
ธุรกิจสปาเฮยกเว้นภาษีสรรสามิตกระตุ้นรายได้ไฮซีซั่น
สมาคมไทยล้านนาสปา เฮ ครม.เห็นชอบยกเว้นภาษีสรรพสามิตธุรกิจสปา เชื่อส่งผลดีต่อธุรกิจกระตุ้นผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐาน ช่วยจัดระเบียบแยกประเภทออกจากธุรกิจอาบอบนวด เผย 3 ไตรมาสปี 52 รายได้ลดฮวบกว่า 40% แต่ไตรมาสที่ 4 เข้าสู่ไฮซีซั่นน่าจะกระเตื้องขึ้น
นายภาคิน พลอยภิชา นายกสมาคมไทยล้านนาสปา เปิดเผยว่า เชื่อว่ามติครม.ที่เห็นชอบยกเว้นอัตราภาษีสรรพสามิตธุรกิจสปาจากเดิมจัดเก็บอยู่ 10% เหลือ 0% จะส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งในภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นการจัดระเบียบธุรกิจ ซึ่งแต่เดิมถูกมองเป็นธุรกิจสีเทาให้เป็นสีขาว เพราะกฎหมายก่อนหน้านี้ธุรกิจสปาถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับธุรกิจอาบอบนวด
ทั้งนี้ มองว่ารัฐบาลต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาวะซบเซา ซึ่งสปาเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ รัฐบาลจึงเล็งเห็นถึงโอกาสจึงได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโดยการยกเว้นภาษีให้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการของสปาให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล
นายภาคิน กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสปาที่ได้รับการยกเว้นภาษีจะรวมถึงสปาที่เปิดในโรงแรม ห้างสรรพสินค้าหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบสปาที่จะได้รับการยกเว้นภาษี คือ สปาที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากกระทรวงสาธารณสุข จึงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งแต่เชื่อว่าธุรกิจสปาทั้งระบบน่าจะได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน
ส่วนภาพรวมของธุรกิจสปาในจ.เชียงใหม่ 3 ไตรมาสของปี 2552 มีรายได้ลดลงไปกว่า 30 - 40% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง แต่ไตรมาสที่ 4 เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยสัญญาณการปรับตัวเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบไตรมาสที่ 4 ปีนี้กับปีก่อนภาพรวมของธุรกิจยังชะลอตัวและมีรายได้ลดลง
รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า ธุรกิจสปาเคยทำรายได้สูงสุดเมื่อปี 2547 กว่า 3,000 ล้านบาท แต่ในช่วง 3 - 4 ปี ให้หลังรายได้เริ่มลดลงโดยมี 2549 มีรายได้ 1,000 ล้านบาท ปี 2550 มีรายได้ 800 ล้านบาท และปี 2551 มีรายได้ 600 ล้านบาท ส่วนปี 2552 สมาคมไทยล้านนาสปา ประเมินว่ามีจะรายได้รวมประมาณ 400 - 500 ล้านบาท



