ข่าว

เอ็นจีโอจวกรัฐเลือกปฏิบัติจ่ายชดเชยให้เกษตรกร

เอ็นจีโอจวกรัฐเลือกปฏิบัติจ่ายชดเชยให้เกษตรกร

15 ต.ค. 2552

เครือข่ายผู้หญิงอีสาน ร่วมกับ กป.อพช.จัดเสวนาผู้หญิงกับการปกป้องสิทธิชุมชน ชี้รัฐละเมิดสิทธิชุมชนเพียบ ทั้งโครงการสร้างเขื่อนราษีไศล เขื่อนปากมูล แก่งละว้า พร้อมจากรัฐบาลเลือกปฏิบัติจ่ายชดเชยให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ วอนรัฐจริงใจแก้ไขปัญหาอย่างเสมอภาค

 วันนี้ (15 ต.ค.) ที่สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือข่ายผู้หญิงอีสาน ร่วมกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช) ภาคอีสาน และอีกหลายเครือข่าย จัดโครงการเสวนา "ผู้หญิง กับการปกป้องสิทธิชุมชน" โดยในการเสวนามีการแลกเปลี่ยนจากตัวแทนเครือข่ายต่างๆ ในภาคอีสาน ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ รวมถึงโครงการของภาคเอกชนที่ได้รับการสัมปทานจากรัฐ อาทิ การสร้างเขื่อนราษีไศล อ.ศรีสะเกษ เขื่อนปากมูล จ.ละว้า เขื่อนละว้า ที่ จ.ขอนแก่น และการสัมปทานของรัฐให้กับเอกชนในเขตพื้นที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

 นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงอีสาน และเลขาธิการ กป.อพช. เปิดเผยว่า แม้ว่า "สิทธิของชุมชน" จะถูกรองรับมาตั้งแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 เรื่อยมาจนถึงปี 50 แต่ในความเป็นจริงแล้วยังคงมีปรากฎการณ์ที่ชุมชนถูกละเมิดสิทธิอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งกรณีการเข้ามาสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าถ่านหิน การทำเหมืองแร่โปแตช การยึดที่ดินทำกินของชาวบ้านเพื่อปลูกสร้างสวนป่า และการละเมิดสิทธิชุมชนเพื่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่เข้ามาละเมิดสิทธิชุมชน นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้เอกชนเข้าสัมปทานทรัพยากรใต้ดิน ก็ยังไปละเมิดสิทธิของชุมชน

 สิ่งเหล่านี้ได้เกิดปัญหาความขัดแย้ง และนำไปสู่มาตรการที่รุนแรงของรัฐและนายทุนที่กระทำต่อชาวบ้าน เช่นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีกับแกนนำชาวบ้าน การลอบฆ่า รวมทั้งการสร้างมวลชนให้มาปะทะกันเอง ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผู้หญิงต้องลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรโดยใช้สิทธิชุมชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีอยู่

 "การละเมิดสิทธิของรัฐบาลและเอกชน ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานที่ยังเป็นปัญหา ทั้งกรณีเขื่อนราษีไศล เขื่อนปากมูล แก่งละว้า ซึ่งยังไม่รวมถึงโครงการเหมืองแร่โปแตชที่ จ.อุดรธานี เหมืองทองคำที่ จ.เลย ซึ่งเรื่องเหล่านี้รัฐบาลควรจะจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ อย่างในกรณีล่าสุดที่รัฐบาลได้อนุมัติจ่ายเงินชดเชยจำนวน 4.9 ล้านบาท ให้กับ ยายไฮ ขันจันทา ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ แก้ปัญหาให้เฉพาะคนดัง แต่แล้วผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากการกระทำของภาครัฐก็ยังไม่คลี่คลาย เพราะฉะนั้นเราจึงอยากเห็นรัฐจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างเสมอภาคต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่รัฐละเมิดสิทธิชุมชน"

 เมื่อถามว่ากรณีที่มีการเคลื่อนไหวของผู้ถูกละเมิดสิทธิชุมชนเพื่อต้องการขอรับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลหรือไม่ นางสุนทรี กล่าวว่า ไม่เสมอไป ต้องแบ่งเป็นรายเคส โดยอย่างกรณีชาวบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ถูกรัฐยึดที่ดินทำกินของชาวบ้านเพื่อปลูกสร้างสวนป่ายูคาลิปตัสนั้น แท้จริงแล้วชาวบ้านไม่อยากได้เงินชดเชย แต่เขาอยากมีที่ดินทำกินอยู่ตรงนั้นแต่ไป เพราะสมัยปู่ ย่า ตา ยาย ใช้เป็นที่ทำกินมาตั้งแต่ปี 2490 มาแล้ว

 ส่วนในบางกรณีที่มันล่วงเลยมาแล้ว เขื่อนราษีไศล เขื่อนปากมูล ซึ่งท้ายที่สุดแล้วชาวบ้านก็ไม่สามารถเข้าทุบทำลายเขื่อนเพื่อเข้าไปทำกินได้เช่นเดิมแล้ว เขาก็ต้องเรีกยร้องเงินค่าชดเชย ซึ่งรัฐควรจะจ่ายชดเชย อีกทั้งต้องดูแลเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินใหม่ และต้องสร้างหลักประกันว่าเขาจะต้องมีอาชีพที่มั่นคง มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

 ด้านนางผา กองธรรม สมัชชาคนจน ผู้นำกรณีเขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตนถูกฟ้องร้องจากทางภาครัฐมาแล้ว 3 คดี ซึ่งแม้จะเป็นการเรียกร้องสิทธิของชุมชนก็ตาม แต่มองว่ากฎหมายไม่ใช่ของเรา แต่เป็นกฎหมายสำหรับผู้ที่มีอำนาจ

 "การเรียกร้องกรณีเขื่อนราษีไศลที่ผ่านมา มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งสภาทนายความ แต่เราก็ได้ปรับกลยุทธ์ในการต่อสู้ คือ ไม่บุกและไม่ยึด และปัจจุบันยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่เขื่อนราษีไศล ขณะเดียวกันก็ได้เน้นทำอาชีพ อาทิ จักสาน เผาถ่าน ทำนาปลูกข้าว"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเสวนา ในช่วงบ่ายวันนี้ กลุ่มเครือข่ายผู้หญิงอีสานประมาณ 50 คน ได้ออกแถลงการณ์พร้อมกับได้มอบจดหมายเปิดผนึกถึง นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านทาง นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น ที่หน้าศาลากลาง โดยขอให้ทางกระทรวงฯ และรัฐบาล เข้ามาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิของชุมชนของภาครัฐเป็นรายเคส และระดับนโยบาย โดยที่รัฐจะต้องเข้ามาดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการขนาดใหญ่ และการลงทุนของเอกชนที่ภาครัฐให้สัมปทานที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน