
โคบาลสระแก้ว บุกศาลากลางทวงถามโครงการแจกโคล่าช้า..!!
สระแก้ว-ผู้เลี้ยงโคบุกศาลากลางจังหวัด ขอพบผู้ว่าฯทวงถามโครงการแจกโคของปศุสัตว์ล่าช้า ด้านโครงการโคบาลบูรพา ต้องส่งมอบแม่โคให้เกษตรกร 3 หมื่นตัว ทำได้ไม่ถึงครึ่ง
29 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ 3 อำเภอ จำนวนกว่า 40 คน ได้รวมตัวกันเดินทางมาเพื่อขอพบ นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าฯสระแก้ว ที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อร้องเรียนและสอบถามความคืบหน้าโครงการแจกโคให้กับเกษตรกร ตามนโยบาลของรัฐบาล
ซึ่งปัจจุบันดำเนินล่าช้าและมีการเลื่อนนัดพิจารณาหลายรอบ จนชาวบ้านไม่มั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาตามโครงการหรือไม่ โดยมีนายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว นำผู้ร้องเรียนปัญหาดังกล่าวเข้าฟังการชี้แจง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายธนเดช อมรสินชัย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เป็นตัวแทนนาย ธเนศ โพธิ์ทอง ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เข้าชี้แจงปัญหาดังกล่าว
นายธนเดช อมรสินชัย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ตนได้เข้าชี้แจงกับเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวแทนปศุสัตว์จังหวัดสระแก้วซึ่งไปราชการ โดยโครงการที่ขอเข้าพบผู้ว่าฯ นั้น เป็นโครงการฟาร์มโคเนื้อสร้างอาชีพ ระยะ 2 จากการกู้เงินสงเคราะห์เกษตรกรปลอดดอกเบี้ย 7 ปี ซึ่งชาวบ้านต้องการขอความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการนี้ โดยต้องการให้คณะกรรมการซึ่งมีผู้ว่าฯเป็นประธาน พิจารณาโครงการ หลังเลื่อนมาจากวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นโครงการแจกโคเนื้อของรัฐบาลอีกโครงการ ทั้งนี้ ได้ชี้แจงแล้วว่าจะมีการพิจารณาโครงการนี้ในวันที่ 5 มิ.ย.61 นี้ โดยโครงการดังกล่าวเกษตรกรเสนอขอเข้าโครงการจำนวน 40 กลุ่ม แต่ได้รับการพิจารณาเพียง 10 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ครอบครัว ซึ่งจะได้รับแจกโคเนื้อจำนวน 5 ตัวๆ ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงินงบประมาณ 25 ล้านบาท ดำเนินการในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.โคกสูง อ.เมือง และ อ.เขาฉกรรจ์
นายธนเดช ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโคบาลบูรพาว่า โครงการโคบาลบูรพา มีเป้าหมายแจกแม่โคเนื้อให้กับเกษตรกร 3 อำเภอ จำนวน 30,000 ตัว มีเกษตรกรได้รับการพิจารณา 6,000 ราย คือ อ.โคกสูง 1,700 ราย , อ.วัฒนานคร 1,800 ราย และ อ.อรัญประเทศ 2,500 ราย ขณะนี้สามารถส่งมอบโคเนื้อให้เกษตรไปแล้ว 12,000 ตัว ซึ่งยังเหลือที่ต้องส่งมอบอีก 18,000 ตัวตามโครงการ ภายในปีงบประมาณ 2561 และเหลือระยะเวลาอีก 4 เดือน ที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งหากผู้จัดหาโคไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลาก็ต้องมีการปรับตามระเบียบด้วย.



