
คอนกรีต โบกี้รถไฟ บ้านใหม่อบอุ่นใต้ทะเล
เมื่อปะการังธรรมชาติถูกทำลาย ทั้งจากการกระทำของมนุษย์หรือเสื่อมสลายตามธรรมชาติเอง ส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลไทยที่เคยอุดมสมบูรณ์ต้องเสื่อมโทรม กระทบต่อการทำประมง รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้ประเทศต้องสูญเสียโอกาสและรายได้อย่างมหาศาลต่อปี
หนึ่งแนวทางฟื้นฟูแนวปะการังให้กลับคืนมา คือการสร้างปะการังเทียม ซึ่งแม้ไม่อาจเรียกความอุดมสมบูรณ์กลับมาได้ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย ล่าสุดเป็นครั้งแรกที่ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอันมีกองทัพเรือ กรมประมง กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชนาวี และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สอดประสานความร่วมมือแถลงความสำเร็จของโครงการ “ร่วมสร้างบ้านปลา...ด้วยปะการังเทียม” เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และสนองพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทย
จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า หลังจากวางปะรังเทียมทางทะเลประมาณ 2-3 ปี พบว่า สามารถเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำได้จริง เพราะจะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลนานาชนิด ที่สำคัญช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อีกทั้งยังส่งผลให้ชาวประมงมีแหล่งประมงเพิ่มขึ้น ล่าสุดได้มีการจัดวางปะการังเทียมที่ จ.ปัตตานี ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
“การจะวางปะการังเทียมที่ไหนต้องสำรวจพื้นที่ก่อน อันดับแรกต้องคำนึงถึงระบบนิเวศเป็นหลัก หลังจากวางแล้วเราต้องเข้าไปประเมินด้วย ว่าผลที่ได้กลับมาคุ้มค่าในอนาคตหรือไม่ เพราะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าสัตว์น้ำจะเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จก็จะมีการต่อยอดอีก” อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ แจง
ด้าน ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด 24 ปี โดยวางปะการังเทียมไปแล้ว 364 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการจัดวางใน แต่ละพื้นที่ทุกครั้งทำถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เริ่มจากการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสม เลือกใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ตอนนี้จึงเลือกใช้ แท่งคอนกรีต และตู้รถไฟเก่า ในการสร้างปะการังเทียม
“เราใช้แท่งคอนกรีตขนาด 1.5 x1.5 เมตร และโบกี้รถไฟ ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์จากการรถไฟ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการใช้วัสดุอื่นๆ เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ ทางมะพร้าว ล้อยางรถยนต์ ซึ่ง เกณฑ์ในการเลือกจะใช้สิ่งใดนั้นนอกจากจะคำนึงถึงว่า ไม่ก่อให้เกิดมลพิษแล้ว ต้องมีอายุการใช้งานยาวนานและทนทานต่อสภาพแวดล้อม มีความสะดวกในการจัดหาและลำเลียง รวมถึงมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ปลาทุกชนิดอาศัยอยู่ได้ ที่สำคัญไม่กระทบต่อการเดินเรือด้วย” ดร.สมหญิง ให้ความมั่นใจ
ทั้งนี้ อธิบดีกรมประมง ได้กล่าวสรุปตอนท้ายว่า โครงการสร้างแนวปะการังดังกล่าว ปรากฏว่านอกจากจะทำให้สัตว์น้ำมีที่อยู่อาศัยและเพิ่มจำนวนมากขึ้นถึงร้อยละ 20 ต่อปี ยังส่งผลดีด้านการทำประมง และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาดำน้ำดูโลกโต้ทะเลของไทยเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในกลางปีหน้าโครงการมีแผนที่จะสร้างปะการังเทียมเพิ่มขึ้นอีก 23 แห่ง โดยเริ่มที่ปัตตานีและนราธิวาส และจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในต่อไป



