ข่าว

"ไทยแอร์เอเชีย"เลือกภูเก็ตเป็นฐานบินแห่งที่2

"ไทยแอร์เอเชีย"เลือกภูเก็ตเป็นฐานบินแห่งที่2

15 ต.ค. 2552

“ไทยแอร์เอเชีย” มั่นใจตลาดและศักยภาพท่องเที่ยวภูเก็ต เลือกเป็นฐานการบินแห่งที่ 2 ต่อจาก กรุงเทพฯ เชื่อมเส้นทางบินเมืองในกลุ่มประเทศอาเชียน ประเดิมเส้นทางฮ่องกง-ภูเก็ต กลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เผยเปิดจองแค่ 5 วัน ยอดกว่า 2 หมื่นที่นั่ง เตรียมต่อด้วยเส้นทางจาร

 นายทัศพล แบเลเว็ล์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวถึงการเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นฐานการบินในประเทศแห่งที่ 2 หลังจากเปิดงาน “AirAsia Loves Phuket Fair ไม่รัก...คงไม่มา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง ว่า ด้วยมั่นใจในศักยภาพทางด้านการตลาดและความเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติของภูเก็ต ซึ่งรองมาจากกรุงเทพมหานคร เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาแม้จำนวนนักท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งประเทศจะลดลงค่อนข้างมาก แต่สำหรับภูเก็ตลดลงประมาณ 5 % เท่านั้น ดังนั้นด้วยศักยภาพที่มีอยู่จึงคิดว่ามีความเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การลงทุน และจุดเชื่อมไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคซึ่งใช้ระยะเวลาการบินไม่มากนัก โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

 “ เส้นทางที่วางไว้รองรับการเป็นฐานการบินแห่งที่ 2 โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีการเปิดเส้นทางบิน ภูเก็ต-สิงคโปร์ ก็จะต่อด้วยเส้นทางฮ่องกง-ภูเก็ต ซึ่งเปิดให้สำรองที่นั่งเพียง 5 วัน ปรากฏว่ามียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 20 , 000 ที่นั่ง ซึ่งจะเริ่มบินในวันที่ 15 พฤศจิกายน นี้ ต่อจากนั้นจะเป็นเส้นทางบินไปยัง จาการ์ต้า และในเดือนธันวาคมก็จะเปิดเส้นทางภูเก็ต-เชียงใหม่, ภูเก็ต-เมดานและภูเก็ต-โฮจิมินท์ โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 จำนวน 2 ลำ เป็นเครื่องที่นำมาจากกรุงเทพฯ 1 ลำ และซื้อใหม่ 1 ลำ รวมทั้งจำนวนพนักงานที่จะมาประจำการอีกประมาณ 200 อัตรา จากที่มีอยู่ปัจจุบันประมาณ 100 อัตรา ส่วนของงบลงทุนนั้นก็ใช้ไม่มากนัก แต่ขอที่จะไม่บอกตัวเลข ”

 นายทัศพล กล่าวถึงการเปิดเส้นทางต่างๆ ดังกล่าวว่า มีการศึกษาตลาดความต้องการมาพอสมควรซึ่งพบว่า กลุ่มคนท้องถิ่นในแต่ละเมือง กลุ่มชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ไปทำงานอยู่ในเมืองดังกล่าว เช่น เมดาน โฮจิมินท์ เป็นต้น มีกำลังซื้อสูงแต่ที่ผ่านมายังไม่มีเที่ยวบินตรงในการรองรับกลุ่มเหล่านี้ รวมถึงการเดินทางของกลุ่มคนที่อยู่ในภูเก็ตไปยังเมืองต่างๆ เหล่านั้นด้วย

 อย่างไรก็ตามนายทัศพล กล่าวถึงความคาดหวังในการใช้บริการของผู้โดยสาร ว่า คาดว่าอัตราส่วนการบรรทุก หรือโหลดแฟกเตอร์จะอยู่ที่ประมาณ 78-85 % โดยเฉพาะเส้นทางฮ่องกง-ภูเก็ต แต่คาดว่าจะถึง 90 % ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ส่วนช่วงโลว์ซีซั่นหากอยู่ที่ประมาณ 75-78 % ก็จะเป็นสิ่งที่ดี ทั้งนี้ก็ไม่หนักใจ เพราะหากสามารถกระตุ้นตลาดดีๆ ก็จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น เพราะในกลุ่มประเทศเอเชียมีประชากรรวมกันประมาณ 680 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่นหากสามารถจับตลาดนี้ได้ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

 ส่วนของจุดคุ้มทุนนั้น นายทัศพล กล่าวว่า จะทราบผลได้หลังจากเปิดให้บริการแล้วประมาณ 3-4 เดือนว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งหากประสบความสำเร็จและเป็นไปตามที่วางเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 80 % ก็จะขายไปยังเมืองหลวงของทุกประเทศในอาเซียน เอเชีย จีนทางตอนใต้และอินเดีย เพราะชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตจะเป็นนักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด และมีการวางแผนล่วงหน้าทำให้ตัวเลขในเส้นทางภูเก็ตจะค่อนข้างนิ่ง ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นก็จะมีการเพิ่มเครื่องบินเป็น 4-5 ลำได้ในอนาคต โดยปัจจุบันจากเครื่องบินที่มีอยู่ 2 ลำ สามารถนำผู้โดยสารเข้ามาภูเก็ตได้วันละประมาณ 600 คน หากเพิ่มอีก 2 ลำก็จะมีผู้เดินทางเข้ามาประมาณ 1,200 คน ส่วนเป้าหมายจำนวนผู้ใช้บริการตลอดปี 2552 ตั้งไว้ที่ประมาณ 5.2 ล้านคน คิดว่าเมื่อถึงสิ้นปีซึ่งเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 2 เดือนเศษ ก็น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้บริการรวมแล้วประมาณ 5.1 ล้านคน