
สงคราม "น้ำมัน - น้ำลาย " บนโลกไซเบอร์
ความไม่พอใจ "น้ำมันแพง" ของ "คนเติมน้ำมัน" ไม่ใช่เรื่องถูกปล่อยผ่านอีกต่อไป เพราะมีคนไม่ยอม ปลุกกระแสงดเติมน้ำมัน ผ่านโซเชียลมีเดีย เลยทีเดียว
เพียงแค่ การรณรงค์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊คให้ ประชาชนผู้มีรถขับ งดใช้บริการเติมน้ำมัน ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตั้งแต่วันที่ 1-7 มิถุนายน หลังสถานการณ์ปรับขึ้นราคาน้ำมันที่ขายในประเทศ ที่สูงเกินกว่า ราคาน้ำมันที่ บริษัทค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่ในประเทศ ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน
ถือเป็นปรากฎการณ์รวมใจคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยมูลเหตุนี้ คือ การประกาศปรับค่าน้ำมันดีเซล ของ ปตท. ราคาลิตรละ 30 บาท เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่พอไปตรวจสอบราคาน้ำมันดีเซลจากแหล่งผลิตของบริษัทเดียวกัน พบว่า ราคาขายที่ประเทศเพื่อนบ้านราคาถูกกว่าประเทศไทยหลายบาท ดังนั้นคำถามถึงความ "ยุติธรรม " เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ ทำไม คนไทยถึงใช้น้ำมันแแพง!
เมื่อกระแสรณรงค์ ถูกปลุก และมีคนร่วมอุดมการณ์แชร์สนั่น วันเดียวเหยียบแสนแชร์ ทำให้ ผลประกอบการของ "บริษัท ปตท. (จำกัด) มหาชน" ขาดทุนเป็นเงินมหาศาล
จึงเป็นความอยู่เฉยไม่ได้ ของ ปตท. ทำให้ต้องออกมาชี้แจงทันที ผ่าน " เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)" โดยให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า "ถึงจะไม่มีคนไทยใช้น้ำมันดีเซลของปั๊มปตท. แต่บริษัทยังกระจายน้ำมันในเครือข่ายต่างชาติตจำนวนมาก คิดเป็นกำไร 80 เปอร์เซ็นต์ หากเทียบกับไทย ที่มีกำไรเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นบริษัทไม่มีขาดทุน และไม่ง้อให้ประชาชนกลับมาเติมน้ำมันจากสถานีบริการ ขณะเดียวกันต่อผลประกอบการของบริษัท ที่ต้องรักษาสถานะภาพ บริษัทฯ ขอประกาศว่าในวันที่ 1 มิถุนายน 2561 จะปลดพนักงาน ประมาณ 1หมื่นคนทั่วประเทศ เนื่องจากไม่มีผู้ใช้บริการสถานีเติมน้ำมัน จึงไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงาน
ขณะเดียวกัน น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ออกมาให้ข่าวต่อเรื่องนี้อีกทาง โดยยอมรับถึงเหตุผลขึ้นราคาน้ำมันของสถานีบริการ เพราะสถานการณ์น้ำมันในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในตลาดโลกปรับตัวมากกว่า 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่จากสถานการณ์ที่ประเมินได้ เชื่อว่าราคาน้ำมันโลกจะปรับตัวลดลง ทำให้ ปตท. จึงต้องปรับราคาขายน้ำมันภาในประเทศลง
เช่นเดียวกับการชี้แจงผ่านสื่อสังคมออไนลน์ จากแฟนเพจเฟซบุ๊ค ของ ปตท. ระบุว่า "จากกรณีที่มีข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ ถึงการทุจริตใน ปตท. และการเตรียมปลดพนักงานนั้น ถือเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง จากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี พยายามบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ ทาง ปตท. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด ทั้งในทางแพ่งและทางอาญาจนถึงที่สุดต่อไป และขอแจ้งให้ทราบว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนต่อความจริงไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ทั้งเป็นการแชร์เพจหรือโพสต์ข้อความในลักษณะที่อาจจะทำให้เสียหายแก่ชื่อเสียงของ ปตท. นั้น เป็นความผิดทางกฎหมาย"
กับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น บนโลกโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าใครจะมองไปในทางข่าวลวง หรือข่าวไม่จริง แต่ผลประจักษ์ที่เกิดขึ้น คือ กระแสออนไลน์ สามารถสร้างแรงกดดัน ต่อนายทุนค้าน้ำมัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
เรื่องโดย ....ชุติญา แสงวิทยเวช ม.เนชั่น



