบหน้า หน้าแหก

     นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญลงมติร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นว่า หลายเรื่องที่ผ่านมาอะไรที่กรธ.ไม่เห็นด้วยจะอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตลอด ทั้งที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญแต่ประการใด ทำให้เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ และกระบวนการเลือกตั้งต้องสะดุดหยุดลง ถูกมองว่ายื้อการเลือกตั้ง จนมีคนออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งวุ่นวายไปหมด จนถูกดำเนินคดีกันไปหลายคน สภาพการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ มันเป็นผลพวงจากการไม่รับฟังคนอื่นบ้าง เอะอะอะไรก็ขัดรัฐธรรมนูญ จึงยุ่งทั้งประเทศ

‘ปู’ได้วีซ่าอังกฤษยิ่งจับยาก

     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวบีบีซีไทย รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่กำลังหลบหนีอยู่ขณะนี้ ได้วีซ่าของประเทศอังกฤษ 10 ปี ว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากกองการต่างประเทศ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานใดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่าอยู่ประเทศอังกฤษ 10 ปี ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ต้องรอตรวจสอบก่อน พร้อมกับสั่งให้กองการต่างประเทศทำหนังสือถึงสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อมูลด้วย

     พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่าจริง จะทำให้การติดตามจับกุมมาดำเนินคดียากขึ้น เพราะปัจจุบันก็ติดตามตัวยากอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่เผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ก็อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นภาพเก่าหรือภาพใหม่ ใช้หนังสือเดินทางเล่มไหน ประเทศอะไร อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับตำรวจสากลหรืออินเตอร์โปลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาดำเนินคดีให้ได้

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

พท.ชี้ภาพ“แม้ว-ปู”ส่อถึงปชต.

     ด้าน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปรากฏภาพของนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ไม่ทราบว่าไปปฏิบัติภารกิจอะไร แต่จากภาพที่เห็น เป็นภาพที่ทั้งสองถ่ายรูปที่อนุสรณ์สถานลินคอล์น ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยที่ผู้มีอำนาจควรจะต้องคิดถึงประชาชน ทำบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ตามวาทะสำคัญของอับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุลักษณะของรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยคือ รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

41คนอยากเลือกตั้งอ่วม

    วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ คณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกลุ่มบุคคลที่มาร่วมชุมนุมในคดีซึ่งมีพฤติการณ์ไม่อยู่ภายใต้การใช้สิทธิ์และเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” มีแกนนำ 21 คน

    นอกจากนี้ ยังได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยกระทำความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และถูกดำเนินคดี ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่, การชุมนุมขัดต่อ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, ความผิดตาม ป.วิ อาญา มาตรา 215 มั่วสุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวาย, ความผิดตาม ป.วิ อาญา มาตรา 216 เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแต่ผู้ชุมนุมขัดขืนไม่เลิกการชุมนุม และกระทำผิด พ.ร.บ.จราจร นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ รวม 41 คน โดยหนึ่งในนั้นมีนายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ด้วย

 

 

“คสช.”เมินข้อเสนอ“แอมเนสตี้”

     ด้าน พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีสำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน ชวนสมาชิกทั่วโลก จี้ไทยยุติดำเนินคดี 62 คนอยากเลือกตั้ง ว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพยายามอธิบายตามข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจหลักกฎหมาย และหลักการปฏิบัติ ทั้งนี้ ยืนยันว่าคสช.และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตลอดจนฝ่ายกฎหมาย ดำเนินตามกรอบกฎหมาย และอำนาจหน้าที่ ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ใคร หรือเลือกปฏิบัติ หรือไปกลั่นแกล้งใคร

    เมื่อถามว่า คสช.จะทำความเข้าใจกับองค์กรดังกล่าวอย่างไร พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เพราะความต้องการยังไม่ตอบสนอง ต้องอธิบายตามความเป็นจริง ไม่รู้สึกหนักใจอะไร สิ่งใดเป็นข้อเรียกร้อง และอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ ถ้าอะไรที่ทำได้ เช่น ปัญหาปากท้องก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ข้อเรียกร้องใดขัดกฎหมาย คสช.จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไม่ได้

    เมื่อถามอีกว่าข้อเรียกร้องของแอมเนสตี้ เกินขอบเขตคสช.หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า หลักการทำงาน อะไรอยู่ในกรอบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถทำได้ ทุกคนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อะไรที่เกินอำนาจหน้าที่ เกินกรอบกฎหมาย ขอชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

สนช.ถกงบปี62วงเงิน3ล้านล้าน

     ที่รัฐสภา นายยุทธนา ทัพเจริญ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) แถลงภายหลังการประชุมวิปสนช.นัดพิเศษว่า ที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 จำนวน 1 แสนล้านบาท โดยจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม สนช. ในวันที่ 7 มิถุนายน มีทั้งหมด 61 มาตรา แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ จำนวน 2,261,488.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2561 จำนวน 108,226 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน จำนวน 660,305.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2561 จำนวน 510 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 78,205.5 ล้านบาท ลดลงจากงบประมาณปี 2561 จำนวน 8,736.8 ล้านบาท และวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 450,000 ล้านบาท

     นายยุทธนา กล่าวต่อว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำแนกตามกลุ่มงบประมาณ 6 กลุ่มคือ 1.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ จำนวน 1,060,869 ล้านบาท 2.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายกระทรวงหรือหน่วยงาน จำนวน 764,257.4ล้านบาท (ไม่รวมเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรวมอยู่ในกลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่) 3.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ รวม 21 แผนงาน จำนวน 487,662.8 ล้านบาท 4.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ รวม 3 แผนงาน จำนวน 325,600.9 ล้านบาท 5.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ จำนวน 259,609.9 ล้านบาท และ 6.กลุ่มงบกลาง จำนวน 102,000 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จำนวน 70,000 ล้านบาท)

(ข่าวหน้า1นสพ.คมชัดลึก)