ข่าว

เส้นทาง...มือหั่นศพรองแชมป์"ยิงรณยุทธ์"

เส้นทาง...มือหั่นศพรองแชมป์"ยิงรณยุทธ์"

15 ต.ค. 2552

ตั้งแต่เข้ามอบตัวในคดีฆ่าสุนันท์ ศรีสุวรรณ วัย 38 ปี แฟนสาว และฆ่าหั่นศพ ด.ช.โชว์ มาคิโน วัย 5 ขวบ "คม ชัด ลึก" ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ "ศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ" ฆาตกรโหด ทำให้รู้ว่าเขาชื่นชอบอาวุธปืน ฝึกซ้อม และลงแข่งขันมาแล้วหลายรายการ ล่าสุดเพิ่งได้รางวัลรอ

 ศิริพงษ์เป็นคนโคราช แต่งงานมีภรรยามาก่อนหน้าแล้ว 2 คน มีลูกที่เกิดกับภรรยาคนละคน กระทั่งมาเจอกับสุนันท์ขณะเข้าไปแจ้งความถูกยักยอกเงินที่ สน.สุทธิสาร เมื่อ 2 ปีก่อน จึงแลกเบอร์โทรศัพท์กัน หลังจากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมา จนฝ่ายหญิงเดินทางไปกลับเมืองไทย-ญี่ปุ่นบ่อยครั้ง ความสัมพันธ์ที่ดูราบรื่นก็เริ่มสะดุด เมื่อสุนันท์ใช้ให้ศิริพงษ์ไปทำร้ายคนคนหนึ่ง แต่เขาปฏิเสธ จึงมีปากเสียงกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น ไม่เหมือนเดิม สุดท้ายจบลงด้วยการยิงทิ้ง โดยศิริพงษ์ยังคงยืนยันว่า เขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าโชว์ เป็นเพราะถูกลูกหลงจริงๆ

 จากการพูดคุยทำให้ทราบว่า ศิริพงษ์ใช้มือขวากำปืนเอี้ยวข้ามตัวมาด้านซ้าย ก่อนจะลั่นไกใส่สุนันท์ที่นั่งอยู่เบาะหลังคนขับ โชว์นั่งกลาง น้องมินท์นั่งอยู่เบาะหลังซ้ายติดประตู ส่วนมือซ้ายจับพวงมาลัยรถไว้ ตามองไปข้างหน้า ไม่ได้หันกลับมามอง กระสุนกลุ่มหนึ่งตรงเข้าใส่สุนันท์ ส่วนอีกกลุ่มถูกโชว์ทำให้เสียชีวิต ซึ่งศิริพงษ์เชื่อว่าเกิดขึ้นตอนที่โชว์พยายามลุกขึ้นจากท่านอน

 ศิริพงษ์ชื่นชอบอาวุธปืนมากเป็นพิเศษ เมื่อหาเงินมาได้ก็นำไปซื้อปืนมาเก็บไว้ รวมทั้งสิ้น 3 กระบอก เวลาว่างก็จะฝึกซ้อมยิงปืนเป็นประจำ ที่สนามยิงปืนบางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยเน้นยิงเป้าคนเป็นหลัก จากนั้นก็ไปเรียนหลักสูตรเอสพีดี หรือหลักสูตรยิงฉับพลันของชมรมนักกีฬายิงปืนกองปราบปราม (หลักสูตรอบรมการยิงปืนพกสั้น กึ่งอัตโนมัติ ระบบต่อสู้ หรือ Standard Pistol Defense : SPD) สำหรับผู้เริ่มต้นปืนออโตเมติก ล่าสุดยังลงแข่งขันยิงปืนรณยุทธ์ที่ชมรมยิงปืนกองปราบฯ จัด ได้รางวัลรองชนะเลิศด้วย ศิริพงษ์บอกว่า การยิงปืนช่วยให้ผ่อนคลาย เพราะตอนนั้นเขายอมรับว่าเครียดมาก

 "ผมยิงไปก่อน 7 นัด แล้วปลดลูกโม่ ใส่ลูกโม่อันใหม่แล้วก็ยิงอีก ทั้งที่รถยังวิ่งอยู่ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าถูกโชว์หรือโดนใครบ้าง ผมมาเห็นโชว์อีกทีที่บ้าน เพราะตอนที่เอาแม่เขาลงไปทิ้งก็คิดว่าอาจจะถูกบ้างนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะตาย ส่วนน้องมินท์บอกผมว่าลุงอย่าทำหนูนะ ผมก็บอกไปว่าลุงไม่ทำหรอก ลุงต้องขอโทษหนู ลุงทะเลาะกับแม่หนูต้องมารับกรรมไปด้วย น้องมินท์บอกว่าลุงทำไมไม่คุยกับแม่ดีๆ ทำไมต้องยิงแม่ด้วย แล้วตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้วหนูจะอยู่กับใคร"

 เมื่อถามว่าทำไมต้องหั่นศพ ?

 ศิริพงษ์ตอบว่า เพราะแถวบ้านเขาคนค่อนข้างเยอะ ถ้าแบกศพน้องโชว์ออกมาก็จะผิดสังเกต จึงลงมือหั่นศพด้วยการใช้มีดสับที่ข้อเท้า แล้วค่อยๆ ทำ ถ้าไม่ขาดก็บิดหรือเฉือน

 "ขอโทษครับ อย่าพูดเรื่องนี้อีกได้ไหม ตอนผมทำเขาก็ร้องไห้ ผมเคยอาบน้ำให้เขานะ ผมรักเขา"

 แม้จะรักเด็กที่เคยเลี้ยงมาอย่างไร เหตุผลของศิริพงษ์ที่ต้องหั่นศพก็คือเด็กตายไปก่อนลงมือหั่นแล้ว เมื่อตายและไม่สามารถนำศพไปทิ้งทั้งตัวด้วย จึงจำเป็นต้องชำแหละแล้วใส่ถุงขยะแยกทิ้ง สาเหตุที่ไม่ได้ทำกับศพสุนันท์แฟนสาว เขายืนยันว่า เพราะไม่มีเจตนาหั่นศพจริงๆ

 "ถ้าผมจะทำจริงๆ น้องมินท์ก็คงไม่เก็บไว้ เก็บไว้ทำไมให้เป็นหอกข้างแคร่ ผมทำเขา ผมหนีไปไหนก็ได้ รอให้ตำรวจตามแกะรอยมาจับผม ไม่จำเป็นต้องมอบตัว"

 สาเหตุเข้ามอบตัวนั้น ศิริพงษ์เล่าว่า หลังก่อเหตุไม่ได้ไปไหนเลย ได้แต่อยู่ที่ห้องตลอด และเห็นข่าวในทีวีทุกวันๆ เขาใช้คำว่าข่าวของเขาเป็นข่าวอัปมงคล ไม่สมควรปรากฏอยู่หน้าทีวี อีกอย่างก็เกิดความสลดใจ ประกอบกับการรายงานข่าวระบุว่าเด็กถูกทารุณกรรม ก็ขอยืนยันตรงนี้ว่า ไม่มีการทารุณใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่โดนลูกหลงจากการที่ผู้ใหญ่สองคนทะเลาะกัน จนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ กระทั่งโทรศัพท์ไปเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด

 "ผมบอกแม่ว่า แม่ครับผมฆ่าไปแล้ว มันมีเหตุการณ์แบบนี้ แม่ก็บอกว่าลูกมอบตัวเถอะ อย่าไปหนี อย่าไปอะไรทั้งสิ้นเลย มอบตัวเถอะ เดี๋ยวไม่กี่ปีก็ออกมาแล้ว ไปชดใช้กรรมเถอะ ส่วนเรื่องจะบวช ให้ออกจากคุกแล้วค่อยบอก พอแม่พูดผมก็โทรศัพท์หาบรรดาญาติๆ ทั้งน้องชาย ทั้งแฟนเก่า พี่สาวแฟนเก่า ฝากฝังให้ดูแลลูกๆ ของผมทั้งสองคน แล้วก็เข้ามอบตัว"