ข่าว

บทสนทนาข้ามภพ

บทสนทนาข้ามภพ

16 ต.ค. 2552

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติเวียนมาจัดกันอีกรอบแล้ว จึงขอเชิญชวนนักอ่านไปช็อปหนังสือดีๆ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงต้นสัปดาห์หน้า

 ในฐานะคนข่าวขอแนะนำหนังสือ "วานปีศาจตอบ" ของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ผลงานของฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์

 หนังสือเล่มนี้รวมบทสัมภาษณ์ของ "ญาติน้ำหมึก" ที่แวะเวียนเข้ามาพูดคุยทุกเรื่องราวกับพี่รงค์ ตั้งแต่ปี 2511 ถึงปี 2547

 ที่น่าสนใจและอยากแนะนำให้อ่านมากที่สุดคือ สัมภาษณ์พิเศษ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ โดย 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่บ้านชานกรุงปารีส เมืองแอนโธนี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2521

 ผมไม่ทราบว่าเคยตีพิมพ์ครั้งแรกที่ไหน? แต่เพิ่งได้อ่านครั้งแรก รู้สึกได้ถึงปูมประวัติศาสตร์ 2475 และบางเสี้ยวของชีวิตท่านปรีดี

 ตอนหนึ่งพี่รงค์ถามท่านปรีดีว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำการปฏิวัติ 2475 ในปัจจุบันนี้ ท่านรู้สึกภูมิใจ หรือเสียใจ หรือผิดหวัง? รัฐบุรุษอาวุโสตอบว่า

 "ก็มีความรู้สึก มันมีความผิดพลาดที่ไม่ได้ใช้ความคิดน่ะครับ ไม่ได้ใช้ให้ถูกกับกาลเทศะ และสภาพของประเทศไทยในขณะนั้น"

 พี่รงค์ถามต่อว่า หมายถึงผู้อื่นไม่ได้นำความคิดของท่านไปใช้ ไม่ได้ตีความทฤษฎีของท่านโดยถูกต้อง

 "นั่นก็อันหนึ่ง แต่ถ้าว่าความผิดนั้นมันอยู่ที่ผมด้วยคือ หนึ่ง- ผมไม่สามารถทำให้พวกเขาเข้าใจได้ จะไปโทษพวกนั้นเสียอย่างเดียวก็ไม่ได้ถูกนะคุณ สอง- ยังไม่รู้จัก เอ้อ..ลักษณะของบุคคลพอ เพราะเวลานั้น คุณก็รู้แล้วว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผมอายุสามสิบสองเท่านั้น เมื่อเริ่มทำการก่อตั้งคณะราษฎรขึ้นที่ปารีส ก็อายุยี่สิบห้าปีเอง"

 อีกช่วงหนึ่งของการสนทนา พี่รงค์ได้ถามผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ ว่าความผันผวนของสถานการณ์การเมืองที่ส่งผลกระทบถึงตัวท่านและครอบครัว ท่านรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวหรือไม่?

 "ไอ้ปวดร้าวมันก็เป็นธรรมดาของปุถุชนนะ แต่ว่ามันก็ต้องอาศัยความตัดใจ หักใจ นี่ก็เป็นกฎของพระพุทธองค์แท้จริง...คือความไม่แน่แท้อนิจจัง ซึ่งผมก็เขียนไว้ในหนังสือความอนิจจังของสังคม อันนี้เป็นธรรมดาของมนุษย์เรา...

 "คุณก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีมาช้านานหลายศตวรรษ ซากแห่งความคิดของบุคคลจึงไม่หมดไปง่ายๆ แม้แต่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ซึ่งท่านมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานรัฐธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ซึ่งเป็นแม่บทของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าในขณะที่พระองค์ทรงอยู่นั้น พระองค์ท่านมีกังวลอยู่นะ กับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้จงรักภักดีน่ะ ถึงกับว่าท่านได้มีพระราชหัตถเลขาให้ตักเตือนพวกที่ภาษาฝรั่งเขาว่า อินตร้ารอแยลลิสต์ คือเป็นพวกที่รอแยลลิสต์ยิ่งกว่าพระราชานี่แหละครับ มันก็เป็นมาแล้วและก็ยังเป็นอยู่ในปัจจุบัน"

 พออ่านจบ ผมยังเผลอคิดไปว่า ท่านปรีดีเพิ่งให้สัมภาษณ์พี่รงค์เมื่อวานนี้ เพราะพวก "อินตร้ารอแยลลิสต์" ยังเพ่นพ่านอยู่เต็มสังคมไทย และมีจำนวนไม่น้อยที่ชอบเล่น "การเมืองหลังม่าน" ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าล้าสมัยหรือตกยุคไปแล้ว แต่บ้านเรา เรื่องแบบนี้ยังมีอยู่ และจำเป็นอยู่ในบางกรณี

 ในบทสัมภาษณ์นั้น ท่านปรีดียังยกตัวอย่างพวกอินตร้ารอแยลลิสต์ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคนธรรมดา "ไม่มีเลือดเจ้าสักหยดเดียว" แต่พวกนี้ก็ทำตัวเสียยิ่งกว่าเจ้า

 จึงน่าศึกษาบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ แม้จะล่วงผ่านมาถึง 31 ปี แต่ความคิดที่ซ่อนอยู่ในระหว่างบรรทัดนั้น ไม่เคยตกยุคเลย!

แคน สาริกา