ข่าว

BGRIM จ่อเซ็นร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม 420 เมกะวัตต์

BGRIM จ่อเซ็นร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม 420 เมกะวัตต์

31 พ.ค. 2561

BGRIM ประกาศความสำเร็จจ่อเซ็นร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม 420 เมกะวัตต์ ในเดือนมิ.ย.นี้ 


BGRIM ประกาศความสำเร็จ กระโดดอีกขั้นเทกฯ โซลาร์ฟาร์ม 60 เมกะวัตต์ -–บุ๊ครายได้เข้ามาทันที 500 ล้านบาท ใน Q23/61 จ่อเซ็นร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม 420 เมกะวัตต์ ในเดือนมิ.ย.นี้ 

BGRIM จ่อเซ็นร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม 420 เมกะวัตต์

BGRIM ก้าวกระโดดไปอีกขั้นประกาศ 2 ดีลใหญ่ เทกโอเวอร์โซลาร์ฟาร์มขนาดกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์  ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดอยุธยา สามารถรับรู้รายได้เข้ามาทันที 500 ล้านบาทในไตรมาส 23/61 อัตราผลตอบแทนการลงทุนมากกว่า 12% ต่อปี พร้อมจ่อเซ็นสัญญาร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนในประเทศเวียดนาม ขนาด 420 เมกะวัตต์ ภายในเดือนมิถุนายนนี้ หนุนผลงานในปีนี้และปีหน้าช่วง 1-2 ปีข้างหน้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด-กำไรทะลัก


นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวนทั้งสิ้น 8 โครงการ (โซลาร์ฟาร์ม) ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดอยุธยา ขนาดกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุน  600 ล้านบาท โดยซื้อจาก บริษัท ยันฮี    โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในโครงการ โดยบริษัทฯจะเข้าไปเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นสัดส่วนจาก 49% เป็น 100% ในบริษัทษํท บี.กริม ยันฮี โซลาร์ จำกัด โดยซื้อต่อจาก ผู้ร่วมทุนในโครงการ บริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด สำหรับเงินลงทุนจะมาจาก โครงการดังกล่าวผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ทำให้หลังจากปรับโครงสร้างการถือหุ้นแล้วเสร็จ BGRIM สามารถรับรู้รายได้เข้ามาทันทีในไตรมาส 23/61 โดยโดยประเมินอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) มากกว่า 12% ต่อปี โดยโครงการนี้มีสัญญาขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นเวลา 253 ปี ซึ่งจะทำให้บริษัทฯจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่สิ้นปี 2558 มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละกว่า 500 ล้านบาท EBITDA ปีละกว่า 400 ล้านบาท และกำไรสุทธิปีละกว่า 100 ล้านบาท ผลักดันให้รายได้และกำไรของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
นอกจากนี้ ภายในเดือนมิถุนายน 2561 บริษัทฯเตรียมเซ็นสัญญาร่วมทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในเวียดนามและในอาเซียนขนาดกำลังการผลิต 420 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัท Xuang Cau Co.,Ltd. ดังนั้นจะส่งผลให้แนวโน้มผลการดำเนินงานของ BGRIM ในช่วง 1-2 ปี ข้างหน้าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในส่วนของรายได้และกำไร อันเนื่องมาจากจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2565 จากปัจจุบัน 6% และตั้งเป้าสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 30% จากเดิมที่ 12% ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 65% ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ 

 


สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 8,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิปรับปรุง 512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย

ไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 3 (ABPR 3) ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1,779 เมกะวัตต์ และการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร แหลมฉบัง และเหมราช 
นอกจากนี้จะมีโครงการ SPP อีก 2 โครงการ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง กำลังการผลิตรวม 266 เมกะวัตต์ ที่จะ COD ตามกำหนดในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 และ เดือนตุลาคม 2561 ตามลำดับ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งร่วมกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและสหกรณ์ภาคการเกษตรจำนวนรวม 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 31 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 1 โครงการในสปป. ลาว กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์ ที่จะ COD ภายในปีนี้อีกด้วย