
เรื่องที่ใหญ่กว่าจรรยาบรรณสื่อ
เรื่องของจรรยาบรรณสื่อเป็นเรื่องที่มีการพูดจากันมากในสังคมไทย
ในทางหนึ่งการพูดเรื่องจรรยาบรรณสื่อก็เป็นสิ่งที่ดี ตรงที่ทำให้เกิดการตระหนักถึงหน้าที่ที่สื่อต้องมี และหลักการในการผลิตและนำเสนอข่าว
ในอีกทางหนึ่งการพูดถึงจรรยาบรรณสื่ออาจจะนำไปสู่การสร้างฐานันดรของสื่อ ที่อาจจะไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมประชาธิปไตยก็ได้
มาดูตัวอย่างของสังคมไทยก็ได้ สื่อที่อยู่ในสังคมไทยให้ความสนใจกับการสร้างฐานันดรของตัวเองมากกว่าประชาธิปไตย
ลองย้อนกลับไปดูก็ได้ว่าเมื่อมีการล้มประชาธิปไตยนั้นสื่อก็สามารถสร้างข่าวและรอดมาได้ทุกครั้ง
ตัวอย่างที่ต่อเนื่องกันก็คือ การสร้างฐานันดรนั้นสร้างโดยการบอกว่าใครเป็นสื่อแท้ หรือใครเป็นสื่อเทียม แต่ไม่ได้สนใจว่าอะไรที่ทำให้เกิดสิ่งที่พวกสื่อแท้บอกว่าเป็นสื่อเทียม
ถ้าไม่ใช่ความรู้สึกว่าถึงเวลาที่เราจะต้องมีสื่อของตัวเองแล้ว เพราะเราไม่มีพื้นที่ในสื่อแท้
มียุคไหนในสังคมที่สื่อจะรู้สึกแย่เท่านี้ ที่ชาวบ้านไม่ได้รู้สึกดีใจว่าสื่อมาทำข่าวพวกเขา แต่เขาเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าสื่อนั้นจะทำให้เขาเดือดร้อนไหม จะยิ่งรายงานให้เขาดูแย่ลงกว่าเดิมไหม จะรายงานทุกข์ของเขาไหม
อยากมีฐานันดรสื่อก็มีไป ในเมื่อชาวบ้านร้านตลาดเขาเริ่มพึงใจว่าเขามีสื่อของพวกเขาเองแล้ว และสื่อบางกลุ่มก็กล้าที่จะบอกว่าเขาจำเป็นต้องฉีกตำราการสื่อสารเพื่อยืนข้างความถูกต้อง
ครับ เรากำลังพบว่าสื่อสร้างฐานันดรตัวเองเพื่อเซ็นเซอร์ตัวเองเข้าไปทุกวันภายใต้การตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะได้รับการเปิดเผยในสังคม
ถ้าเช่นนั้นสื่อจะต้องมีจรรยาบรรณสื่อไหม? คำตอบก็คืออยากจะมีก็มี แต่ไม่มีก็ไม่ได้ลดทอนความเป็นวิชาชีพของสื่อลงไปหรอกครับ ถ้าสื่อจะเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญกว่าจรรยาบรรณสื่อก็คือการทำงานในระบอบประชาธิปไตย
นั่นหมายความว่าในขั้นต่ำ สื่อจะต้องสืบสานและทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าเสรีภาพในการแสดงความเห็น และเสรีภาพในการแสดงความเห็นนั้นมีขึ้นเพื่อเป้าหมายอะไรในสังคมประชาธิปไตย
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการพร่ำสอนราวกับศีล แต่มันหมายถึงว่าในข่าวแต่ละวันที่สื่อทำนั้น สื่อได้ปฏิบัติตนให้เห็นเป็นตัวอย่างหรือไม่ว่าได้ส่งเสริมให้เกิดการสืบสานเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างไรในประชาธิปไตย
ตัวอย่างเช่นข่าวการชุมนุมและการจัดการและ/หรือสลายการชุมนุม ซึ่งสุดท้ายสังคมก็ไม่เข้าใจว่าอะไรคือเส้นแบ่งระหว่างเสรีภาพในการแสดงออก อะไรคือการจัดการของรัฐ และอะไรคือที่มาของการชุมนุม
นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่สื่อจะแสดงออกว่าจรรยาบรรณของสื่อไม่สำคัญเท่ากับหลักการว่าสื่อก็คือกลไกส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยและมันจะมีความหมายอะไรถ้ามัวแต่พร่ำสอนหรือประณามคนอื่นด้วยเรื่องจรรยาบรรณถ้าสื่อไม่ได้เห็นคุณค่าของการปฏิบัติตนในสังคมประชาธิปไตย
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้คนเท่าเทียมและมีคุณค่ามากกว่ายอมรับสื่อในฐานฐานันดรและผู้เสพติดสื่อ



